แอพแรกที่คุณเลือก

ไหว้ตรุษจีนให้ เฮง! เฮง! เฮง!

ตรุษจีน

          "ตรุษจีน" เป็นเทศกาลสิริมงคลของคนไทยเชื้อสายจีนและบุคคลทั่วไป ที่มีความเชื่อในสิ่งศรัทธา ซึ่งชาวจีนสืบทอดเป็นประเพณีมายาวนาน โดยในแต่ละปี แต่ละคน แต่ละครอบครัวอาจประสบอุปสรรคชีวิตไม่เหมือนกัน เมื่อมาถึงปีใหม่ก็ต้องการขจัดปัดเป่าอุปสรรคและให้ชีวิตในปีใหม่มีความสมปรารถนา ด้วยเหตุนี้จึงมีการไหว้เทพเจ้าเพื่อความมีโชคลาภและเป็นสิริมงคล นั่นคือ "เทพเจ้าใฉ่สิ่งเอี้ย" เทพเจ้าแห่งโชคลาภ

          อ.พิชัยวัฒน์ อภิชาติธนกิจ โหราจารย์ผู้มีความรู้ในเรื่องของวิชาโหราศาสตร์จีน ซึ่งรับเชิญจากห้างคาร์ฟูร์เป็นวิทยากรพิเศษให้ความรู้เกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีน กล่าวว่า ประวัติการไหว้ตรุษจีนย้อนหลังไปถึงสมัยราชวงศ์โจว เมื่อกว่าสามพันปีมาแล้ว แต่เดิมไหว้ยาวนาน 15 วัน แต่ปัจจุบันสังคมเปลี่ยนไป ธรรมเนียมการไหว้ตรุษจีน จึงลดลงเหลือเพียง 3 วันได้แก่

          วันจ่าย หรือ "ตื่อเส็ก" คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนต้องไปซื้ออาหาร ผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ และจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่หรือตี่จู้เอี๊ยะให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการบูชาของเจ้าบ้าน ในตอนค่ำ ,วันไหว้ คือ "วันสิ้นปี" ไหว้ 3 ครั้ง ตอนเช้ามืดไหว้ ไป๊เล่าเอี๊ยะ เทพเจ้าต่างๆ ตอนสาย ไหว้ไป๊เป้บ๊อ คือไหว้บรรพบุรุษ ตอนบ่ายไหว้ ไป๊ฮ้อเฮียตี๋ ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว และ วันขึ้นปีใหม่ หรือ หรือ "วันเที่ยว""วันถือ" คือวันที่ 1 ของเดือนที่ 1 ของปี หรือ ชิวอิก ซึ่งไหว้ใฉ่สิ่งเอี้ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ

ตรุษจีน

          "ในปีนี้ท่านจะเสด็จลงมาบนโลกเวลา 00.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ.2551 ทางทิศตะวันตก อันเป็นช่วงเวลาแห่งขุมทรัพย์ตกบัลลังก์ทอง ทำมาหากินรุ่งเรือง ได้โชคลาภมากมาย ควรไหว้ในช่วงเวลา 03.00 น. - 05.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ.นี้ โดยหันหน้าไปทางทิศดังกล่าว"


          ในส่วนของเครื่องสักการบูชาเทพเจ้าแห่งโชคลาภ อ.พิชัยวัฒน์ แนะนำผลไม้ตามฤดูกาล 5 อย่าง ที่มีความหมายควรเลือกไหว้เป็นลำดับต้นๆ ได้แก่ "กล้วยหอม" ความหอมสดชื่น และเหมือนเล็บมือของพระพุทธองค์, "ส้ม" โชคลาภหรือมหาโชค, "แอ๊ปเปิ้ล" ความร่มเย็น เสมอภาค, "องุ่น" ความร่มเย็น การไหลมาของเงินทอง และ "สาลี่" ให้ได้ผลโดยเร็ว ส่วนผลไม้ที่ไม่ควรนำมาเป็นของไหว้ ได้แก่ มะเฟือง มะไฟ แตงโม แคนตาลูป และมะละกอ

