
db









"ตำนาน" คือ คำที่รอ นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ อยู่แล้ว ถ้าหากไม่มี อีลาย แมนนิง และ นิวยอร์ก ไจแอนท์ส "นักรบกู้ชาติ" เดินลงสู่เกมซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 42 ด้วยสถิติเหลือเชื่อ ชนะรวด 18 นัด ชัยชนะอีกแค่นัดเดียวต่อทีมที่เป็นรองสุดกู่ จะทำให้ "แพทส์" เป็นทีมที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ที่ทำ "เพอร์เฟกต์ ซีซั่น" หรือชนะรวดทุกนัดในฤดูกาล และเป็นทีมแรกในโลกที่ทำสถิติ 19-0 แต่โลกนี้ ไม่มีใครหรือสิ่งใด "เพอร์เฟกต์"
ความพ่ายแพ้ของ นิวอิงแลนด์ ต่อ นิวยอร์ก ไจแอนท์ส 14-17 คะแนน ที่ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ ฟีนิกซ์ สเตเดี้ยม ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ แต่แม้แต่แฟนของ ไจแอนท์ส บางคน ยังยอมรับว่า เดินทางไปแอริโซนา ด้วยเป้าหมายดื่มด่ำกับบรรยากาศของซูเปอร์โบว์ลเท่านั้น ไม่ใช่ชัยชนะ
แต่ถ้าหาก อเมริกันฟุตบอล คืออะไรที่ต้องเป็นไปตามสูตร มันคงถูกเรียกว่า "คณิตศาสตร์" ไม่ใช่ "กีฬา" ว่าแล้ว อีลาย แมนนิง และ ไจแอนท์ส ก็พิสูจน์คำพูดดังกล่าวให้โลกประจักษ์ กล่าวกันว่า ยาวนานถึง 39 ฤดูกาลแล้ว ที่ซูเปอร์โบว์ล ไม่เคยเกิดเหตุการณ์พลิกล็อกชนิดที่ต้องบอกว่ามโหฬารขนาดนี้
ครั้งสุดท้าย ที่เกิดเหตุการณ์ ซึ่งทำให้กูรูหน้าแตก และเปิดตำราหาเหตุผลกันแทบไม่ทัน คือ ตอนที่ โจ เนเม็ธ นำ นิวยอร์ก เจตส์ ชนะ บัลติมอร์ โคลต์ส ในซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 3 ตอนนั้น บัลติมอร์ เก่งยังไง ตอนนี้ นิวอิงแลนด์ เก่งกว่าด้วยซ้ำ ดังนั้น สิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก่อนเกมซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 42 จึงมีแต่เรื่องของ "ความสมบูรณ์แบบ" ถ้าหากชนะนัดนี้ แพทส์ จะเป็นทีมที่ 2 ต่อจาก ไมอามี ดอลฟินส์ ที่ทำ "เพอร์เฟกต์ ซีซั่น" ชนะรวด 17 นัด ก่อนคว้าแชมป์ซูเปอร์โบว์ลอย่างยิ่งใหญ่ ในปี 1972
นอกจากนั้น ยังจะเป็นแชมป์สมัยที่ 4 ใน 7 ฤดูกาล และกลายเป็นทีมที่ 4 ต่อจาก ซานฟรานซิสโก โฟร์ตีนายเนอร์ส, ดัลลัส คาวบอยส์ และพิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์ส ที่ได้แชมป์ซูเปอร์โบว์ล 4 ครั้ง หรือมากกว่า แต่อย่างที่บอกว่า อเมริกันฟุตบอล คือ กีฬา และ กีฬา ไม่ใช่สูตรสำเร็จ ดังนั้น อะไรจึงเกิดขึ้นได้เสมอ ตราบใดที่ยังไม่หมดเวลา
ถ้าหากลองวิเคราะห์เกมซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 42 อย่างละเอียด จะเห็นว่า อาจจะมีเพียง 2 เหตุการณ์เท่านั้น ที่ทำให้ อีลาย แมนนิง และ ทอม เบรดี 2 จอมทัพของทั้ง 2 ทีม พบจุดจบที่แตกต่างกัน
