









คุมตัว 2 ตำรวจคดียิงฆ่า "สิบตรี" สารวัตรทหารตายอุกอาจกลางตลาด ส่งศาลฝากขัง ฝ่ายทหารยื่นคัดค้านประกันตัว ศาลพิเคราะห์คำร้องก่อนไม่ให้ประกัน ส่งเข้าเรือนจำทันที หลังเกือบบานปลายหนัก ทหารกว่าร้อยล้อมสถานีตำรวจประชาชื่น กลางดึก ฮือขอความเป็นธรรม ตี 3 ถึงยอมสลายตัว ฝ่ายตำรวจตั้งข้อหา "ส.ต.อ." มือยิงฆ่าผู้อื่น ขณะที่ "จ.ส.ต." ที่ไปด้วยกันโดนด้วยข้อหาพยายามฆ่า ด้าน "ผบช.น." ยันให้ความเป็นธรรม 2 ฝ่าย ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง เอาผิดทางวินัย ให้ฝ่ายทหารร่วมฟังการสอบสวน ผบ.สส.เชื่อไม่เป็นเหตุน้ำผึ้งหยดเดียว ส่วนเจ้ากรมยุทธบริการทหาร ผู้บังคับบัญชาผู้ตาย มั่นใจทำเกินกว่าเหตุ จี้ให้สอบสวนอย่างเป็นธรรม อย่าบิดเบือน
จากเหตุการณ์ ส.ต.อ.ประสาท จันทิมา ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม ช่วยราชการฝ่ายสืบสวน สน. ประชาชื่น และพวกเข้าตรวจจับผู้ค้าแผ่นซีดีละเมิดลิขสิทธิ์ ที่ตลาดนัดถนนเลียบคลองประปา หน้าอาคารที่พักทหาร บก.สส. ขณะนั้นมีปากเสียงกับ ส.ต.ชัยวุฒิ ประสมศรี อายุ 30 ปี สารวัตรทหาร บก.สส. กับเพื่อนที่เข้าไปสอบถามเหตุการณ์ เนื่องจาก ส.ต.ชัยวุฒิสงสัยว่าเป็นตำรวจปลอม เพราะแต่งนอกเครื่องแบบ จนเกือบวางมวยกัน แต่มีคนเข้ามาแยกทั้ง 2 ฝ่ายออกจากกัน
จากนั้น ส.ต.ชัยวุฒิ เดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์กลับ ส.ต.อ.ประสาท เข้าไปขอตรวจค้นกอดปล้ำกันชุลมุน ก่อนมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ส.ต.ชัยวุฒิ ถูกยิงเข้าที่หน้า อกเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา ต่อมากลางดึก พล.ท.สมหมาย เกาฎีระ เจ้ากรมยุทธบริการ บก.สส. เดินทางมาสน.ประชาชื่น เพื่อขอความเป็นธรรม โดยมีสห.กว่า 100 นาย ทั้งในและนอกเครื่องแบบเดินทางติดตามมาด้วย จนสถานการณ์เกือบบานปลาย ขณะที่ฝ่ายตำรวจควบคุมตัว ส.ต.อ.ประสาท ดำเนินคดีข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 12 มี.ค. ภายหลังจาก พล.ท.สมหมาย เกาฎีระ เจ้ากรมยุทธบริการ บก.สส. พร้อมด้วยสห.อีกกว่า 100 นาย เดินทางมาสน.ประชาชื่น เพื่อขอความเป็นธรรมกรณี ส.ต. ชัยวุฒิ ประสมศรี สห. ถูกยิงเสียชีวิต ทาง พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร ผบก.น.2 และพ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ประชาชื่น เดินทางมาเจรจากับ พล.ท.สมหมาย ขณะที่ สห.กว่า 100 นาย ยังคงยืนรายล้อมสน. กระทั่งเวลา 03.00 น. จึงยอมแยกย้ายสลายตัว
จ.ส.อ.วิชิต เอื้อเฟื้อกลาง อายุ 34 ปี สห.เพื่อนผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุอยู่กับ ส.ต.ชัยวุฒิ มีตำรวจจะเข้ามาตรวจค้นและเกิดการต่อสู้กันขึ้น จู่ๆ ส.ต.อ. ประสาท ชักปืนจ่อยิง ส.ต.ชัยวุฒิ เข้าหน้าอก 1 นัด ส่วน จ.ส.ต.ปรวิศร์ จองพิทักษ์พงษ์ ตำรวจที่มาด้วยกันชักปืนจ่อศีรษะตน พูดว่าอย่าขัดขืนและใช้กุญแจมือล็อก จึงถามว่ามีความผิดอะไร พร้อมทั้งบอกตำรวจให้นำ ส.ต.ชัยวุฒิ ส่งโรงพยาบาล แต่ตำรวจเฉยจนกระทั่งเสียชีวิตคาที่
