HILIGHT NEWS

นางเอกนอกกรอบ นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา

รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ ฟรี คลิกที่นี่ <<

นุ่น ศิรพันธ์


          จากสาวเชียงใหม่ที่เรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ วันหนึ่ง เธอมีโอกาสได้ก้าวเท้าเข้าวงการบันเทิง ด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศ การประกวด ดัชชี่บอย แอนด์ เกิร์ล ปี 2004 ฝ่ายหญิง ทำให้วันนี้ มีนางเอกฝีมือคุณภาพชื่อ "นุ่น" ศิรพันธ์ วัฒนจินดา ประดับวงการบันเทิงอีกหนึ่งคน

           ซึ่งเวลานี้เธอกำลังมีผลงานออกมาสู่สายตา ทั้งละครเรื่อง "ยุทธการหักคานทอง" แถมเตรียมจะจ่อคิวต่อกับละครเรื่อง "นางสาวผ้าขี้ริ้ว" ของผู้จัดมือใหม่ "ตุ๊ก" จันทร์จิรา จูแจ้ง และกำลังถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ อย่าง "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 3" น่าสนใจขนาดนี้ มีหรือเราจะไม่คว้าตัวเธอมาเจาะใจ ชี้แจงแถลงไขถึงเรื่องที่ว่าเธอเป็นสาวอารมณ์ติสต์ ไม่ค่อยสนใจใคร รวมไปถึงเรื่องหัวใจ ว่าเวลานี้หนุ่มที่นั่งกลางใจ ใช่ "ท็อป" พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร หรือเปล่า....

จุดเปลี่ยนชีวิต

 เรียนวิศวะแต่ทำไมตัดสินใจประกวดดัชชี่ฯ

          นุ่น : มันเป็นความบังเอิญเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต มีคนมาขอถ่ายรูป ตอนพวกนุ่นไปเดินเล่นกันในห้างที่เชียงใหม่ ถ้าไม่มีเพื่อนประกวด นุ่นก็ไม่ประกวดอยู่แล้วล่ะ แต่บังเอิญเพื่อนนุ่นยุ ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะได้ แต่ปรากฏว่ารูปผ่านการคัดเลือก แล้วมันก็มาเรื่อยๆ นุ่นถือว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนเลยจากวันนั้น 

 รู้สึกรักงานแสดงตอนไหน

          นุ่น : เมื่อก่อนนุ่นจะเป็นเด็กเรียนมากๆไม่ไปไหนเลย เลิกเรียนกลับบ้าน เป็นพวกติดบ้าน ไม่ทำกิจกรรม มีเพื่อนน้อยมาก เป็นคนติดครอบครัวมากๆ พอมาทำงานก็คนละเรื่องเลย วันๆ แทบจะไม่เห็นหน้าครอบครัวเลย แต่ตอนเด็ก นุ่นจะใฝ่ฝันอยากเล่นละครเวที ไม่รู้ไปดูตอนไหนมา แต่ฝังใจว่าอยากเป็นนักแสดง แต่ไม่ใช่คำว่า ดาราที่แค่ยิ้มสวยๆ นะ แต่อยากเป็นนักแสดงที่แสดงบนเวทีจริงๆแล้วคนดูเชื่อ เลยขอที่บ้านเรียนนิเทศศาสตร์ตอนที่ขึ้นม.1 แต่พอต้องเลือกสายเรียนต่อ ม.4 ที่บ้านก็ยืนยันอยากให้เรียนสายวิทย์-คณิต ไม่ให้เรียนสายศิลป์ ก็ไม่เป็นไร สู้ต่อ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ยอม ก็เลยเรียนวิศวะแทน 

 เรียนวิศวะเพราะที่บ้านกำหนดให้

          นุ่น : จริงๆแล้วเขาอยากให้นุ่นเรียนหมอ แต่นุ่นไม่ชอบ สไตล์นุ่นชอบงานหนักๆ เถื่อนๆ ใช้แรงงาน พอไม่ได้เรียนสายศิลป์ก็ทำใจ ชาตินี้ก็คิดว่าคงไม่ได้เป็นแล้ว อาจจะเพราะตอนที่ประกวดก็ทำอะไรไปเต็มที่ เพราะปกติเป็นคนทำอะไรเต็มที่ ทำให้ดีที่สุด ผลมันก็เลย ทำให้มีคนเห็น เลยได้มาเล่น แล้วยิ่งได้ทำ ยิ่งได้เรียนรู้การแสดงก็ยิ่งชอบ 