เหตุการณ์แรก คือ ตอนที่ ไจแอนท์ส ตามหลัง 10-14 คะแนน และอยู่ในสถานการณ์ดาวน์ที่ 3 ต้องการ 5 หลา ที่เส้น 44 ของตัวเอง ตอนนั้นเหลือเวลา 1.15 นาที หลังจากเรียกลูกขึ้นมาเล่น แมนนิง โดน จาร์วิส กรีน และ ริชาร์ด ซีย์มอร์ 2 ดีเฟนซ์ซีฟไลน์ของ นิวอิงแลนด์ โถมเข้ามาใส่ราวกับอ้อมกอดของปลาหมึกยักษ์ ที่กำลังจะฮุบเหยื่อ ภาพต่อไปหลังจากนั้น คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากการล้มกองแอ้งแม้งกับพื้นของ อีลาย
แต่ควอเตอร์แบ๊ก ที่เล่น เอ็นเอฟแอล เพียงแค่ฤดูกาลที่ 4 กลับแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของร่างกาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจิตใจ ด้วยการสลัดหนีการแท็กเกิลได้อย่างเหลือเชื่อ เขาขยับออกมาทางขวาของตัวเอง แล้วขว้างลูกพุ่งตรงไปกลางสนามให้ เดวิด ไทรี กระโดดขึ้นรับแบบสุดเหยียด โดยมี ร็อดนีย์ แฮร์ริสัน เซฟตีแพทริออตส์ กระโดดขึ้นป้องกัน
ไม่มีใครเชื่อว่า ไทรี ที่รับลูกไปแค่ 4 ครั้ง ในฤดูกาลปกติ จะรับลูกนั้นได้ เพราะมันเกือบจะหลุดมือเขาอยู่แล้ว แต่ ไทรี ก็รับได้ และถือเป็นการขว้างระยะ 32 หลา ที่สำเร็จของ แมนนิง เหตุการณ์ดังกล่าว ว่ากันว่า เป็นการเล่นที่สำคัญที่สุดของเกม และเป็นการขว้างลูกและการรับลูก ที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ซูเปอร์โบว์ล ดังนั้นไม่ต้องสงสัยว่า มันจะกลายเป็นตำนานที่ถูกนำมาเล่าต่อ และฉายซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่าแน่นอน
ส่วนเหตุการณ์ที่ 2 คือ การเล่นหลังจากการสแน็ปลูก 4 ครั้งต่อมาตอนนั้นเหลือเวลา 35 วินาที หลังเรียกลูกขึ้นมาเล่น อีลาย โดนทีมรับแพทริออตส์ รุมเข้ามาบลิตซ์เหมือนเดิม แต่คราวนี้ ผู้เล่นแนวบุกสามารถป้องกันเอาไว้ได้หมด เปิดโอกาสให้เขามีเวลามองหาเป้าหมายพอสมควร
และ แมนนิง ก็แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติของจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยการขว้างอย่างมั่นใจให้ แพล็กซิโก เบอร์เรสส์ รับทัชดาวน์ ระยะ 13 หลา ไจแอนท์ส ขึ้นนำเป็นครั้งแรกของเกม 17-14 คะแนน ทุกอย่างเหมือนจะจบ แต่ตราบใดที่มีคนชื่อ ทอม เบรดี ในสนาม อะไรก็ยังเกิดขึ้นได้ เพียงแค่ไม่ใช่เกมนี้
ทีมรับของ ไจแอนท์ส หยุดยั้ง เบรดี ได้สำเร็จ หมดเวลา นิวยอร์ก คว้าแชมป์ซูเปอร์โบว์ล สมัยที่ 3 ในประวัติศาสตร์ หลังจากเคยได้ เมื่อปี 1987 และ 1991 อีลาย ได้รับตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่าของเกมตามคาด และจากสิ่งที่เขาทำให้ทีม มันก็เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง แต่อีกส่วนที่สำคัญไม่น้อยกว่ากันคือคนชื่อ สตีฟ สแปงนูโอโล โค้ชทีมรับของนิวยอร์ก
เพราะเขาทำให้ ควอเตอร์แบ๊กมือทองสมองเพชร ที่ทุบสถิติต่าง ๆ กระจุยกระจาย และขว้างไปถึง 50 ทัชดาวน์ในฤดูกาลปกติ โดนแซ็คถึง 5 ครั้ง และถูกกดดันหนักจนดูเหมือนจอมทัพดาด ๆ ไปเลย ตรงกันข้ามกับ อีลาย ที่ชัยชนะนัดนี้ ทำให้เขาหลุดออกจากเงาของ เพย์ตัน แมนนิง เรียบร้อยแล้ว
ตอนที่ถูกดราฟต์คนแรก เมื่อปี 2004 อีลาย ได้รับการคาดหมายว่า จะต้องเดินมาจนถึงจุดที่เขาทำได้ที่แอริโซนาอย่างแน่นอน คำถามมีแค่ "เมื่อไหร่" ?
