









หญิงแดนน้ำหอมผู้ทุกข์ทรมานกับโรคร้ายประหลาด ตามองไม่เห็น-กินอาหารไร้รส วิงวอนขอสิทธิผู้นำฝรั่งเศสให้แพทย์ฆ่าให้ตาย เพื่อให้พ้นทุกข์
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 27 ก.พ. นางชานตาเล่ เซอไบร์ อดีตครูฝรั่งเศสที่ป่วยเป็นโรคอีเอ็นบี ได้ยื่นจดหมายถึงประธานาธิบดีนิโคลาส์ ซาร์โกซี ผู้นำฝรั่งเศส เพื่อร้องขอให้เธอได้สิทธิการุณฆาตจากแพทย์ เพื่อพ้นทุกข์จากโรคร้าย และได้เสียชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีเหมือนมนุษย์ทั่วไป ภายหลังที่เธอต้องป่วยเป็นโรคร้ายดังกล่าวตั้งแต่ปี 2000 และทำให้เกิดอาการใบหน้าเป็นหูดบวมขนาดใหญ่ สร้างความทุกข์ทรมานอย่างมาก โดยโรคดังกล่าวทำให้เธอตาบอด สูญเสียประสาทรับรู้กลิ่นและประสาทการรับรส และว่าจากการเปิดเผยของแพทย์บอกว่าโรคของเธอไม่ค่อยเกิดขึ้นกับผู้ป่วยรายอื่นๆ และไม่สามารถรักษาได้
"แม้แต่คนเราก็จะไม่ให้สัตว์ต้องเจอเหมือนกับสิ่งที่ฉันต้องเผชิญอยู่" นางชานตาเล่กล่าวถึงความหวังของเธอที่ต้องการจะตายจากโลกนี้เพื่อให้พ้นทุกข์จากโรคร้ายที่เธอเผชิญ
รายงานระบุว่าปัจจุบันมีผู้คนทั่วโลกเพียง 200 ราย เท่านั้นที่เคราะห์ร้ายป่วยด้วยโรคนี้ ขณะที่ฝรั่งเศสยังไม่มีกฎหมายอนุญาติให้แพทย์ฆ่าผู้ป่วยเพื่อให้ทุกข์จากโรคร้ายได้









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |






































โรคไรอะน่ากลัวจิง 

























































































































































































สงสารจังเลย 












































คนที่ว่าว่าเค้าไม่สู้ชีวิตหรออาจจะเป็นบางคนที่อ่านแล้วไม่ได้แสดงความเห็นอาจจะคิดว่าเค้าคิดสั้น คิดอะไรโง่ๆน่ะ อยากจะบอกว่าอย่ามองเค้าแบบนั้นเลยเพราะถ้าเป็นคุณคุณก็คงทนอยู่แบบนี้ไม่ไหวเหมือนกันเพราะต้องรับทั้งความทรมานอีกทั้งยังอับอายคนอื่นที่ใบหน้าตัวเองต้องมาเป็นแบบนี้อีก ลองคิดดูนะว่าถ้าเป็นตัวคุณเองคุณจะรับมันได้มั๊ย อีกทั้งยังต้องทนมาถึงแปดปี ฉันคิดว่าถ้าเป็นคุณ คุณคงทนได้อย่างมากก็สามปีเท่านั้นแหละ(ถ้าเป็นฉัน ฉันอาจจะทนได้เพียงปีเดียวด้วยซ้ำ) ยังไงฉันก็ขอให้แพทย์หาทางรักษาได้แล้ะกลับมามีใบหน้าที่ปกติเหมือนเดิมหรือสวยกว่าเดิม จะคอยเป็นกำลังใจให้นะคะ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ เพราะยังมีอีกหลายคนที่ให้กำลังใจอยู่ 






















































น่าสงสารจังคะ 














































.....สงสารป้าแกจัง... 






























