ต่อมาเวลา 09.00 น. พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รองผบช.น. เดินทางมาที่ สน.ประชาชื่น เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี โดยเข้าร่วมประชุมกับ พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ประชาชื่น และ พล.ต.ต. วิบูลย์เปิดเผยว่า เรื่องนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ในส่วนของตำรวจจะต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริง ต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ส่วน ส.ต.อ.ประสาท ผู้ก่อเหตุก็ให้มาปฏิบัติงานตามปกติ และอยู่ในการดูแลของ ผกก. โดยให้มารายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา แต่ไม่ได้ควบคุมตัว ส.ต.อ.ประสาท อีกทั้งเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ และขณะเกิดเหตุไม่ได้หนีการจับกุม
รองผบช.น.กล่าวว่า ทางตำรวจจะต้องสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะทำสำนวนสอบสวนออกมา 3 สำนวน คือ 1.สำนวนที่ตำรวจเป็นผู้ต้องหา 2.สำนวนปฏิบัติตามหน้าที่ 3.สำนวนการสืบสวน แต่สำนวนที่จะต้องเร่งทำให้เสร็จก่อน คือสำนวนการสืบสวน แต่จะต้องไต่สวนก่อน ส่วนจะมีคำสั่งให้ ส.ต.อ.ประสาท พักราชการหรือไม่นั้น ต้องรอคำสั่งจากทางผู้บังคับบัญชาเสียก่อน ว่าจะให้พักราชการหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะเดียวกัน ร.อ.สิทธิพล ภักดีวงศ์ นายทหารพระธรรมนูญ บก.สส. เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.วิบูลย์ และ พ.ต.อ.มานพ เพื่อขอดูสำนวนการสอบสวนและร่วมสอบปากคำ และถัดมาในเวลา 10.00 น. พ.ท.วิฑูรย์ รวยสวัสดิ์ ผบ.กองทหารสารวัตร กรมยุทธบริการทหาร พร้อมด้วยพี่สาวของผู้ตาย เดินทางมา สน.ประชาชื่น เพื่อร่วมให้ปากคำ
จากนั้นเวลา 11.00 น. ที่สถาบันนิติเวช จ.ส.อ. ศักดิ์ชัย ประสมศรี อายุ 67 ปี พ่อของ ส.ต.ชัยวุฒิ พร้อมด้วยนางนกแก้ว ประสมศรี อายุ 22 ปี ภรรยาของ ส.ต.ชัยวุฒิ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชา และญาติพี่น้องเดินทางมารับศพ กลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดท่าศาลาราม ต.ท่าเสน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี
นางนกแก้ว กล่าวทั้งน้ำตาว่า แต่งงานอยู่กินกับ ส.ต.ชัยวุฒิ มา 3 ปี มีลูกชายด้วยกัน 1 คน อายุ 1 ขวบ 7 เดือน ชื่อ ด.ช.ชนาธิป ประสมศรี ตนกับลูกอยู่บ้านที่ จ.ปราจีนบุรี คุยกับสามีครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา เวลา 09.40 น. โดยสามีบอกเพียงว่าจะนอนพักผ่อนก็วางสายกันไป จนกระทั่งช่วงเย็นจะออกจากบ้านปิดประตูบ้าน ได้ยินเสียงถ้วยชามในบ้าน เหมือนกระทบกันแตกเสียงดัง เปิดประตูเข้าไปในครัวไม่มีอะไรเกิดขึ้น คิดว่าเป็นลางสังหรณ์ที่ไม่ดี กระทั่งดึกญาติโทร.มาบอกว่าสามีเสียชีวิต เรื่องคดีทางผู้บังคับบัญชาจะดำเนินการ
