









เมื่อวานนี้ (12 มีนาคม) นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านการมีส่วนร่วม ระบุว่า คณะอนุกรรมการชุด นายไพฑูรย์ เนติโพธิ์ เป็นประธาน สรุปว่าพรรคพลังประชาชน (พปช.) เป็นพรรคตัวแทน (นอมินี) พรรคไทยรักไทย ทาง กกต.จึงมีให้มติอนุกรรมการสอบสวน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเข้ามาจัดการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ครอบงำ และสนับสนุนเงินในการจัดตั้งพรรค
"ทั้งนี้ จะมีการสอบสวนเพิ่มเติมใน 3 ประเด็น คือ 1.สอบสวน พ.ต.ท.ทักษิณ 2.พิจารณาข้อบังคับของ พปช.เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรค และ 3.สอบเพิ่มเติมนายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) และ ทันตแพทย์ศุภผล เอี่ยมเมธาวี เลขาธิการสมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด ที่เป็นผู้ร้องเรียนว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปต่างประเทศในช่วงการสอบสวนก็สามารถยื่นคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรได้" นายสุเมธ กล่าว
เมื่อถามว่า กกต.ให้สอบ พ.ต.ท.ทักษิณเพิ่มเติม แสดงว่าคณะอนุกรรมการสรุปผลว่า พปช.เป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทยใช่หรือไม่ นายสุเมธกล่าวว่า ทำนองนั้น เพราะคำนี้เราก็ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่เข้าข่ายตัวการตัวแทน แต่ดูจากพฤติการณ์ที่เขาให้ เขาอ้างว่า รู้สึกจะไม่มีกฎหมายที่บอกว่าเป็นความผิด แต่มาพิจารณาแล้วมันอาจจะเข้ามาตราใดมาตราหนึ่ง จึงอยากจะฟัง ให้เขามีโอกาสชี้แจง
"กกต.เห็นว่า จากรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบนั้น มีความเห็นว่า คล้ายๆ จะเป็นตัวการตัวแทน ดังนั้น กรรมการจึงเห็นว่ามันอาจจะเข้ามาตรา 94 และ 97 พ.ร.บ.พรรคการเมือง จึงเห็นควรให้สอบ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะถ้าลงมติอันเป็นผลร้ายไปอาจจะไม่ถูกต้อง จึงต้องสอบ พ.ต.ท.ทักษิณเพิ่มเติม" นายสุเมธ กล่าว
อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่า การสอบสวนของอนุกรรมการได้พิจารณาจากหลักฐานระหว่างการก่อตั้ง พปช. โดยเฉพาะซีดีการปราศรัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ระบุว่า "หลังจากพรรคไทยรักไทยแตก สมาชิกพรรคก็แตกไปหมด แต่สมาชิกเหล่านั้นก็ยังต้องการทำงานให้ประชาชนจึงเห็นว่า ควรมาตั้ง พปช. ดังนั้น หากต้องการใช้ พ.ต.ท.ทักษิณทำงาน ก็ให้เลือก พปช."
นอกจากนี้ ยังได้นำการแจกซีดี 1 ปีทักษิณและความเคลื่อนไหวในการตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า พปช.ที่พาดพิงถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เป็นไปตามการชี้นำของ พ.ต.ท.ทักษิณทั้งหมดมาพิจารณา ร่วมกับการที่นายสมัครได้ออกมายอมรับว่าตัวเองเป็นนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นต้น
"จากพฤติกรรมตามที่กล่าวมานั้น กรรมการสอบสวนจึงมีความเห็นว่า เป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นกระทำการแทนพรรคไทยรักไทย แต่ไม่มีข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งบ่งชี้ว่าจะสามารถเอาผิดได้ แม้จะพยายามเทียบเคียงกับกฎหมายเรื่องตัวการตัวแทนแล้ว ก็ยังไม่สามารถเข้ากับองค์ประกอบความผิดกฎหมายเลือกตั้งได้ ดังนั้น จึงเสนอความเห็นให้ กกต.พิจารณาข้อเท็จจริงประกอบกับข้อกฎหมายเอง" แหล่งข่าว กล่าว
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |





























ชักกะนิดนะแล้วเปลี่ยนเลขาใหม่หรือเปลี่ยนกรรมการบริหารใหม่ที่มีมันสมองคนคูณได้เป็นนายก10000000000%เลยคับเพียงแต่คุณไม่อวดว่าตัวฉลาดและแสนรู้เท่านั้นเอง 



































อย่าคิดว่าตัวเองฉลาด โปรดดูจากรายได้ตัวเองเสียก่อน 














































































































































































































หยุดได้แล้ว ตอนนี้หมดยุค คมช.แล้ว เอาความจริงมาพูดกัน ตรงไปตรงมาเลย


















พวกปัญญาอ่อนยังทำลายประเทศชาติไม่พอ หรือ

















































































































