หื่นข่มขืนนิสิตสาว แบล็กเมล์-รีดเงิน!

รวบคนขับรถร้านชำ ลวงสาวนิสิตเภสัชฯ ปี 3 ข่มขืนถ่ายรูปแบล็กเมล์รีดเงินซ้ำ เผยโทรศัพท์ไปหาอ้างเป็นนักดนตรีพูดคุยจนเหยื่อหลงเชื่อ ก่อนนัดให้มาหาแล้วลวงเข้าโรงแรมข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ระหว่างที่เหยื่อเข้าห้องน้ำลักเงินและโทรศัพท์มือถือหลบหนี จากนั้นโทร.มารีดเงิน ขู่หากไม่ยอมจะนำภาพลับมาเผยแพร่ นิสิตสาวโอนเงินให้ยังไม่ยอมคืนโทร.และขู่ซ้ำ จนเข้าแจ้งความบุกรวบตัวสำเร็จ
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 13 ก.พ. พ.ต.ท.รักชาติ เรืองเจริญ สารวัตรเวร สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมพวก ควบคุมตัวนายจีรศักดิ์ สมบูรณ์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 189 ม.4 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ดำเนินคดีข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและรีดเอาทรัพย์ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโมบาย 1 เครื่อง บัตรเอทีเอ็ม บัตรประชาชนของ น.ส.แอม (นามสมมติ) อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะเภสัชฯ มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้เสียหาย และโทรศัพท์ยี่ห้อโนเกียของผู้ต้องหา กระเป๋าคาดเอวลายพรางทหาร 1 ใบ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ร้านพิษณุโลกไมโคร ถนนชาญเวชกิจ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก เบื้องต้นผู้ต้องหาสารภาพคดีลักทรัพย์ ส่วนข้อหาข่มขืนให้การปฏิเสธ
สำหรับการจับกุมสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ประเสริฐ กาฬรัตน์ รองผบก.ภ.จว.พิษณุโลก สั่งการให้พ.ต.ต.เทพฤทธิ์ สิงห์สถิตย์ สว.กลุ่มงานสืบสวน ร.ต.ท.กฤษนัย ไชยโย รองสว.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.พิษณุโลก และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบสวนจับกุมผู้ต้องหา หลังรับแจ้งจาก น.ส.แอม ว่า ถูกนายจีรศักดิ์โทรศัพท์ข่มขู่บังคับเอาเงิน ถ้าไม่ให้จะนำภาพที่ข่มขืนไปเผยแพร่ เนื่องจากกลัวจะอับอายหากถูกนายจีรศักดิ์นำภาพไปเปิดเผย จึงโอนเงินสดจำนวน 5,000 บาท เข้าธนาคารกรุงศรีอยุธยา ปรากฏว่านายจีรศักดิ์กลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืนโทรศัพท์ให้อีก กระทั่งได้รับข้อความจากนายจีรศักดิ์อีกครั้ง โดยข่มขู่จะขอเงินอีก จึงปรึกษาญาตินำเรื่องที่เกิดขึ้นไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมวางแผนทำการจับกุมได้ในเวลาต่อมา
สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 29-30 ม.ค.ที่ผ่านมา มีผู้โทรศัพท์เข้ามือถือของน.ส.แอม โดยไม่ทราบเป็นของใคร แต่น.ส.แอมไม่ได้รับสาย จึงได้โทร.กลับไปสอบถามมีเสียงผู้ชายเป็นคนรับ บอกชื่อเล่นว่าแบงก์ โทร.ผิด จากนั้นวางสายไปโดยไม่พูดคุยอะไรมาก ต่อมาทราบว่าเป็นนายจีรศักดิ์บอกว่าเป็นนักดนตรี ทำงานอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร ก่อนจะโทร.กลับมาหาน.ส.แอม อีกหลายครั้งเกือบทุกวัน น.ส.แอม เห็นว่าพูดจาสุภาพจึงยอมพูดคุยด้วยกระทั่งพูดคุยกันสนิทสนม