 ที่บ้านยอมให้ทำงานบันเทิงด้วยหรือ

          นุ่น : จริงๆแล้วเขาไม่ชอบเลย แรกๆ ก็มีบ่น ท่านอาจจะมอง ว่าตอนนั้นนุ่นยังเรียนไม่จบ ถ้ามาทำงานตรงนี้แล้วไม่จบก็เรื่องใหญ่มาก แต่ก็พิสูจน์ว่าจบได้ เทอมสุดท้าย ได้ 4.00 มา ก็ต้องขอบคุณอาจารย์กับเพื่อนๆ มากๆ ต้องทำโปรเจกท์ด้วย งานใหญ่มาก แต่พิสูจน์ให้เห็น ว่าเราทำได้ดีทั้งสองอัน แล้วเราทำงานมาสักพัก ก็พิสูจน์อะไรบางอย่าง ว่าเราก็ตั้งใจดี ยิ่งหลังๆ พอมีคนมาบอกว่านี่ไง คุณพ่อน้องนุ่น คุณแม่น้องนุ่น เขาก็แอบปลื้ม แต่พอเขาแอบปลื้ม นุ่นก็ยิ่งวิตกจริต เพราะเขาจะมาแนวไซโคลูก ว่าคนรู้จักพ่อกับแม่ เพราะรู้จักนุ่นนะ ถ้าอยากให้เขารู้จักพ่อกับแม่แบบไหนก็ให้ทำตัวอย่างนั้นแล้วกัน คือเปรยๆ ทำนองว่า ให้นุ่นทำตัวให้ดี คนจะได้รู้จักพ่อแม่ในมุมที่ดีๆ นุ่นก็เลยกดดัน เพราะพ่อกับแม่ไม่เคยบอกเลยว่าต้องทำอะไร แต่มันเหมือนเป็นความรับผิดชอบของเราเอง ว่าถ้าเราอยากทำงานที่อยากทำตั้งแต่เด็ก ก็ต้องไม่ทิ้งอีกส่วนหนึ่งด้วย 

 ดูเป็นคนรักงานแสดงมาก

          นุ่น : ใช่นุ่นรักการแสดงมากๆ ไม่รู้เพราะอะไร เวลาที่นุ่นเล่น แล้วคนที่นุ่นเล่นด้วยเขาเชื่อ ผู้กำกับเชื่อ นุ่นจะภูมิใจมาก มันมีเสน่ห์มั้ง เวลาทำงานได้เป็นอีกตัวละครตัวหนึ่ง ต้องเป็นเขาให้ได้ มันดูมีเสน่ห์ดี 

เขาว่าเธอติสต์แตก!?!? 

 เป็นนักแสดงที่ไม่ค่อยรับงานโชว์ตัวนะ

          นุ่น : เขินไงไม่ได้หยิ่งหรอกนะ แต่เขิน (หัวเราะ) แต่ให้รับก็ได้นะ ถ้าใครจะติดต่อมาก็ยินดีรับ ไม่เกี่ยง ตอนนี้ก็เริ่มว่าง ปิดกล้องละครก็รับได้แล้ว เพราะนุ่นก็เพิ่งผ่อนบ้านให้พ่อกับแม่อยู่ที่กรุงเทพฯ แต่นุ่นไม่ใช่พวกยกมือก่อน นอกจากเขามาชวนว่าไปไหม ก็ไปได้ 

 คนไม่กล้าติดต่อเพราะคิดว่านุ่นเป็นสาวอารมณ์ศิลปิน ไม่รับงานแบบนี้หรือเปล่า 

          นุ่น : จริงๆคนเรา นุ่นว่าชอบอะไรไม่เหมือนกันอยู่แล้ว เพียงแต่สิ่งที่นุ่นชอบ อาจจะไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ชอบกัน ถ้าคนมอง ว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ ควรจะไว้ผมยาว แต่งตัว ทาเล็บ ทาปาก ใส่กระโปรง ใส่รองเท้าส้นสูง แต่นุ่นชอบใส่กางเกงยีนขาดๆ รองเท้าผ้าใบ เสื้อยืด คนทั่วไป อาจจะเห็นนุ่น ก็เห็นตามรถไฟฟ้า รถเมล์ได้ เพราะนุ่นก็ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่แตกต่างจากก่อนเข้าวงการ ถ้าอยากถ่ายรูป ก็จะนั่งรถเมล์แล้วถ่ายรูปไปเรื่อยๆ สิ่งที่นุ่นชอบมันไม่ใช่แบบที่คนส่วนใหญ่ชอบ ก็เลยดูแปลก แล้วบังเอิญบุคลิกนุ่นชอบอยู่บ้าน ไม่ค่อยไปไหน สถานที่ไปก็ไม่ใช่ปาร์ตี้มีคนเยอะ หรือเที่ยวกลางคืน นุ่นชอบไปสวนจตุจักร แต่งตัวสบายๆ ถ่ายรูป ปั่นจักรยานตามสวนสาธารณะ มันได้พักผ่อน นุ่นไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น ไม่ได้ติสต์หรอก แค่อยากจะบอกว่า คนเราชอบอะไรไม่เหมือนกัน ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกหรอก 

 เจอแซวติสต์แตกบ่อยๆรู้สึกอย่างไร 

          นุ่น : มันก็ขำนะเพราะว่าบางคน เราไปแปลนิยามคำบางคำคนละเรื่อง คำว่าติสต์ นุ่นว่าไม่มีใครตอบได้จริงๆ หรอกว่า คืออะไร ถ้าคนที่มองโลกกลางๆ ก็อาจจะมองคนเหล่านี้ ว่าเขาอาจจะเป็นแนวของเขามั้ง ขณะที่คนที่มองด้านบวก ก็อาจจะมอง ว่าคนเราก็อาจจะชอบอะไรไม่เหมือนกัน แต่มองด้านลบ ก็อาจจะบอก โหย...พวกติสต์เหรอ ทำตัวคิดว่าตัวเองเท่ เจ๋ง จะบอกว่านุ่นไม่เคยคิดเลย อย่ามาคิดแทนให้ นุ่นไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองเท่ เจ๋ง เปล่าเลย ไม่เคยคิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่นเลย แค่นุ่นชอบอะไรไม่เหมือนคนอื่น คนเราชอบอะไรไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง 

 เป็นคนชอบชีวิตเรียบง่าย

          นุ่น : อาจจะเพราะนุ่นชอบอะไรที่มันเป็นธรรมชาติชอบอ่านหนังสือ ชอบนั่งอยู่ร้านกาแฟ ชอบหมกตัว เจอกองหนังสือก็จะหายหัวเลย 

 มีเป้าหมายกับงานในวงการบันเทิงอย่างไรบ้าง

          นุ่น : เมื่อก่อนมีนะแต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว เมื่อก่อนรู้สึกว่าอยากทำให้มันดีที่สุด จะได้ลบคำสบประมาท แต่ตอนนี้ไม่แล้ว อยากทำงานที่เรารักให้มันสนุกจริงๆ บางทีมันมีอุปสรรค สิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ถึงมันจะยังไงก็แล้วแต่ ทำให้มันสบายๆ มีความสุข วันหนึ่งนุ่นอาจจะไม่ใช่นางเอกแล้ว ก็อาจจะเล่นบทที่นุ่นรู้สึกว่าอยากเล่น ตอนนี้ขอแค่ได้ทำสิ่งที่รักไปเรื่อยๆ ทำแล้วเรารู้สึกสบายใจ ทำออกมาให้ดีที่สุดก็พอแล้ว ที่เหลือ นุ่นมองว่าวงการนี้มันไม่แน่นอน นุ่นอยากจะทำอะไรที่มันผ่อนบ้านได้ และไม่ต้องซีเรียสมาก เพราะเห็นแล้ว ว่าคนเราตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ และก็อยากกตัญญูต่อพ่อแม่ให้มากที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่าวันหนึ่งใครจะไปก่อน แต่ถ้าเราทำเต็มที่ ถึงวันนั้นเราจะได้ไม่เสียใจ และอาจจะหาอะไรที่มันมั่นคงกับชีวิตอีกนิดหนึ่ง อาจจะเรียนต่อ ตอนนี้ประชุมอยู่ ว่าจะยังไง 

 ที่บ้านเริ่มอยากให้ทำอาชีพที่เรียนมาหรือยัง

          นุ่น : ยังไม่ทวงนะ(หัวเราะ) เขายังปลาบปลื้มอยู่ มีแต่นุ่นที่รู้สึก ว่าอยากทำอะไรที่มันมั่นคงกับตัวเอง แล้วรู้สึกเสียดายกับสิ่งที่เราเรียนมา อยากฝากบอกไปถึงตามสลัม หรือศูนย์เด็กฯ ที่มีน้องๆ ที่ไม่ได้เรียนหนังสือ หรืออยู่ตามสี่แยกไฟแดง ตอนนี้นุ่นพอว่าง สามารถจะสอนหนังสือเขาได้ นุ่นอยากเอาความรู้ที่เรียนมาไปสอนเขา การบ้านประถม มัธยม ยังจำได้อยู่ อยากให้ตัวเองมีคุณค่ามากกว่านี้ เพราะที่เรียนมาก็เยอะอยู่ ถ้าที่ไหนที่ขาดแคลนคุณครู สนใจ ช่วงปิดเทอม ช่วงซัมเมอร์ ถ้านุ่นว่าง นุ่นอยากเอาตัวเองไปช่วย นุ่นอาจจะไม่มีเงินบริจาคให้ เพราะคุณแม่เก็บ แต่นุ่นอยากเอาสมองไปสอนเขาได้ สนใจก็ติดต่อผ่านดัชชี่ได้เลย 

หัวใจให้ "ท็อป"

 เคยให้สัมภาษณ์ว่าชอบผู้ชายที่เหมือนคุณพ่อเจอบ้างหรือยัง 

          นุ่น : ไม่มีใครเหมือนคุณพ่อนุ่นหรอกหาได้น้อยนิด ไม่ค่อยมีใครเหมือน ผู้ชายที่ไม่ค่อยเข้าสังคม ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่ค่อยสมาคมกับเพื่อนฝูง นั่งอ่านหนังสืออยู่บ้าน นั่งกินข้าวกับลูกแทบทุกมื้อ อ่านหนังสือเจออะไรก็นั่งสอนลูก แทบจะไม่มี แต่ตอนนี้ก็มีคนที่น่ารักอีกหนึ่งคนอยู่ข้างๆ เป็นอีกคนที่รักครอบครัว แล้วก็เอาใจใส่เรา น่ารักดี ก็ถือว่าโชคดีที่มีช่วงเวลาดีๆ ได้เจอคนคนหนึ่ง 

 ดูเหมือนนุ่นจะได้รับอิทธิพลจากคุณพ่อมาค่อนข้างเยอะ

          นุ่น : มั้งคะมันเลยเป็นเรื่องยากของนุ่น จริงๆ คนอื่นเขาไม่แปลกหรอกนะ แต่นุ่นเองแหละที่แปลก ไม่ชอบไปที่คนเยอะๆ หรือกินข้าวตามร้านอาหาร มันเป็นเรื่องที่นุ่นรู้สึกว่าบางทีอยู่บ้านก็ได้ ไม่เห็นต้องไปเลย ผับนี่ไม่มีทางเห็นหัวนุ่นแน่ๆ บางทีคนที่จะมาดูแลเรา ก็อาจจะต้องปรับมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

 ต้องปรับเข้าหากันมากขนาดไหน

          นุ่น : มันก็ต้องปรับค่อนข้างเยอะอยู่แต่ถ้าไม่มองเรื่องนี้เป็นปัจจัยหลัก มองเรื่องความคิด เรื่องทั่วไป ก็ยังได้อยู่ ลองดู เพราะไม่รู้จะเป็นยังไง แต่ตอนนี้ปล่อยให้มันเป็นไปสบายๆ ดีกว่า คิดมากแล้วเดี๋ยวปวดหัว นุ่นรู้ตัวเอง ว่าเป็นคนซีเรียส แล้วเวลานุ่นซีเรียส จะไปกดดันคนรอบข้าง แล้วคนรอบข้างเขาจะไม่มีความสุข เราก็ไม่อยากไปซีเรียสใส่ใคร อยากสบายๆ บางทีนุ่นก็กลัวเขาจะอึดอัดเหมือนกัน แต่ก็ต้องลองดู ให้เวลาเขาด้วยแหละ ว่าเขาจะปรับได้ไหม เราก็ต้องให้เวลาเราด้วย ว่าแล้วเราจะปรับเข้ากับไลฟ์สไตล์บางอย่างเขาได้ไหม แต่ถามเรื่องทั่วไป มันก็เป็นเรื่องที่น่ารักดี

 คนที่พูดถึงอยู่นี้คือ "ท็อป" พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร หรือเปล่า 

          นุ่น : (ยิ้ม) ก็ดีค่ะ แต่ถ้าจะให้ใช้คำว่าแฟน คำนี้ ถ้าต้องพูดวงกว้างๆ นุ่นยังเขินๆ ยังแอบเกรงใจที่บ้านอยู่นิดหนึ่งด้วยแหละ เวลา ณ ตอนนี้ พูดขนาดนี้ นุ่นว่ามันกำลังน่ารักสำหรับเราทั้งคู่แล้ว และมันก็ดูให้เกียรติทางครอบครัวเขาด้วย ครอบครัวเราด้วย แล้วมันก็เป็นการให้เกียรติเขาด้วย ว่าเราคบกันอยู่ เราเป็นคนพิเศษต่อกัน เราให้เกียรติซึ่งกันและกัน อนาคตเป็นยังไง เราก็ไม่รู้ เพราะคำว่าแฟน มันดูจริงจัง คาดหวังเยอะ เดี๋ยวมันจะกดดันคนอื่นเกินไป ขนาดนี้แหละกำลังน่ารัก คุณแม่นุ่นเอง เขาก็คงยิ้มๆ หน่อยๆ ไม่กดดัน ไม่ทำตาดุมาก (หัวเราะ) 

 แสดงว่าที่บ้านไฟเขียว

          นุ่น : ดีค่ะน่าจะผ่านแล้ว 

 นุ่นกับท็อปมีความเหมือนหรือแตกต่างอย่างไรบ้าง

          นุ่น : ถ้าเหมือนก็คงชอบสิ่งที่มันไม่ค่อยปรุงแต่งเหมือนกันชอบสบายๆ เรียบๆ ง่ายๆ ชอบงานศิลปะ นุ่นเป็นคนรักการแสดงมาก เราก็จะชอบไปดูหนังด้วยกัน ดูเสร็จ นุ่นก็จะชอบวิจารณ์ตัวแสดง วิจารณ์หนัง เขาก็ชอบฟัง บางทีเราก็ชอบฟังเขา เรื่องงานถ่ายภาพ งานศิลปะที่นุ่นไม่ได้เรียนมา แต่นุ่นอยากเรียนรู้ ก็ฟังจากเขา แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน นุ่นชอบถ่ายรูป ก็ให้เขาวิจารณ์รูปที่นุ่นถ่าย ว่ามันใช้ได้ไหม อารมณ์เป็นยังไง แต่สิ่งที่ต่างกัน อาจจะเพราะโตกันมาคนละสังคม นุ่นโตจากต่างจังหวัด เรียบง่าย ที่บ้านเป็นข้าราชการ แต่เขาเป็นเด็กกรุงเทพฯ สังคมเมือง อาจจะเพื่อนเยอะ คนรู้จักเยอะ สิ่งแวดล้อมก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว นี่ก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ก็ต้องลองดู เพราะไม่รู้จะเป็นยังไงเหมือนกัน 


          ยังไงก็เอาใจช่วยกับความรักของทั้งคู่กันหน่อยแล้วกันนะจ๊ะ

 ชื่อ  ศิรพันธ์ วัฒนจินดา
 ชื่อเล่น  นุ่น
 เกิด  วันที่ 22 พฤษภาคม 2525
 การศึกษา ปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 เข้าวงการครั้งแรก  ชนะเลิศการประกวด ดัชชี่เกิร์ล 2004
 ผลงานสร้างชื่อเสียง  "เพื่อนสนิท"
 ผลงานละคร  เขยใหญ่สะใภ้เล็ก ยิ่งเกลียดเธอ...ยิ่งเจอรัก เมื่อดอกรักบาน ฯลฯ
 ผลงานปัจจุบัน  ยุทธการหักคานทอง นางสาวผ้าขี้ริ้ว


ข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
โดย : อารยา มาลัยเล็ก


เรื่องอื่นๆ
  1. เที่ยวตลาดนัดจตุจักรอย่าเผลอสูบบุหรี่โดนแน่ 2 พันบาท
  2. คิดก่อนใช้วัคซีนป้องกัน มะเร็งปากมดลูก
  3. พิสูจน์พบ ความรักทำให้ตาบอดจริง
  4. สาวกรี๊ด! ภาพหลุด หมอโอ๊ค ใส่กางเกงในว่อนเน็ต
  5. แพทยสภาเตรียมร่างหลักเกณฑ์ หมอรับผ่าแปลงเพศ
  6. เสี่ยอู๊ด อุบถูกใจ บี้ งดแฉ นักร้อง ดังขอ 100 ล้าน ทำหนัง
  7. หุ่นชวนตะลึง! โฮว ยี-แจ นางเอก Goong S หรือว่าเธอจะลืมกิน ?
  8. หมอเลี๊ยบถอยไม่ตั้ง 111 ไทยรักไทย นั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ
  9. ลุงหมัก เข้าครัว อัด ชิมไปบ่นไป
  10. วันทูโก เสียวอีก! เครื่องขัดข้องโผกลับลงเชียงใหม่

เรื่องน่าสนใจ