          นอกจากนี้ยังมี อาหารเจ หรือเรียกว่า เจไฉ่ ประกอบด้วย เห็ดหอม, สาหร่ายทะเล,ดอกไม้จีน,วุ้นเส้น,ฟองเต้าหู้ ซึ่งหมายถึงความมีอายุยืน มีสติปัญญา ฉลาด อุดมสมบูรณ์พูนผล เช่นเดียวกับของหวานเช่นถั่วตัด ข้าวพอง ถั่วเคลือบน้ำตาลต่างๆ หรือที่คนไทยเรียกว่าขนมจันอับ 1 ถาด มีความหมายความอุดมสมบูรณ์เช่นเดียวกับเจไฉ่ ของไหว้ที่ขาดไม่ได้คือสาคูแดงหรือว่าขนมบัวลอย 3 ถ้วย ความหมายคือความกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของเครือญาติ น้ำชา จำนวน 3 ถ้วย โดยหมายถึงความสัมพันธ์ที่ดี

          "สำหรับผู้ที่ไหว้เทพเจ้าเป็นครั้งแรกแนะนำว่าควรใช้กุ้ยช่ายสดจะช่วยสมปรารถนาเร็วขึ้น กระถางรูป 1 ใบ เทียนแดง 1 คู่ กับแจกันดอกไม้สด 1 คู่ อันหมายถึงงานมงคลแสดงยศถาบรรดาศักดิ์ กระดาษไหว้หรือเครื่องบรรณาการ ในที่นี้แนะนำว่าควรใช้เทียงเถ่าจี๊ 1 ชุด, กระดาษเงินกระดาษทอง, ค้อซี 1 ชุด, หงิ่งเตี๋ย, กิมฮวย อั่งติ้ว 1 ชุด, กิมหงิ่งเต้า 1 คู่, อั่งเทียบ (กระดาษแดง), ฮกกิม 12 แผ่น และกิมตุ้ง 5 ชิ้น นอกจากนี้ ต้องมีน้ำเปล่า 1 แก้ว ข้าว 3 ถ้วย ประกอบด้วย โดยตั้งโต๊ะให้ดูสวยงาม ตั้งจิตสมาธิ และก็กล่าวขอพร ถ้าอยากให้สมหวังสมปรารถนามากๆ ก็เลือกไหว้เทพเจ้าที่มีบุญบารมีมาก อาทิ เจ้าแม่กวนอิม ด้วยก็ไม่ผิด"

ตรุษจีน

          นอกจากของไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภดังที่กล่าวแล้ว อ.พิชัยวัฒน์ แนะว่ายังมี ซาแซ และ โหงวแซ ซึ่งมีความหมายให้มีพร 3 หรือ 5 ประการ ได้แก่ เป็ด และ ไก่ หมายถึงความเจริญก้าวหน้า, หมูสามชั้น หมายถึงให้มีโชค 3 ชั้น เจริญรุ่งเรือง, ปลาต้ม และ ปลาหมึกแห้ง หมายถึงให้เหลือกินเหลือใช้ ซึ่งสามารถนำซาแซ และโหงวแซ ไปไหว้เทพเจ้าชั้นรองลงมาจากเทพเจ้าใฉ่สิ่งเอี้ยได้

          อ.พิชัยวัฒน์ ยังแนะเคล็ดลับในการไหว้เทพเจ้าใฉ่สิ่งเอี้ยว่า ควรตั้งโต๊ะไหว้ก่อนเวลาไหว้เล็กน้อย เมื่อถึงเวลาก็จุดธูปปักของไหว้ทุกจานจานละ 1 ดอก ถ้าให้ดีควรปักกิ่งทับทิบลงที่ของไหว้ด้วย เพื่อเป็นการให้เกียรติเทพเจ้า ใช้ธูป 3 ดอกไหว้โดยตั้งจิตอธิษฐานบอกกล่าวชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ โดยไหว้ตามลำดับอาวุโส ส่วนการขอพรควรขอไม่เกิน 2 ข้อ ที่สำคัญไม่ควรขอให้รวยแต่ควรใช้คำพูดว่า
ไหว้ตรุษจีนให้ เฮง! เฮง! เฮง! โพสต์เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 00:00:00 13,386 อ่าน แสดงความคิดเห็น