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ก.พ. นายจีรศักดิ์โทร.มาหาน.ส.แอม พร้อมนัดเจอ อ้างว่าอยากจะเห็นหน้าตา จึงนัดให้ไปพบที่หน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ศูนย์ขนส่งรถโดยสาร ต่อมานายจีรศักดิ์เปลี่ยนให้ไปรอที่หน้าบริษัทฟินันซ่า ถนนมิตรภาพ แต่ไปแล้วไม่พบ นายจีรศักดิ์โทรศัพท์บอกให้น.ส.แอม ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปในซอย พบนายจรีศักดิ์ยืนอยู่หน้าห้องพักชั้นเดียว อยู่ด้านในสุดห้อง 109 ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นโรงแรมศาลาไทย จึงได้เรียกให้เข้าไปหา พร้อมชักชวนให้เข้าไปในห้องเพื่อพูดคุยรู้จักกันเท่านั้น
หลังจากเข้าไปนั่งคุยได้ไม่นานนายจีรศักดิ์จะขอร่วมหลับนอน แต่น.ส.แอม ไม่ยอมอ้างว่ามีประจำเดือน จึงถูกนายจีรศักดิ์ผลักตัวล้มลงบนเตียงนอน จากนั้นนอนทับกดตัวเอาไว้ไม่ให้ดิ้นหนี พยายามดิ้นรนแต่สู้แรงไม่ไหว ก่อนจะถูกถอดเสื้อผ้าและถูกข่มขืน 1 ครั้ง ระหว่างนั้นน.ส.แอม ได้ผลักนายจีรศักดิ์ออกและลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ เมื่อกลับออกมาไม่พบนายจีรศักดิ์ พร้อมกับทรัพย์สินถูกนายจีรศักดิ์ขโมยไป มีโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโมบาย 2 เครื่อง เงินสด 2,700 บาท และกระเป๋าเอกสารส่วนตัว จึงสอบถามพนักงานโรงแรมทราบว่านายจีรศักดิ์ออกไปแล้ว น.ส.แอม จึงขี่รถจักรยานยนต์กลับที่พักนิสิตในมหาวิทยาลัย
กระทั่งวันที่ 5 ก.พ. นายจีรศักดิ์โทรศัพท์มาหาเพื่อนน.ส.แอม ที่มีเบอร์อยู่ในเครื่อง โดยข่มขู่ฝากบอกให้น.ส.แอม ให้ติดต่อกลับ ถ้าไม่เชื่อจะเอาภาพที่ถ่ายขณะร่วมหลับนอนไปเปิดแพร่เผยให้คนอื่นดู หลังจาก น.ส.แอม โทร.กลับไปหา นายจีรศักดิ์บอกให้โอนเงินจำนวน 5,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา เพื่อแลกโทรศัพท์ที่มีภาพหลับนอนในคืนนั้น หลังจากโอนเงินให้เรียบร้อยปรากฏว่านายจีรศักดิ์บ่ายเบี่ยงไม่ทำตามที่ตกลง
กระทั่งวันที่ 12 ก.พ. นายจีรศักดิ์ได้ส่งข้อความหา พร้อมข่มขู่จะนำภาพไปประจาน โดยขอเงินจากน.ส. แอม อีกจำนวนหนึ่ง ทำให้น.ส.แอม เกรงว่าจะถูกนายจีรศักดิ์รีดเอาเงินตลอดไปจึงปรึกษาญาติเข้าแจ้งความกับตำรวจตรวจสอบกระทั่งทราบที่อยู่และที่ทำงาน จึงนำกำลังจับกุมตัวได้ดังกล่าว โดยผู้ต้องหาพยายามหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่รวบตัวไว้ได้ทัน นำตัวไปตรวจค้นที่บ้านเช่าเลขที่ 96/8 ถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ อ.เมืองพิษณุโลก โดยพบของกลางของผู้เสียหายส่วนหนึ่ง
สอบสวนนายจีรศักดิ์ ให้การว่ามีครอบครัวแล้ว มีลูก 3 คน รู้จักกับน.ส.แอม เพราะโทรศัพท์ผิดแต่โทร.คุยกันเรื่อยมากระทั่งรู้จักสนิทสนมกัน โดยหลอกว่าเป็นนักดนตรี และทำงานอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร แต่จริงๆ แล้วเป็นคนขับรถส่งของร้านพิษณุโลกไมโคร ซึ่งขายพวกกะปิ น้ำปลา น้ำตาล วันเกิดเหตุโทรศัพท์หลอกให้น.ส.แอม มาหาและร่วมหลับนอนด้วยกัน
จากนั้นขโมยกระเป๋าเงิน โทรศัพท์ 2 เครื่อง หลบหนีไป และโยนกระเป๋าของผู้เสียทิ้งบริเวณทางเข้าโรงเรียนบริหารธุรกิจ และเทคโนโลยีพิษณุโลก ซึ่งมีศาลาพักร้อนอยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว และนำโทรศัพท์เครื่องหนึ่งไปขาย เก็บเอาไว้เครื่องหนึ่ง พร้อมกับติดต่อน.ส.แอม เพื่อให้โอนเงินจำนวน 5,000 บาท เพื่อแลกกับโทรศัพท์ที่ถ่ายรูปตอนหลับนอนเอาไว้แต่จริงๆ ตนไม่ได้ถ่าย ก่อนจะส่งข้อความข่มขู่เพื่อขอเงินอีก กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ในที่สุด
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ตไม่เกี่ยวกับข้อมูล