ต่อมาเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.มานพ พร้อมด้วย พ.ต.ท.รัชพล พูลเกิด พนักงานสอบสวน สน.ประชา ชื่น พร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน และนายทหารพระธรรม นูญ นำตัว ส.ต.อ.ประสาท และ จ.ส.ต.ปรวิศร์ มายื่นคำร้องขอขังยังศาลอาญา โดยแจ้งข้อกล่าวหากับ ส.ต.อ. ประสาท ว่าเจ้าพนักงานฆ่าผู้อื่น โดยอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ และป้องกันตัว พอสมควรแก่เหตุ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และไม่ช่วยเหลือผู้ซึ่งตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิต ส่วน จ.ส.ต.ปรวิศร์ ทางพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หน่วงเหนี่ยวกักขังให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ และไม่ช่วยเหลือผู้ซึ่งตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิต
คำร้องระบุว่า พนักงานสอบสวนได้สอบสวนแล้วพิจารณาเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง และผู้ต้องหาเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ส่วนผู้ตายและผู้กล่าวหาเป็นทหาร และการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ยังต้องสอบสวนพยานอีก 10 ปาก รอผลการสอบสวนประวัติของผู้ต้องหา จากกองทะเบียนประวัติอาชญากรรม รอผลการตรวจพยานวัตถุจากกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยเหตุและความจำเป็นดังกล่าว จึงขอศาลให้ใช้ดุลพินิจออกหมายขังผู้ต้องหานี้ไว้ ในระหว่างการสอบสวนต่ออีกมีกำหนด 12 วัน นับแต่วันที่ 12-23 มี.ค. และหากศาลจะอนุญาตให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาไปชั่วคราว ด้วยประการใดๆ พนักงานสอบสวนไม่คัดค้าน เนื่องจากคดีนี้ผู้ต้องหาไม่ได้มีพฤติกรรมที่จะหลบหนี และจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือข่มขู่พยาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อตำรวจผู้ต้องหาทั้ง 2 นาย เดินทางมาถึงได้ลงจากรถ และใช้เสื้อคลุมปิดใบหน้าเดินเข้าห้องส่งตัวผู้ต้องหา เพื่อหลบผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าวอยู่เป็นจำนวนมาก โดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ศาลนำตัวทั้ง 2 เข้าไปพิมพ์ลายนิ้วมือ เพื่อรอการประกันตัว โดยมี พ.ต.อ. มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ประชาชื่น และ พ.ต.ท.เอนก อุ่นเดช สว.สส.สน.ประชาชื่น ใช้ตำแหน่งตีมูลค่ารวม 565,300 บาท เป็นหลักทรัพย์ขอประกันตัวผู้ต้องหาที่ 1 ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ถวัลย์ พวกเกษม รอง ผกก.สส.สน.ประชาชื่น ใช้ตำแหน่งตีมูลค่า 319,600 บาท เป็นหลักทรัพย์ขอประกันตัวผู้ต้องหาที่ 2
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า แต่ต่อมานายทหารพระธรรมนูญ ยื่นคัดค้านการประกันตัว และศาลโดย นายวิธูร คลองมีคุณ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา พิเคราะห์สำนวนสอบสวนที่เลขานุการศาลอาญา ประสานมาจากพนักงานสอบสวน จ.ส.อ.วิชิต เอื้อเฟื้อกลาง และพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุให้ถ้อยคำทำนองเดียวกันว่า ขณะผู้ต้องหาเข้าจับกุมผู้ค้าแผงลอย มีการยื้อยุดฉุดกระชากผู้ค้า ผู้ตายจึงเข้าไปสอบถาม ผู้ต้องหาเปิดชายเสื้อให้เห็นปืนแล้วบอกว่า เป็นตำรวจ ผู้ตายจึงเดินกลับไป บริเวณปากทางเข้าแฟลต จากนั้นประมาณ 10 นาที จึงเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ และกำลังถอยรถจักรยานยนต์ จากนั้นผู้ต้องหาที่ 1 เข้าไปยิงผู้ตายจนล้มลงทั้งรถจักรยานยนต์ ขณะที่มือผู้ตายอีกมือหนึ่ง ยังถือถุงข้าวเหนียวหมูปิ้ง เพื่อนผู้ตายเข้ามาจะนำตัวส่งโรงพยาบาล ผู้ต้องหาก็ไม่ยินยอม ส่วนอาวุธปืนของผู้ตาย ผู้ต้องหาก็เป็นผู้หยิบออกจากเอวของผู้ตาย หลังจากที่ถูกยิงแล้ว