ตลอด 4 ปีในเอ็นเอฟแอล แทบไม่มีวี่แววเลยว่า เขาจะทำได้ และ อีลาย ก็คือ ควอเตอร์แบ๊กน้อยประสบการณ์ธรรมดา ๆ ที่ไม่เห็นแตกต่างจากใคร นอกจากมีนามสกุล แมนนิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่ เพย์ตัน พี่ชายแท้ ๆ ขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของอาชีพ ด้วยการได้แชมป์ซูเปอร์โบว์ลกับ อินเดียนาโปลิส โคลต์ส และคว้าตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่ามาครอง ยิ่งทำให้ความสามารถของ อีลาย ถูกตั้งคำถามหนักขึ้น และแม้แต่ แฟนของ ไจแอนท์ส เอง ยังแสดงออกอย่างไม่ปิดบังว่า ไม่ไว้ใจ 1 สมอง และ 2 มือของเขา ด้วยการพากันรุมโห่ใส่ในหลายเกม
สิ่งที่ อีลาย โดนวิจารณ์มากที่สุดคือความไม่แน่นอน ขณะที่เพื่อนร่วมทีม และสื่อ บอกว่า เขาไม่แกร่งพอที่จะเป็นผู้นำของทีม จนกระทั่งวันที่ 29 ธ.ค. 2007 วันนั้น ไจแอนท์ส เจอกับ แพทริออตส์ ในเกมสุดท้ายของฤดูกาลปกติ พวกเขาแพ้ไปตามคาด 35-38 คะแนน
แต่ที่ไม่คาดก็คือ อีลาย ขว้างถึง 4 ทัชดาวน์
หลังจากนั้น อีลาย เหมือนกับปลดแอกตัวเองออกจากบางอย่างที่มองไม่ห็น แต่ครอบงำเขามานานได้ และเขาก็นำทีมชนะรวดในรอบเพลย์ออฟเหนือ แทมปาเบย์ บัคคาเนียร์ส, ดัลลัส คาวบอยส์, กรีนเบย์ แพ็กเกอร์ส และ แพทริออตส์ ในซูเปอร์โบว์ล
อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่า ถ้าหาก อีลาย ไม่ได้นามสกุล แมนนิง เขาคงไม่ต้องพบกับกดดันมากขนาดนี้ เพราะนอกจาก เพย์ตัน แล้ว อีกคน ที่เขาจะต้องหลุดออกจากร่มเงาความยิ่งใหญ่ให้ได้ก็คือ อาร์ชี แมนนิง คุณพ่อแท้ ๆ แมนนิง ผู้พ่อ อาจจะไม่เคยได้แหวนซูเปอร์โบว์ล แต่เขาได้รับการยอมรับว่า เป็นควอเตอร์แบ๊กที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์เอ็นเอฟแอล
ถ้าหาก ไม่เลือกอยู่กับ นิวออร์ลีนส์ เซนต์ เกือบตลอดชีวิตนักกีฬาอาชีพระหว่างปี 1971-1984 อาร์ชี คงไม่ได้มีเกียรติประวัติติดตัวเพียงแค่การติดโปรโบว์ล 2 สมัย ในปี 1978 และ 1979 ดังนั้น การประกาศอิสรภาพของ อีลาย ในปีนี้ คงไม่มีคุณพ่อคนใดในโลกอีกแล้ว ที่จะมีความสุขมากไปกว่า อาร์ชี และการเห็นลูกชาย 2 คน คว้าแชมป์ซูเปอร์โบว์ล พ่วงด้วยตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่าของเกม 2 ปี ติดต่อกัน คงช่วยให้เขาลืมบาดแผลในอดีตได้สนิท
ที่สำคัญ ยังทำให้ ไม่ผิดนัก ถ้าจะบอกว่า "แมนนิง" คือ ตระกูลที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์เอ็นเอฟแอล ถ้าหากถามนักวิทยาศาสตร์ พวกเขาอาจจะบอกว่า พันธุ์กรรม คือเหตุผลเบื้อหลังของเรื่องนี้ แต่อีกสิ่งที่แน่นอน และไม่ต้องการการพิสูจน์ คงหนีไม่พ้น ความรักในเกม และความพยายามในการเอาชนะอุปสรรค ที่ อาร์ชี สอนลูก ๆ
น่าคิดว่า ถ้าหากพี่น้อง แมนนิง ยังคงรักษาฟอร์มแบบเอาไว้ได้ต่อไป อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต อินเดียนาโปลิส โคลต์ส และ นิวยอร์ก ไจแอนท์ส อยู่กันคนละสาย คือ เอเอฟซี และ เอ็นเอฟซี ซึ่งนั่นหมายความว่า นอกจากเกมในฤดูกาลปกติแล้ว พวกเขาอาจจะโคจรมาเจอกันได้ในซูเปอร์โบว์ล
แน่นอนว่า มันไม่ใช่เรื่องเกินจริง แต่ถ้าหากเกิดขึ้นจริง ไม่รู้ว่า คุณพ่ออาร์ชี จะเชียร์ทีมใด ?!









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |

























|