แม้จะเจอมรสุมข่าวลือเรื่องรักสามเส้ามาพักใหญ่แต่จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีใครได้ความชัดเจน จากปากของ "ชาย" ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ และ "ออม" นวดี โมกขะเวส สักครั้งถึงเรื่องความสัมพันธ์อันคลุมเครือ ว่าสรุปทั้งคู่ยังรักหรือว่าเลิกรากันไปแล้ว แม้พระเอกคนดัง จะมีภาพควงคู่กับ
"วิกกี้" สุนิสา เจทท์ มาให้เห็นเป็นระยะๆ รวมถึงข่าวลือต่างๆ นานา ทั้งว่า
ออม เองที่เป็นฝ่ายทิ้ง ชายไปก่อน ความจริงเรื่องนี้จะกระจ่างแค่ไหน ติดตามคำสัมภาษณ์ของ ออม ได้ ใน "บันเทิง คม ชัด ลึก" ชิ้นนี้
ชาย+ออม และวิกกี้ สรุปความชัดเจนระหว่างความรักของชายกับออมให้ฟังหน่อย
ออม : ความชัดเจนก็ยังไม่มีเหมือนเดิม(หัวเราะ)
ณ วันนี้ยังคบกันอยู่ไหม
ออม : ออม พูดแต่ในส่วนของออมนะสำหรับออม ทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิมมันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากวันที่เราเป็นคนพูดฉะนั้น ณ วันนี้ก็ยังไม่มีอะไรอัพเดทให้พูดมากมาย อะไรที่มันยังดูแลกันได้ก็ยังดูแลกันอยู่
แปลว่ายังติดต่อกับชายอยู่
ออม : ก็ยังติดต่อยังคุยกันปกติ
แต่ชาย ก็มีภาพควง วิกกี้ โผล่มาให้เห็นบ่อยๆ
ออม : ตรงนี้ออมขอไม่พูดถึงดีกว่าเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับ ออม มันเป็นเรื่องของคนอื่นไปแล้ว ออมไม่รู้ว่าใครจะยังไง แต่ถ้าถามในส่วนของออม ออมก็ยังมีความรู้สึกดีๆ ยังคุยกันได้ มีอะไรก็ช่วยเหลือกันได้อยู่ แต่เรื่องอื่นออมไม่ทราบจริงๆ คนทุกคนก็สามารถทำอะไรอย่างมีอิสระได้ ออม ก็มีเพื่อนเยอะ เขาอาจจะมีเพื่อนเยอะ ทุกคนก็สามารถมีเพื่อนเยอะได้
ตอนนี้ออม กับ ชาย อยู่ในฐานะอะไรต่อกัน
ออม : เราไม่เคยคุยกันถึงตรงนั้นออมก็ไม่เคยคิดจะถาม เพราะวันที่ออม ถอยออกมา ออมก็ยังมีอะไรให้ทำเยอะ ทำโน่นทำนี่ ฉะนั้น เวลาที่ออมต้องการความช่วยเหลือจากเขา ออมก็ไม่เคยได้รับการปฏิเสธ แต่เรื่องบางเรื่องที่ เป็นเรื่องส่วนตัวออม เขาก็ไม่เคยมาก้าวก่าย ณ วันนี้ ออมก็ยังไม่มีใคร ยังไม่มีแฟน มีแค่นี้ออมก็มีความสุขแล้ว
จบสถานะแฟนกับชายแล้วใช่ไหม
ออม : ก็แล้วแต่คนจะมองออมไม่รู้ ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้กันมากกว่า แต่มันไม่มีทางจะเหมือนเมื่อก่อนอยู่แล้ว ออมเอาความสบายใจของตัวเองเป็นหลัก ออมว่าคนเราจริงๆ เกิดมา ก็เพื่อจะอยู่คนเดียวอยู่แล้วคนเราไม่มีทาง ที่จะเดินเป็นเส้นตรง มันต้องมีเดินคดเคี้ยวกันไปบ้าง ซึ่งระหว่างนี้ต่าง คนก็ต่างคดเคี้ยวไปไกล แต่ว่าการที่ออมคดเคี้ยวไปแล้วมันพลาด ก็มีความสุข อย่างน้อยก็มีคนที่รับฟัง และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ เรียกว่าตอนนี้ เราต่างคนต่างคงความรู้สึกดีๆ ให้กันมากกว่า
มีข่าวว่าออม ออกมาแฉเหตุที่เลิกเพราะชาย ขี้หึงเกินเหตุ
ออม : ตรงนี้ไม่เคยหลุดจากปากออมเลยออมว่าตัวเองไม่เคยพูดถึงพี่ชายในทางไม่ดีแน่ๆ พี่ชายก็ไม่ใช่คนแบบนั้นด้วย แต่ที่เราต้องห่างกันมา มันก็ เป็นเรื่อง...(นิ่งไป) คืออย่างที่ออมบอก ว่าอนาคตก็ยังเป็นเรื่องที่เราไม่รู้ แต่พี่ชายเขาไม่ใช่คนอย่างนั้นแน่นอน ไม่ได้ขี้หึงหรือระแวงเขาเป็นผู้ชายปกติคนหนึ่งที่เป็นคนดี
การที่บอกว่าตอนนี้ยังคุยกับชายอยู่จะกลายเป็นชายจับปลาสองมือหรือเปล่า
ออม : เอาอย่างนี้ดีกว่าตอนนี้ออมไม่รู้เลยว่าใครมองใครว่าเป็นยังไง แต่ออมคิดถึงความสุขของออมมากกว่า ออมไม่ได้ไปฆ่าคนตาย หรือปล้นใครถ้าใคร จะคิดถึงออมในแง่ดีหรือไม่ ก็ถือว่าตัวเองไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร
มีมือที่สามมาเกี่ยวข้องบ้างไหม
ออม : สำหรับออมคิดว่าไม่มีไม่มีใครทำให้มันเกิดเรื่องแบบนั้นหรอกอย่างที่บอกคนเรามันคดเคี้ยวกันได้ แต่มันไม่ได้มีใครผิด ไม่ได้มีเรื่องร้ายแรง หรือไม่มีใครตั้งใจให้มันเกิดขึ้นหรอก
โอกาสจะกลับมาคบกันเหมือนเดิม
ออม : มันเป็นเรื่องของอนาคตยังตอบไม่ได้ ออมโตแล้วก็จริง แต่ไม่ได้โตพอที่จะมีครอบครัวได้ ออมยังสบายๆ กับการใช้ชีวิตอยู่เลย
ครอบครัวซีเรียสกับข่าวขนาดไหน
ออม : ไม่มีใครพูดถึงเลยทุกคนก็คงคิดว่ามันเป็นวัฏจักร ตัวออมเข้ามาวงการบันเทิงแรกๆ ก็มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย เรื่องนี้มันไม่ได้มีอะไรที่ทำให้ออมคิดมากไม่ได้หนักเกินไป ถ้าจะหนักก็ต่อเมื่อออมล้มป่วยทำอะไรไม่ได้ แต่นี่สุขภาพร่างกายก็ปกติไม่ได้มีอะไรทำให้แย่ไม่ใช่ว่าพี่ชายลุก ขึ้นมาด่าออมซะที่ไหน แล้วเวลามีปัญหาออมก็ไม่ได้มานั่งตะโกนบอกคนอื่น แต่ออมมีคนที่ให้คำปรึกษาได้ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
กลับสู่งานแสดง
ยังเล่นละครอยู่ไหม
ออม : งานแสดงยังมีอยู่เพิ่งถ่ายละครจบไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เรื่อง "เจ้าพ่อจำเป็น" ของค่ายทีวีธันเดอร์ นักแสดงก็มี น้องแพท (ณปภา ตัน ตระกูล) และพี่อั๋น (วิทยา วสุไกรไพศาล) ในเรื่องต้องมีลูกด้วย คาแรกเตอร์ ออมจะร้ายกับเด็กกลัวเด็กจะมาแย่งสมบัติเราไปยากนะ กับการที่ต้องร้ายกับเด็ก เพราะเป็นละครครอบครัวเด็กเป็นตัวเดินเรื่อง
ห่างจากงานแสดงไปนานขนาดไหน
ออม : ออมหายจากงานแสดงไปพักหนึ่งประมาณเกือบ 2 ปี เพราะเพิ่งเรียนจบ ปริญญาโทคณะจิตวิทยา ของ มศว สอบเสร็จแล้วเหลือแค่ส่งงานเล็กน้อยโล่งมาก ถ้าคนทำงานอย่างเรา เรียนจบแล้วมันเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกอย่างสบายคนเราถ้ามีอะไรต้องรับผิดชอบเป็นเรื่องจำเป็น เราก็ต้องพยายามทำให้ดีที่สุดทั้งที่เราก็ไม่ได้อยากจะทำ แต่มันก็ต้องทำ เพราะชีวิตเราก็ต้องเป็นแบบนี้
จะยังได้ร่วมงานกับผู้จัดเจ้าประจำอย่าง "จิ๋ม" มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช ไหม
ออม : ก็ยังเคารพอาจิ๋มเหมือนเดิมนะไม่มีอะไร แต่ทุกอย่างเป็นไปตามช่องอย่าง "เจ้าพ่อจำเป็น" ผู้ใหญ่เขาเสนอช่องไป ทางช่องก็โอเคอยากให้ออมเล่น ออมก็โอเคถ้าผู้ใหญ่อยากให้เล่น ออมก็เล่นเหมือนตอนนี้มันขึ้น อยู่กับช่องมากกว่าว่าจะจับใครไปที่ไหน อย่างตอนนี้ออมก็เล่นละครได้เรื่อยๆ ทุกค่าย
เหมือนตั้งแต่มีข่าวงานกับ "จิ๋ม" มยุรฉัตร ดูเหมือนห่างๆ ไปด้วย
ออม : ฮื้อ...ไม่นะเป็นอย่างนี้มาแต่แรกแล้ว ออมเริ่มเล่นละครกับอา จิ๋มก็จริง แต่ก็ต้องดูตามความเหมาะสม ตอนนี้ถ้ามีบทที่เหมาะกับเรา อาจิ๋มก็คงจะมองมาที่ออม แต่ถ้ายังไม่มี แสดงว่ายังไม่ใช่หรืออาจจะมีคนอื่นที่เหมาะสมกว่า
เกี่ยวกับเรื่องคลื่นลูกใหม่มาแรงกว่าหรือเปล่า
ออม : อืม...นักแสดงใหม่ขึ้นมาเยอะจริงแต่ว่าตัวออมเองก็โตไปตามระยะ เวลาด้วย ออมอาจจะไม่ใช่คู่แข่งของเด็กรุ่นใหม่ น้องก็อายุ 10 กว่า 20 ออม โตถึงจุดหนึ่ง ด้วยตัวบทบาทเราก็ไม่ได้แข่งกับใครอยู่แล้ว ออมเองอาจจะอยู่ในจังหวะที่กึ่ง จะผู้ใหญ่เลยก็ไม่ใช่ เด็กก็ไม่ใช่ ถ้ามีบทที่ลงตัวประมาณ นี้ เขาก็คงจะมีงานให้เรา
เป็นนักแสดงอิสระต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง
ออม : มันก็ไม่ถึงขนาดต้องดูแลตัวเองถ้ามีงานติดต่อมา ก็ดูว่าอะไรที่ เหมาะกับออมด้วยไม่ใช่ว่าจะรับทุกอย่าง อะไรที่มากเกินไปออมคิดถึงครอบครัวออมก่อน ไม่อยากทำอะไรที่ทำให้พ่อแม่ต้องมานั่งถามออม เพราะตอน เด็กก็พยายามไม่ทำอะไรให้ตัวเองโดนดุตอนนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่พอโตมา จุดหนึ่งเรื่องการทำตัวเขาก็คงไม่ได้มาว่าเราแล้ว ก็เหลือแต่เรื่องงานเพราะทุกอย่างที่ทำแบบนี้ก็คือออกสื่อ แล้วพ่อกับแม่ออมเป็นหมอทำงานโรงพยาบาล เขาก็ไม่อยากให้ใครมาถามหรือมาพูดให้เสื่อมเสียได้ อะไรก็ตามที่ มันไม่กระทบกระเทือนก็คิดว่ามันน่าจะดีกว่า
ชีวิตส่วนตัว
ทำไมไม่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยเหมือนคนอื่น
ออม : จริงๆมันก็ทำได้ แต่สำหรับออมไม่ใช่คนเรียนเก่ง แค่พยายามจะให้ ถึงจุดหมาย ถ้าเกิดจะทำก็อยากทำให้มันดี ไม่อยากแค่จบ แล้วออมก็เรียนภาคปกติ ไม่ใช่เรียนภาคพิเศษ ต้องเข้าเรียนวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 8 โมง เช้า-5 โมงเย็น เลยทำให้ขาดเรียนไม่ได้ จริงๆออมเข้าใจคนอื่นที่เขาทำงาน ก่อนแล้วเรียนนะ แต่อาจจะเพราะชีวิตออมเดินไปตามเส้นทางอย่างนี้อยู่แล้ว ครอบครัวออมเป็นแบบนี้นี่ถือว่าตัวเองเรียนต่อช้าแล้วนะ เพราะจริงๆ เรียนจบแล้วน่าจะต่อเลย แต่นี่ออมผลัดไปเรื่อยจน 7 ปี
ที่บ้านอยากให้เรียนต่อนานแล้ว
ออม : ที่บ้านไม่ได้บังคับแค่ถามว่าเมื่อไรจะเรียนต่อ เพราะพ่อแม่ออม เขาเรียนจบปริญญาโทอยู่แล้ว ในเมื่อพ่อแม่เราเรียนสูงเราเจเนอเรชั่นลูกก็ไม่ควรจะให้มันแย่กว่า เพราะสมัยนี้การศึกษาก็ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เมื่อก่อนคนกว่าจะเรียนจบได้ยังยาก แต่พ่อแม่เรายังพยายามจะให้จบได้ กับอีแค่เรียนใครๆ ก็ทำได้เราก็ต้องทำได้
ดูพ่อแม่ค่อนข้างมีอิทธิพลมาก
ออม : ฟังดูอาจจะเป็นอย่างนั้นนะแต่จริงๆ แล้วไม่เคยมีใครบังคับออมเลย เหมือนกับเราเรียนรู้มาในครอบครัวที่ค่อนข้างใหญ่ มันก็เห็นตัวอย่างทั้งดีและไม่ดี เหมือนเรามีสองทางว่าเราจะเลือกทางดีหรือทางไหนจริงๆ ที่บ้านออมไม่ได้มีกรอบอะไรมากมายแค่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน แล้วก็ไม่ทำให้พ่อแม่เสื่อมเสียชื่อเสียงก็น่าจะพอแล้ว แต่อย่างข่าวที่เกิดขึ้นออมว่าถ้าไม่ได้ถึงขั้นขึ้นหน้า 1 เขาคงไม่รู้เรื่อง เพราะคนเราเหมือนอยู่คนละด้านเขาเป็นหมอไม่ได้ทำงานออฟฟิศที่มีเวลานั่งเปิดอ่านข่าวบันเทิง
ตอนเด็กคิดอยากเป็นหมอตามคุณพ่อคุณแม่บ้างไหม
ออม : ออมเป็นคนเรียนไม่เก่งและไม่ได้รู้สึกอยากเป็น เลยไม่ได้มีความพยายามที่จะทำให้ถึงจุดนั้น อีกอย่างพ่อออมเป็นหมอผ่าตัด เขาทำคลอดโดนตามทุกชั่วโมง ออมก็คิดว่าอาชีพหมอทำให้ครอบครัวของเราไม่มีความสุข แต่พอโตแล้วก็คิดว่าอาชีพหมอก็ดี เป็นอาชีพที่มั่นคงและได้ช่วยชีวิตคนอื่นด้วย
ออมมีเป้าหมายชีวิตอย่างไรบ้าง
ออม : ตอนนี้ออมก็เรียนจบแล้วเป้าหมายออมก็แค่ว่า เราสามารถเลี้ยงตัว เองได้ โดยที่อยากจะทำอะไรได้ก็ทำ แค่พอเพียงไม่ฟุ่มเฟือย ไม่รู้สึกว่าต้องมีปัญหาเรื่องโน้นเรื่องนี้ ออมอยากเจอคนดีๆ ไม่ใช่กรณีแฟนนะ แต่การไป ทำงานที่ไหน ก็สำคัญ เพราะพอออมเริ่มอยู่สังคมคนทำงาน ออมเปิดร้านขายเสื้อ ผ้า ก็อยากเจอแต่คนดีๆ คิดว่านี่คือสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรามีกำลังใจทำอะไร ต่อไปได้
ก็ขออวยพรให้เจอแต่คนดีๆสมใจแล้วกันนะจ๊ะ "บันเทิง คม ชัด ลึก" เอาใจช่วยเสมอ