ศาลเห็นว่าพฤติการณ์ของผู้ต้องหาเป็นการกระทำต่อผู้ตาย โดยที่ผู้ตายไม่ได้ทันระวังตัว และไม่มีการแสดงท่าทางข่มขู่ หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ต้องหาแต่อย่างใด จึงเป็นการกระทำโดยอุกอาจ ต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก โดยที่ผู้ตายไม่ได้ชักอาวุธปืนออกมาตามที่ระบุในคำร้องฝากขัง อีกทั้งเมื่อเพื่อนและผู้บังคับบัญชาของผู้ตาย จะพาตัวส่งโรงพยาบาล ผู้ต้องหาก็ไม่ยินยอม ดังนั้น หากปล่อยตัวชั่วคราวไปเกรงว่าจะหลบหนี และจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทำให้พยานเกิดความหวาดกลัวได้ จึงมีคำสั่งให้ยกคำ ร้องขอประกันตัว พร้อมสั่งคืนหลักทรัพย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. กล่าวว่าสั่งการให้ ผกก.สน.ประชา ชื่น แจ้งข้อกล่าว ส.ต.อ.ประสาท ว่าพยายามฆ่า และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ขณะที่เจ้าตัวอ้างว่าเหตุที่ทำไปเกิดขณะปฏิบัติไปตามหน้าที่ จึงสั่งให้ พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รองผบช.น. เข้าไปควบคุม แต่เพื่อความสบายใจ จะได้ไม่เข้าข้างกัน จะส่งตัวผู้ต้องหาให้ไปอยู่ในอำนาจศาล ส่วนศาลจะสั่งปล่อย หรือสั่งขัง ก็แล้วแต่ดุลพินิจของศาล นอกจากนี้ ยังคุยกับผู้บังคับหน่วยของทหารแล้ว ว่าการกระทบกระทั่งจะไม่ทำให้เป็นเหตุลุกลามไปอีก และจะจัดตำรวจไปร่วมเคารพศพทหารที่เสียชีวิตด้วย เพราะจะต้องทำงานร่วมกันอีกมาก
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีอาวุธปืนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุนั้น ผบช.น.กล่าวว่าเป็นของผู้ตาย แต่ยังไม่ได้ยิง ไม่แน่ชัดว่าขึ้นลำกล้องหรือไม่ กำลังรอผลการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐานอยู่ สำหรับ ส.ต.อ.ประสาท ผู้ต้องหา ยังไม่ได้ให้ออกจากราชการ เจ้าตัวอ้างว่าเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ พร้อมทั้งปฏิเสธไม่มีเจตนาฆ่า และให้การว่าไปตรวจจับซีดีเถื่อน อีกฝ่ายมีปืนกลัวว่าจะถูกยิง อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ฟังฝ่ายเดียว จะต้องสอบสวนอย่างละเอียดว่าผิดถูกอย่างไร แต่ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย โดยจะตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และสอบสวนความผิดทางวินัย รวมทั้งแจ้งไปทางผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหาร ให้นายทหารพระธรรมนูญ หรือผู้บังคับบัญชา มาร่วมฟังการสอบสวนคดีด้วย
ที่กองบัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.บุญสร้าง เนียม ประดิษฐ์ ผบ.สส. กล่าวว่า สั่งการให้ พล.ท.สมหมาย เกาฎีระ เจ้ากรมยุทธบริการทหาร ไปติดตามเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดความยุติธรรม ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง โดยได้รับรายงานว่า ส.ต.ชัยวุฒิ ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต ส่วนรายละเอียดต้องว่ากันอีกครั้ง แต่คงไม่เกิดเหตุบานปลาย กลายเป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างทหารกับตำรวจ เพราะคุยกันรู้เรื่อง ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร จึงให้กรมพระธรรมนูญ บก.สส. ไปติดตามดูรายละเอียดเรื่องนี้
ด้าน พล.ท.สมหมาย กล่าวว่า ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชา จึงปรึกษากับนายทหารฝ่ายเสธ.กรมยุทธบริการทหาร เห็นตรงกันว่าตำรวจทำเกินเหตุ ใช้อาวุธปืนยิงคนในตลาด เป็นพื้นที่สาธารณะ และไม่น่าจะกระทำ อย่างน้อยควรใช้วิจารณญาณมากกว่านี้ ไม่ควรใช้อาวุธให้เกิดความรุนแรง ผู้บังคับบัญชาของตำรวจน่าจะลงมาดูว่า การใช้อาวุธน่าจะมีหลักการมากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ควรปรับปรุงมาตรฐานของตำรวจระดับล่าง เพราะหากเกิดกับประชาชนคนธรรมดาจะรู้สึกอย่างไร อยากเรียกร้องให้ตำรวจพิจารณาในสิ่งเหล่านี้ด้วย
เจ้ากรมยุทธบริการทหาร กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเรียกลูกน้องที่เห็นเหตุการณ์มาสอบถาม ได้ความว่า ส.ต.ชัยวุฒิ ไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการขายซีดีแต่อย่างใด ขณะไปซื้อของที่ตลาด พบเห็นบุคคลแต่งตัวนอกเครื่องแบบ ไม่แน่ใจว่าเป็นตำรวจเข้าไปจับกุมพ่อค้าขายซีดี และกระทำรุนแรงกับพ่อค้า ส.ต.ชัยวุฒิเห็นว่าเป็นการรังแกประชาชน และไม่รู้ว่าเป็นตำรวจ เพราะแต่งตัวคล้ายตำรวจปลอม จึงเข้าไปตักเตือน และมีปากเสียงกันขึ้น โดยมีประชาชนและตำรวจนอกเครื่องแบบห้ามปรามจึงยุติ ขณะเดียวกันลูกน้องที่อยู่ในที่เกิดเหตุเห็นส.ต.ชัยวุฒิ ซื้อข้าวเหนียวหมูย่าง และกำลังจะขึ้นรถจักรยานยนต์กลับ ปรากฏว่าตำรวจชักปืนจากเอวมายิงเสียชีวิตอย่างอุกอาจ
"ตำรวจยิงง่ายเกินไป ไม่น่าถึงขั้นลงไม้ลงมือด้วยการใช้อาวุธ อยากให้ตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมา แต่เชื่อว่าเรื่องจะจบไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และสอบถามจากหลายๆ คน เป็นไปได้ว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุไป" พล.ท.สมหมาย กล่าว
เจ้ากรมยุทธบริการทหารกล่าวต่อว่า อยากให้ตำรวจสอบสวนอย่างเป็นธรรม อย่าบิดเบือน อยากเห็นความเป็นธรรม ไม่อยากให้เกิดเรื่องบานปลาย ลูกน้องเสียชีวิตเป็นเรื่องปกติที่ต้องเสียใจ และขณะนี้มีตำรวจนอกเครื่องแบบ เดินเกลื่อนอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ ไม่รู้ใครเป็นใคร เพราะมีตำรวจปลอมที่มีพฤติกรรมกรรโชก ทรัพย์ประชาชนตกเป็นข่าวปล่อยครั้ง อยากให้ผู้บังคับบัญชาของตำรวจเอาใจใส่มากกว่านี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เปิดศึก 2 สี! ตำรวจยิงทหาร คดีส่อบานปลาย
ข้อมูลและภาพประกอบจาก










| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |















































ตอนนี้รวยเหลือล้น สร้างหอพักเป็นร้อยๆห้องแถมมันยังบอกอีกนะว่าเงินพวกมันอ่ะกินแล้วอ๊วกอ๊วกแล้วกินก้อไม่หมดแถมมีนายตำรวจใหญ่หนุนหลังด้วยนะ แล้วไอ้ที่ว่าเวรกรรมมีจิงนี่มันมีจิงอ่ะป่าว 

















หน้าด้านนะ
คนเห็นเป็นร้อย ยังกล้า
ไปใส่กระโปงได้แล้ว
เป็นผู้ชายเหมือน
รับไม่ได้
ไอ้กระเทย
































เกลียดตำรวจ ชอบรังแกประชาชน ชอบข่มขู่ และบังคับใช้กฎหมายแบบผิดๆ 

















เหมือนกันหมดทั้งประเทศเลย ยุบสำนักงานตำรวจแห่งชาติเถอะ ท่านนายกสมัครฯ , 





























เกลียดตำรวจเลว 








้ยจิงๆ
้ยๆ เอาพระมาตั้งวั้ยบังหน้า
้ยๆพวกนี้ซะที











มันไปเลย ไอสาระเลว ทำไปได้ยังไงเนี้ย ยังมีความเป็นคนอยู่หรือป่าว ทำได้แม้กระทั่งคนพิการ ทำได้แม้กระทั่งผู้คุ้มครองชาติ 



































เล่นยิงเลย




























ไม่ว่าจะยัง ตำรวจ
ก็ผิด อยู่ดี แต่ไม่ได้หมายถึงตำรวจทั้งหมดน่ะ หมายถึงไอ้ เวน 2ตัวนั่น ทำเกินกว่าเหตุ ไม่มีหัวใจ จิงๆไม่น่าถึงขั้นยิงเค้าหรอก
คลิปที่ชาวบ้านถ่ายไว้ก็มี ไอ้สัด ยังมีการห้ามอาส่งโรงบาลอีก
หน้า
ก็ดูใจดำแล้วยังทำตัวเชี้ยอีก และอิพวกที่บอกว่าแผงซีดีเปงของทหารอ่ะ สัดเอ้ย ตัดออกไปเลย นี่
กำลังหมายถึงเรื่อง ศีลธรรม จรรยาบรร เว้ย เรื่องนั้นมันอีกเรื่องนึง แต่นี่
หมายถึงชีวิตคน
มีหัวใจกันป่าวว่ะ เสือกไปเข้าข้างฝ่ายตำรวจ
ต้องรอให้ญาติเมิงถูกยิงใช่ไหมถึงต้องมานั่งเดือดร้อน 





















































ยังจะไปประกันตัวพวก ฉัตเฉี้ย นี้อีก


















สัก 100 ชาติ!! 





























































