
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เครือข่ายองค์กรด้านเด็กและสตรี เพื่อติดตามตรวจสอบจริยธรรมทางเพศของผู้บริหารระดับสูงกว่า 20 องค์กรร่วมประชุมหารือกรณีทุจริตและการลวนลามคุกคามทางเพศของผู้บริหารระดับสูง
นางสาวสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี มูลนิธิเพื่อนหญิง เปิดเผยว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมามูลนิธิเพื่อนหญิงได้รับหนังสือเรื่องร้องเรียนจากข้าราชการในหน่วยงานกรุงเทพมหานครว่า มีข้าราชการระดับสูงคนหนึ่งใน กรุงเทพมหานครซึ่งมีครอบครัวแล้ว แต่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับข้าราชการหญิงในหน่วยงานเดียวกัน ไม่ต่ำกว่า 6 ราย ในจำนวนดังกล่าวเป็นข้าราชการหญิงระดับสูงถึง 4 คน บางรายถึงกับมีลูกด้วยกัน ที่สำคัญยังมีการร่วมมือแสวงหาผลประโยชน์จากการอนุมัติโครงการต่างๆ ของหน่วยงาน และได้รับการปูนบำเหน็จแต่งตั้งในตำแหน่งระดับสูง ซึ่งไม่เป็นธรรมกับผู้อื่น เจ้าหน้าที่ใน กรุงเทพมหานครต่างรู้กันดี แต่ไม่มีใครกล้าออกมาแฉ
นางสาวเพ็ญศรีกล่าวว่า ในสัปดาห์หน้ามูลนิธิเพื่อนหญิงจะทำหนังสือเป็นทางการยื่นถึงนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ทั้งนี้ มูลนิธิได้สอบถามเจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าฝ่ายของบางเขตเมื่อสัปดาห์ก่อน ทราบว่า ปัญหาของข้าราชการระดับบิ๊ก กรุงเทพมหานครรายนี้เป็นปัญหามาก เพราะมีการใช้ความสัมพันธ์กับข้าราชการหญิงเหล่านี้ หรือที่เรียกว่า การคอรัปชันทางเพศนำไปสู่การคอรัปชันต่อเวลา ทรัพย์สินของครอบครัว และประเทศชาติอีกด้วย
ส่วนความคืบหน้ากรณีนายวัลลภ พลอยทับทิม ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ก่อนหน้านี้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม รวมทั้งกรณีชู้สาวนั้น นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันถึงกรณีของนายวัลลภ พลอยทับทิม ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ว่า
ในสัปดาห์หน้าเครือข่ายองค์กรด้านเด็กและสตรีฯ พร้อมด้วยพันธมิตรจะเข้าพบนายสุธา ชันแสง รัฐมนตรีว่าการการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกที่เป็นข้อมูลและข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับการสอบสวนและพฤติกรรมของนายวัลลภ พลอยทับทิม ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ใน 3 ข้อ คือ
1. ให้เพิ่มคนนอกเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสอบสวน โดยคำนึงถึงสัดส่วนหญิง-ชาย เนื่องจากคณะกรรมการสอบสวนเดิมล้วนแต่เป็นชาย เพราะการตีความเรื่องจริยธรรมทางเพศ จำเป็นต้องได้คนมีความเข้าใจเรื่องมิติหญิง-ชายอย่างแท้จริง
2. เร่งรัดการสอบสวนโดยต้องสอบสวนทุกประเด็น รวมถึงกรณีชู้สาวด้วย ไม่ใช่สอบสวนเฉพาะกรณีทุจริตในสำนักงานธนานุเคราะห์อย่างเดียว
3. ผลการสอบสวนจะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกับอุดมการณ์ และพันธกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ที่จะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาล ทั้งนี้ไม่อยากให้ตีความว่า องค์กรและเครือข่ายมากดดันรัฐมนตรี แต่อยากให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนและเร่งดำเนินการ
ส่วนกรณีการย้ายนายวัลลภให้พ้นจากตำแหน่ง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก่อนหรือไม่นั้น นางทิชา กล่าวว่า ตามปกติหากมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมา ถ้าเจ้าตัวเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดและมีส่วนได้เสียกับการสอบสวนก็ไม่ควรอยู่ในหน่วยงานนั้น เพื่อให้การสอบสวนเดินหน้าและให้สามารถหาข้อเท็จจริงได้มากที่สุด
ซึ่งรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่ทำได้หลายอย่าง ประเด็นชู้สาวเป็นประเด็นที่อาจจะสอบยาก แต่อยากให้ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่ามีเรื่องพวกนี้ ไม่ใช่ไม่มี และคนในกระทรวงทราบดี แต่ไม่กล้าพูด ซึ่งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงน่าจะนำมาพิจารณาด้วย และอยากให้ รัฐมนตรีว่าการพัฒนาสังคมฯ เปิดตู้ ปณ.รับฟังข้อร้องเรียนและความอึดอัดของข้าราชการโดยตรง
ด้าน นางสาวอรุณี ศรีโต ที่ปรึกษากลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี กล่าวว่า หาก รัฐมนตรีว่าการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไม่สามารถให้คำตอบ หรือปรับปรุงแก้ไขกระบวนการสอบสวนนายวัลลภให้เครือข่ายสบายใจได้ ทางกลุ่มผู้ใช้แรงงานสตรีกว่า 100 คน จะไปรวมตัวที่กระทรวง เพราะประเด็นจริยธรรมทางเพศ การละเมิดทางเพศเป็นปัญหาที่ผู้ใช้แรงงานประสบปัญหามาตลอด โดยส่วนตัวเห็นว่าควรจะมีการย้ายนายวัลลภออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงไปสักระยะก่อน เพื่อให้กระบวนการสอบสวนวินัยร้ายแรงเดินหน้าอย่างสะดวก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้าราชการในกระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต่างวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับงานแต่งงานของนายวัลลภ พลอยทับทิม ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับข้าราชการสาวระดับ 8 ที่ตกเป็นข่าวเชิงชู้สาวก่อนหน้านี้ โดยข้าราชการบางคนได้รับการ์ดเชิญจากนายวัลลภให้ไปร่วมงานแต่งงาน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 2 มีนาคม ที่โรงแรมโซฟิเทลเซ็นทาราแกรนด์ โดยมีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน ขณะที่นายวีระศักดิ์กล่าวว่า
ได้รับทาบทามจากนายวัลลภให้ เป็นประธานงานแต่งงานให้จริง ซึ่งตนก็ยินดี เนื่องจากมีความคุ้นเคยและเคารพนับถือกัน และเคยร่วมงานกันเมื่อครั้งที่ตนเป็นผู้ช่วย รัฐมนตรีว่าการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเห็นว่านายวัลลภทำงานมีประสิทธิภาพดี ส่วนกรณีที่นายวัลลภถูกสอบสวนนั้น โดยส่วนตัวมองว่าเป็นคนละประเด็น และไม่ได้หนักใจอะไร ถือว่าได้รับเกียรติให้ไปเป็นประธานงานมงคล ไม่อยากให้นำสองประเด็นนี้มาเกี่ยวข้องกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- "สมัคร" ทิ้งบอมบ์ "อภิรักษ์" เปิดแอลซี รถดับเพลิงฉาวใหม่
- ข่าวลือกับ "อภิรักษ์"
- ยืมมือ คตส.ล้มรถดับเพลิงฉาว อภิรักษ์ ทำหนังสือถาม-28 มีค.รู้ผล
-





