ปราสาทเขาพระวิหาร โบราณสถานมรดกวัฒนธรรม
นอกจากเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางที่หลงใหลสนใจในประวัติศาสตร์ศิลปะ เขาพระวิหาร สถานที่นี้ยังเป็นมรดกสำคัญทางวัฒนธรรมเป็นแหล่งรวบรวมความรู้หลากแขนงทั้งทางด้านสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม โบราณคดี ฯลฯ อีกแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เขาพระวิหารเป็นเขาสูงยอดหนึ่งตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาพนมดงรัก เทือกเขานี้กั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา บนเขาพระวิหารมีปราสาทหินขนาดใหญ่ที่มีความงามทั้งในรูปแบบ แผนผัง โครงสร้างทางสถาปัตยกรรม รวมทั้งลวดลายจำหลัก ฯลฯ
ในความโดดเด่นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่กล่าวขาน เขมชาติ เทพไชย รองอธิบดีกรมศิลปากรให้ความรู้เล่าว่า ปราสาทหินแห่งนี้เป็นเทวสถานที่รู้จักและเรียกกันทั่วไปว่า ปราสาทพระวิหาร หรือปราสาทเขาพระวิหาร โบราณสถานปราสาทพระวิหาร สถานที่นี้เป็นศาสนสถานแบบขอม สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแด่พระอิศวร ดังปรากฏในศิลาจารึกซึ่งค้นพบที่ปราสาทโดยเรียกเทวาลัยว่า ศรีศิขรีศวร แปลได้ว่าเจ้าแห่งภูเขาสถานที่นี้ที่เป็นที่กล่าวขาน ในความน่าสนใจนอกจากบอกเล่าประวัติศาสตร์ ปราสาทพระวิหารยังแสดงให้เห็นถึงการก่อสร้าง องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่น
ปราสาทพระวิหารหันหน้าไปทางทิศเหนือประกอบด้วยบันได ทางเดิน ประตูซุ้มหรือโคปุระ ตลอดจนอาคารที่สร้างเป็นระยะทางบนลานหินต่างระดับ โดยปราสาทประธานตั้งอยู่บนสุดซึ่งจากเชิงเขาทาง ทิศเหนือไปยังยอดเขาทางทิศใต้มีความยาวกว่า 800 เมตร สิ่งก่อสร้างที่ปราสาท พระวิหารมีความหมายต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ อย่างจารึกที่ปราสาทพระวิหารที่ได้มีการศึกษาอ่าน แปล และพิมพ์เผยแพร่ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าปราสาทที่ปรากฏมีการสร้าง การบูรณปฏิสังขรณ์และสร้างเพิ่มเติม
"จารึกที่จารด้วยอักษรขอมโบราณ ภาษาสันสกฤตและเขมร ในจารึกหลักที่ 1 ระบุปี พ.ศ. 1580 ตรงกับสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ส่วนหลักที่สอง ตรงกับสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ระบุปี พ.ศ. 1664 ซึ่งไม่เพียงทำให้ทราบว่าไม่ได้สร้างเสร็จเพียงครั้งเดียว แต่ในจารึกยังแสดงให้เห็นว่าปีไหนเป็นการสร้างเพื่ออะไร"
นอกจากความหมายความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในความงามของศิลปะสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ปรากฏยังบอกเล่าถึงความเป็นโบราณสถานเขาพระวิหาร อย่างบันไดศิลาด้านหน้า จุดเริ่มต้นของปราสาทพระวิหารตั้งต้นจากลาดเขาทางทิศเหนือจำนวนร้อยกว่าขั้น บางขั้นสกัดลงบนหินพื้นหินภูเขาธรรมชาติ เหนือบันไดใหญ่ทำเป็นบันไดเล็กซึ่งสองข้างบันไดทำเป็นแท่นสำหรับตั้งรูปสิงห์ทวารบาล
ลานนาคราช ทางเดินที่ปูด้วยแผ่นศิลาขนาดใหญ่มุ่งตรงไปยังประตูซุ้มชั้นแรก สองข้างทางทำเป็นรูปพญานาคกำลังชูเศียรหันไปทางทิศเหนือซึ่งเศียรพญานาคเป็นที่นิยมในแบบศิลปะเขมรแบบบาปวน นอกจากนี้ยังมีประตูซุ้ม (โคปุระ) ต่างๆ ที่งดงามด้วยลวดลายจำหลักและรูปแบบการสร้าง
"เอกลักษณ์ความพิเศษของเขาพระวิหารมีทั้งในรูปแบบแผนผัง โครงสร้างทางสถาปัตยกรรม รวมทั้งการจำหลัก อย่างแผนผังมีความโดดเด่นทอดยาว มีโคปุระ สะพานนาค เสาเรียง ภาพ จำหลัก ฯลฯ ซึ่งมีความสวยงาม มีความหลากหลาย อย่างประตูซุ้มชั้นที่ 2 มีขนาดความกว้างกว่าประตูชั้นแรก สร้างเป็นแผนผังรูปกากบาทมีมุข ทั้ง 4 หน้าบันและทับหลังประตูจำหลักภาพลวดลายซึ่งแต่ละซุ้มประตูจะมีภาพจำหลักงดงามหลายรูปแบบ"
ส่วนเทวาลัยหรือปราสาทประธาน ตามที่มีการศึกษาอธิบายให้เห็นว่าจากห้องใหญ่ทางด้านทิศเหนือซึ่งเชื่อมต่อกับระเบียงคดที่ล้อมรอบเทวาลัย ระเบียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีผนังทึบอยู่ด้านนอก เจาะเป็นช่องประตูเฉพาะด้านทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ผนังด้านในของระเบียงเจาะเป็นช่องหน้าต่างหลายช่อง หลังคามุงด้วยศิลาทรายทั้งหมด และจากสิ่งก่อสร้างที่ปราสาทพระวิหาร มีหลักฐานแสดงถึงวิวัฒนาการของเทคนิคการมุงหลังคาซึ่งมุงด้วยเครื่องไม้มาก่อน จากนั้นมุงด้วยอิฐและหิน
ขณะที่ภายในระเบียงคดมีลานตรงกลางเป็นที่ตั้งของเทวาลัยหรือปราสาทประธาน มีมุขยื่นออกไปทางทิศเหนือซึ่งเดิมคงมีศิวลึงค์ประดิษฐานอยู่ภายใน ซึ่งตัวปราสาทหักพังลงมาแล้ว คงเหลือแต่มุขด้านหน้าซึ่งมี ภาพสลักหน้าบันเป็นรูปพระศิวนาฎราช
ภายนอกระเบียงคดทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก มีอาคารขนาดใหญ่อีกสองหลัง ทิศตะวันออกเป็นอาคารสำหรับผู้มาเคารพบูชาเทวาลัย ขณะที่อาคารทางทิศตะวันตกอาจจะเป็นอาคารสำหรับนางฟ้อนรำประจำเทวาลัย ฯลฯ และส่วนหนึ่งนี้ คือ โบราณสถานที่มีความหมายความสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์
เขาพระวิหารซึ่งมีโบราณสถานเก่าแก่แห่งนี้ที่ตั้งอยู่ชายแดนไทย-กัมพูชาด้านอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ยังคงเป็นจุดหมายของการเดินทางศึกษาศิลปะประวัติศาสตร์มรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ
และจากที่ได้รับรู้กันอย่างกว้างขวางถึงการเสนอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารให้เป็นมรดกโลก ท้ายที่สุดยูเนสโกจะมีความเห็นเป็นอย่างไรนั้นก็คงต้องติดตามกันต่อไป
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
พงษ์พรรณ บุญเลิศ