ดารากอดกันในวัด ททท. สั่งสอบ กองถ่ายอินเดีย

ชาวพุทธตะลึง วัดสุทัศน์ปล่อยให้กองถ่ายแขกเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ภายในวัด เปิดเพลงกระหึ่ม ขณะที่นักแสดงชายหญิงก็มีการโอบกอด ททท.เร่งตรวจสอบหวั่นทำหนังสืออนุญาตปลอม
บ่ายวันที่ 20 มีนาคมนี้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าไปชมความงามของสถาปัตยกรรมไทย และไหว้พระพุทธรูป ภายในวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ต่างพากันแปลกใจเมื่อพบกองถ่ายทำภาพยนตร์คล้ายชาวอินเดียประมาณ 10 คน ไปปักหลักถ่ายทำภาพยนตร์ อยู่บริเวณด้านซ้ายของพระวิหารหลวง โดยผู้แสดงหญิงชายมีการโอบกอดกัน เคล้าเพลงแขกที่เปิดเสียงกระหึ่ม จึงต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ไม่เคารพสถานที่ซึ่งเป็นศาสนสถาน และเหตุใดไม่มีผู้รับผิดชอบของวัดมาคอยดูแล
ผู้สื่อข่าวซึ่งรับเชิญจากสำนักพัฒนาการท่องเที่ยว (สพท.) ไปเที่ยวชมวัดสุทัศน์ ได้เข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่กองถ่าย ก็มีชายชาวต่างชาติผู้หนึ่งพูดไทยคล่อง อ้างว่ากองถ่ายมีใบอนุญาตจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) อีกทั้งมีตำรวจ ตม.มาควบคุมดูแลด้วย แต่เมื่อถามว่าอยู่ไหน ชายผู้นั้นก็บอกว่าไปรับประทานอาหาร ในส่วนของวัดสุทัศน์ เจ้าอาวาสก็อนุญาตให้ถ่ายทำเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่วัดและพระลูกวัดที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ ให้ข้อมูลว่า อนุญาตให้กองถ่ายภาพยนตร์ดังกล่าว เข้ามาถ่ายทำในบริเวณวัดจริง โดยเซ็นอนุมัติเมื่อเช้าวันเดียวกัน แต่มีข้อน่าสังเกตว่าจดหมายขออนุญาตที่ส่งมาเป็นโทรสาร 3 แผ่น มีข้อที่ชวนสงสัย กล่าวคือ เอกสารแผ่นแรกเป็นใบอนุญาตจาก สพท.เลขที่ น 2032 ออกให้ บริษัท อินโด แบงคอก จำกัด (INDO BANGKOK CO, LTD.) ทะเบียนนิติบุคคล 0205544006073 ประกอบธุรกิจประสานงานและใช้บริการถ่ายทำภาพยนตร์ โดยมี นายดิลเบีย ซิงห์ซานี เป็นกรรมการผู้จัดการ ที่ตั้ง 222/131 พัทยาสาย 3 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีอายุ 2 ปี วันที่ 10 กันยายน 2550-10 กันยายน 2552
เอกสารแผ่นที่ 2 เป็นเอกสารขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ของบลริษัทอินโดฯ และมีตราของ ททท.อยู่ทางด้านขวามือ แต่ไม่ระบุว่าขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องอะไร ระบุขอความอนุเคราะห์ใช้สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศที่วัดสุทัศฯ ต่อเจ้าอาวาส ระบุวันที่ขอถ่ายทำ 5 มีนาคม 2551 ระหว่างเวลา 15.00-18.00 น.
ส่วนเอกสารแผ่นที่ 3 เป็นการขอเลื่อนเวลาการถ่ายทำที่ จ.พังงา ออกโดย สพท.เจ้าหน้าที่วัดสุทัศน์ฯ กล่าวว่า ระหว่างการถ่ายทำ ไม่มีเจ้าหน้าที่ของวัดเข้าไปดูแล เพราะคิดว่าเมื่อกองถ่ายมีเอกสารอนุญาตของหน่วยราชการ วัดก็คงต้องปฏิบัติไปตามนั้น อีกทั้งทางวัดก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับเอกสารดังกล่าวว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ที่ผ่านมาบริษัทนี้ก็เคยมาขอใช้สถานที่ถ่ายทำหลายครั้ง
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่กองกิจการภาพยนตร์ สพท. กลับพบว่า ไม่มีการขออนุญาตถ่ายทำที่วัดสุทัศฯ จากบริษัท อินโด แบงคอกฯ ในวันที่ 20 มีนาคม โดยเจ้าหน้าที่ สพท.กล่าวว่า ควรมีการตรวจสอบ เพราะไม่แน่ใจว่าเอกสารที่บริษัทอินโดนำมาแสดงจะเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ และได้ส่งเรื่องให้อธิบดี สพท.รับไปพิจารณาแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมามีกลุ่มธุรกิจเชิงมิจฉาชีพทำลายภาพลักษณ์ของชาติแฝงตัวเข้ามามาก บางรายระบุวัน แต่ถ่ายทำไม่ตรงกับวันใช้ระยะเวลายาวนานกว่าที่ขอไว้ และส่วนมากที่ต้องปลอมหนังสือเนื่องจากไม่อยากจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้เจ้าหน้าที่ สพท. ททท. และ ตม.ที่ตกวันละ 2,000 บาท
"หากเป็นการถ่ายทำในลักษณะดังกล่าว ไม่น่าจะผ่านการเซนเซอร์จาก สพท.ไปได้ เพราะการอนุญาตทุกครั้งจะต้องมีการระบุเนื้อหา แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่เจ้าของสถานที่ด้วยว่าจะดูแลเข้มงวดอย่างไร" เจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าว
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล