จุฬาฯ เชิญประชาชน ทำกุศลบริจาคร่างเป็นอาจารย์ใหญ่
จุฬาฯ เชิญชวนผู้สนใจบริจาคร่างกายเป็น "อาจารย์ใหญ่" เพื่อทำบุญครั้งใหญ่ ครั้งสุดท้ายในชีวิต ระบุแม้ขณะนี้ไม่ถึงกับขลาดแคลน แต่อนาคตไม่แน่ เพราะต้องเร่งศึกษาและพัฒนาให้ทันเทคโนโลยี
รศ.นพ.ธันวา ตันสถิตย์ หัวหน้าภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงสถานการณ์การรับบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์ หรือการอุทิศร่างเป็น
"อาจารย์ใหญ่" ให้กับโรงพยาบาลจุฬาฯ ว่า แม้ปัจจุบันโรงพยาบาลจุฬาฯ จะยังคงมี
"อาจารย์ใหญ่" ให้กับนิสิตคณะแพทยศาสตร์ได้เรียนรู้เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์อย่างพอเพียง
แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ๆ ที่พัฒนาขึ้นในทุกวันนี้ ทำให้ความจำเป็นในการใช้ร่าง
"อาจารย์ใหญ่" เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในแต่ละปี คณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ จำเป็นต้องใช้
"อาจารย์ใหญ่" มากถึงกว่า 200 ท่าน และอาจไม่เพียงพอในอนาคต เพราะผู้ที่บริจาคในวันนี้อาจต้องใช้เวลาอีก 50-60 ปี กว่าที่จะเสียชีวิต ดังนั้น จึงอยากเชิญชวนให้ผู้สนใจร่วมบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์ โดยร่างของผู้ที่บริจาคจะได้รับการทำพีธีทางศาสนา หลังผ่านการเป็นอาจารย์ใหญ่ โดยมีพิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ
"ผู้ที่จะบริจาคร่างกายเป็น "อาจารย์ใหญ่" เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ สามารถนำไปเป็นอาจารย์ใหญ่ได้ ไม่ว่าจะมีอายุเท่าไหร่ หรือแม้แต่เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ ก็สามารถบริจาคได้ ไม่เหมือนการบริจาคอวัยวะ ที่ผู้บริจาคต้องเสียชีวิตจากภาวะสมองตายเท่านั้น จึงจะสามารถนำอวัยวะบางส่วนมาใช้ประโยชน์ ดังนั้น จึงอยากเชิญชวนให้ร่วมกันบริจาคร่างกาย เพราะถือเป็นการทำบุญใหญ่ครั้งสุดท้ายในชีวิต" รศ.นพ.ธันวา กล่าว
อนึ่ง ผู้สนใจสามารถติดต่อที่แผนกอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ศาลาทินฑัต โรงพยาบาลจุฬาฯ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2256-4628 ในเวลาราชการ หรือสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มการบริจาคร่างกายจาก
http://www.chula.ac.th/chula/th/main.html แล้วกรอกข้อความส่งมาที่แผนกอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ศาลาทินฑัต โรงพยาบาลจุฬาฯ สภากาชาดไทย เขตปทุมวัน กทม. 10330 ได้ทุกวัน
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต