









แล้วทุกความช่วยเหลือก็มุ่งตรงสู่ ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ช่วยเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดทุ่งเศรษฐีเกือบ 60 คน ที่ป่วยเป็นโรค "ฟันตกกระ" เนื้อฟันเป็นสีเหลือง สาเหตุเกิดจากการดื่มน้ำจากบ่อบาดาลที่ขุดไว้เมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งพบสารฟลูออไรด์เกินค่ามาตรฐาน จนส่งผลกระทบต่อฟันอย่างรุนแรง กินเนื้อฟันสีขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองดู น่าเกลียด
ทุกฝ่ายกำลังให้ความช่วยเหลือเด็กๆ เหล่านี้
ยังดีที่โรคฟันเหลืองหรือโรคฟันตกกระพอที่จะรักษาได้ แต่ก็ต้องใช้ทีมงานทันตแพทย์จำนวนมากเข้าไปดำเนินการและต้องกรอฟันครอบฟันตามกระบวนการทันตกรรม เพื่อไม่ให้ร่องรอยเหล่านี้เป็นปมด้อยสำหรับเด็กๆ อีกต่อไป
ทุกคนภาวนาขอให้เด็กๆ หายไวๆ
ย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ครั้งนี้ ถูกเปิดเผยวันที่ 3 มีนาคม เมื่อนายสมชาย รอดเกลี้ยง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดทุ่งเศรษฐี บ้านห้วยบง ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังทำการตรวจสุขภาพฟันนักเรียนในโรงเรียน พบเด็กนักเรียน 63 คน ฟันมีลักษณะเป็นจุดขาวขุ่น บางคนมีฟันสีเหลืองปนน้ำตาลในเนื้อฟัน ลักษณะคล้ายกับผิวหนังตกกระ จึงนำเด็กไปพบทันตแพทย์ที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ซึ่งแพทย์ยืนยันว่าอาการดังกล่าวเป็น "โรคฟันตกกระ"
สาเหตุเกิดจากฟลูออไรด์เป็นพิษ ซึ่งพบว่าฟันในปากของเด็กทุกคนเกือบ 80% เป็นโรคเดียวกันหมด โดยเฉพาะเด็กที่เริ่มมีฟันแท้ออกมาจะสังเกตเห็นได้ง่าย ส่วนใหญ่พบในเด็กนักเรียนชั้นประถม ซึ่งหากไม่รีบรักษาโรคฟันตกกระจะเป็นปมด้อยกับเด็กๆ ตลอดไป
ครูใหญ่สมชายจึงวอนขอความช่วยเหลือผ่านสื่อมวลชน
หลังได้รับข้อมูลผู้สื่อข่าวรีบลงสำรวจพื้นที่ทันที พบเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดทุ่งเศรษฐีหลายสิบคนมีอาการฟันเหลือง ซึ่งบางคนเนื้อฟันเป็นจุดขาวขุ่น ทำให้เด็กๆ หลายคนไม่กล้าที่จะยิ้มทักทาย บางคนต้องปิดปากพูดคุยเพราะขาดความมั่นใจ
หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "หนูอยากหายจากโรคนี้"
เด็กชายกษิดิ์เดช ขำทับทิม นักเรียนชั้นป.5 กล่าวว่า รู้สึกอายเวลายิ้มและพูดคุย อยากมีฟันสวยงามเหมือนกับคนอื่นๆ และอยากให้หมอมาช่วยรักษาที่โรงเรียน เพราะเพื่อนๆ หลายคนก็เป็นเหมือนกัน กลัวว่าอีกหน่อยโตขึ้นไปจะถูกเพื่อนๆ ล้อเลียนทำให้หมดความมั่นใจ และอยากรักษาโรคฟันตกกระให้หายไป
สำหรับสาเหตุฟันตกกระครั้งนี้เกิดจากการดื่มน้ำในบ่อน้ำบาดาลในหมู่บ้านด้านทิศใต้ใกล้กับโรงเรียน ซึ่งบ่อน้ำแห่งนี้ขุดขึ้นมาใช้ตั้งแต่ปีพ.ศ.2538 ชาวบ้านนำน้ำมาใช้ดื่มเป็นประจำทุกวัน แต่ตอนหลังพบว่ามีฟูออไรด์เกินมาตรฐานจึงถูกปิดไป ซึ่งผลร้ายที่เคยกินเคยใช้จึงกลายเป็นโรคฟันตกกระแบบที่เห็นกันอยู่นี้
นายจินดา มาฮวด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 กล่าวว่า โรคฟันตกกระพบมากที่สุดในหมู่บ้านแห่งนี้ เกิดจากการดื่มน้ำที่มีฟลูออไรด์เป็นพิษ และบ่อน้ำเจ้าปัญหานี้ถูกปิดลงไปแล้ว แต่ฟันที่ตกกระของเด็กนักเรียนยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ปัญหาที่เกิดขึ้นอยากให้ทางจังหวัดส่งทีมทันตแพทย์ลงมาดูแลและรักษาโรคฟันให้กับเด็กภายในหมู่บ้านทุกคนด้วย เนื่องจากไม่ต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพราะไม่อยากให้ฟันของเด็กเป็นแบบนี้ตลอดไป ไม่อยากให้เด็กเป็นปมด้อยไปจนโต จะถูกล้อเลียน การเข้าทำงานก็จะลำบากเพราะฟันไม่สวย
วอนผู้เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือด้วย
หลังเรื่องนี้เป็นข่าวแพร่สะพัดออกไป นายธวัชชัย ฟักอังกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ รีบสั่งการให้นายสืบศักดิ์ เจริญเกษมวิทย์ หัวหน้างานทันตสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกับร.พ.อุตรดิตถ์ จัดทีมทันตแพทย์ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเด็กทันที และยังสั่งการให้ทางอบจ.ร่วมกับอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ อบต. และสาธารณสุขจังหวัด เข้าไปสำรวจขุดเจาะหาแหล่งน้ำดิบเพื่อทำน้ำประปาเพิ่มให้ชาวบ้านในเร็ววันนี้
ขณะที่นายสืบศักดิ์ เจริญเกษมวิทย์ หัวหน้างานทันตสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาเกี่ยวกับโรคฟันตกกระที่เกิดขึ้นนั้น สาเหตุมาจากเมื่อประมาณ 12 ปีที่ผ่านมา องค์การบริหารส่วนตำบลจัดงบพัฒนาหมู่บ้านขุดแหล่งน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ และนำน้ำนั้นมาใช้แทนระบบน้ำหน้าดินที่มีอยู่ 2 แห่ง ที่บ้านเหนือและบ้านใต้ เมื่อมีการจัดทำแหล่งน้ำขึ้นมาใหม่ ด้านการตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่มไม่มีการบรรจุตัวเลขฟลูออไรด์เอาไว้ และมีการจ่ายน้ำให้เด็กได้ดื่มกินกันในช่วงที่ผ่านมาโดยไม่ทราบว่าปริมาณฟลูออไรด์มากเกินไป
เมื่อมารู้เอาอีกทีก็ตอนที่มีอาการปรากฏอยู่ในช่องปากของเด็กและกินเข้าไปถึงเนื้อฟันแล้ว
สำหรับปัญหาฟลูออไรด์ในแหล่งน้ำที่ตรวจพบในพื้นที่หมู่บ้านห้วยบง ต.ป่าเซ่านั้น พบว่ามีปริมาณฟลูออไรด์ที่เกินค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก คือ อยู่ที่ 4.14 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามที่มีการกำหนดเอาไว้เพียง 4.00 มิลลิกรัมต่อลิตร โรคที่พบจึงถือว่าเข้าข่ายรุนแรง ในระดับขั้นต้นของเด็กจะส่งผลกระทบต่อร่างกายในช่องปากจะพบเห็นฟันตกกระ นอกจากนี้ ปริมาณฟลูออไรด์ที่สูงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อสติปัญญาด้านการพัฒนาการทางสมองที่ช้ากว่าเด็กปกติอีกด้วย ซึ่งการรักษาฟันในเบื้องต้น ทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทันตแพทย์ไปทำการครอบฟันให้เด็กๆ แล้ว โดยความรุนแรงที่พบกับเด็กนักเรียนในหมู่บ้านจาก 75 เปอร์เซ็นต์ พบว่าอยู่ในเกณฑ์รุนแรงสูง คือ ระดับ 4-5 จำนวน 20 คน มีตั้งแต่เด็กชั้น อนุบาลถึงป.6 ที่เหลืออยู่ในเกณฑ์ระดับ 1-3 ซึ่งวิธีการรักษาของผู้ที่อยู่ในเกณฑ์รุนแรง จะใช้วิธีครอบฟันดีที่สุด เพราะเนื้อฟันสึกกร่อน แพทย์จะต้องกรอฟันโดยรอบ เพื่อนำเอาส่วนเนื้อฟันที่เสียออกเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับทำครอบ
ส่วนความรุนแรงระดับ 1-3 ถ้าเนื้อฟันเปลี่ยนสีเป็นเส้นเล็ก แต่ฟันยังแข็งแรงอยู่ แต่ต้องการด้านความสวยงาม เพียงแค่กรอเอาส่วนที่เป็นเส้นออก แล้วนำเอาวัสดุที่มีสีเหมือนฟันมาอุดปิดหน้าฟันเข้าไปตามที่เป็น ส่วนปัญหาการครอบฟันนั้น ฟันบางซี่ของเด็กบางคนไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะฟันแท้ที่เพิ่งขึ้นใหม่ เพราะโพรงประสาทฟันจะใหญ่ ไม่สามารถกรอฟันได้ เพราะถ้ากรอเข้าไปแล้วจะทะลุเข้าไปยังโพรงประสาทฟัน หรือบางซี่อาจจะมีฟันแท้ขึ้นมา แต่ไม่เต็มซีก ก็ทำไม่ได้อีกเช่นกันเพราะถ้าทำไปจะทำให้เหงือกร่นเกิดปัญหากับคนไข้ตามมาได้
กล่าวถึงพิษภัยของฟลูออไรด์เกินค่ามาตรฐาน มิได้ทำพิษเฉพาะเนื้อฟันเท่านั้น
ท.พ.สุธา เจียรมณีโชติชัย ผู้อำนวยการกองทันตกรรม กรมอนามัย ออกมาอธิบายว่า การดื่มน้ำบาดาลที่มีฟลูออไรด์มากเกินไปจะทำให้ฟลูออไรด์เกิดการสะสมในกระดูก และจะแสดงอาการในวัยผู้ใหญ่ เช่น ขาโก่ง และอาจส่งผลถึงระบบประสาททำให้คิดได้ช้าสมองสั่งการช้าในบั้นปลาย
นับว่าน่าเป็นห่วงคุณภาพชีวิตคนไทย ที่นับวันจะหมิ่นเหม่ลงไปทุกที!??
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ตะลึง 60 นักเรียนฟันตกกระ น้ำบาดาลทำพิษ
ข้อมูลจาก
คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
สมภพ สินพิพัฒนฤดี เรื่อง/ภาพ









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |


















































































|