









ปูมหลัง "หนุ่มคลั่ง" ในนาม "สังข์ทอง" เผาตัวหน้ารัฐสภา ตร.ค้นบ้านพักพบใบปลิวประท้วง "เพื่อนบ้าน" ชี้ไม่ชอบการเมือง-คลั่งไคล้ทหาร น้องเขยเผย 3 คนพี่น้องสติไม่สมประกอบทั้งบ้าน ระบุเคยถูกเพื่อนร่วมงานจุดไฟเผามาแล้วแต่รอดมาได้
เมื่อเวลา 05.45 น. วันที่ 21 มีนาคม พ.ต.ต.เอกชัย ศรีระพงษ์ พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต รับแจ้งเหตุชายเผาตัวเองบาดเจ็บสาหัส หน้าอาคารรัฐสภา ถนนอู่ทองใน แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ รุดไปพบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีดำ ทะเบียน 4พ-3714 กทม. ท้ายรถมีลังเหล็กอะลูมิเนียม วางอยู่ ตรวจสอบภายในลังพบหมวกกันน็อคสีฟ้า-ดำ 1 ใบ หมวกแก๊ปลายพรางทหาร 1 ใบ กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน เสื้อยืดคอกลมสีขาว และดอกกุหลาบ 1 ดอก
ส่วนข้างลังมีตัวอักษรสติ๊กเกอร์ ข้อความว่า "สังข์ทองรักรจนา รักความยุติธรรม" ติดอยู่ บนทางเท้าพบไฟแช็กสีขาวตกอยู่ 1 อัน และเศษชิ้นเนื้อมนุษย์จำนวนหนึ่ง ส่วนผู้บาดเจ็บพลเมืองดี ช่วยนำส่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาล สอบสวนทราบชื่อนายแมน ตรวจมรรคา อายุ 44 ปี อยู่ที่ 259 หมู่ 1 ต.กระสัง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ อาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์ส่งลูกชิ้น ของโรงงานนายฮั้ง อยู่ในซอยสามเสน 24 แขวงสามเสน เขตดุสิต กทม.
สอบสวนนางสังวรณ์ แก้วทับทิม พนักงานทำความสะอาด เขตดุสิต ให้การว่า มาทำความสะอาดอยู่ด้านหน้ารัฐสภา ขณะกำลังกวาดถนนอยู่ ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ พบว่าไฟกำลังลุกไหม้ชายคนดังกล่าวอยู่ จึงวิ่งไปเรียกตำรวจประจำรัฐสภาออกมาช่วยเหลือดับไฟที่กำลังลุกไหม้ตัวชายคนดังกล่าว พร้อมช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล สำหรับชายคนดังกล่าว เคยเห็นและรู้จัก เพราะมาจอดรถจักรยานยนต์และมายืนร่วมประท้วงหน้ารัฐสภา ในช่วงที่มีกลุ่มผู้ประท้วง มารวมตัวประท้วงหน้ารัฐสภาอยู่เป็นประจำ โดยคนแถวนั้นรู้จักในชื่อสังข์
พ.ต.ท.สุรศักดิ์ สิงหไกร รอง ผกก.ป.สน.ดุสิต กล่าวว่า หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพบนายแมน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนแล้ว โดยมีอาการถูกไฟไหม้ร่างกายไปประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ยังให้การไม่ได้ สอบสวนทราบว่า นายแมนชอบมาประท้วงหน้ารัฐสภาอยู่เป็นประจำ ตำรวจ สน.สามเสนก็รู้จักดี ในชื่อนายสังข์ มักจะมาไหว้ลานพระรูปรัชกาลที่ 5 เมื่อเดินทางไปตรวจสอบที่ห้องพัก หลังโรงงานลูกชิ้นนายฮั้ง พบใบปลิวประท้วงของกลุ่มต่างๆ และคาถาบูชา ร.5 เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นทุกวันพระ นายแมนยังมีอาการในลักษณะเหมือนของขึ้น จนคนแถวน้นรู้จักกันดี
นพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี ผู้อำนวยการวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล เปิดเผยถึงอาการนายแมนว่า คนไข้มีโอกาสจะรอดชีวิตน้อยมากมีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งผู้ป่วยได้สูญเสียผิวหนังไปมาก โดยผิวหนังปกติจะมีหน้าที่ป้องกันเชื้อโรคและสิ่งอื่นๆ ไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย ปกติแล้วคนส่วนใหญ่หากสูญเสียผิวหนังไปประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ จะเสียชีวิตแล้ว แต่คนไข้รายนี้สูญเสียผิวหนังไปมากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ จึงมีโอกาสรอดชีวิตน้อยมาก อีกทั้งนอกจากจะสูญเสียผิวหนังแล้ว ยังมีการส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจด้วย และระบบอื่นๆ ของร่างกายด้วย
นพ.ชัยวัน กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการแถลงข่าว คนไข้มีอาการหัวใจหยุดเต้น แต่แพทย์ได้ปั๊มหัวใจช่วยชีวิตเอาไว้ได้ แต่คาดว่าคนไข้น่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินวันที่ 22 มีนาคม ขณะนี้คนไข้อยู่ระหว่างรับการรักษาที่หอผู้ป่วยไฟไหม้น้ำร้อนลวก โดยแพทย์ใช้วัตถุห่อหุ้มร่างกายแทนผิวหนังและให้น้ำทดแทนผ่านทางสายน้ำเกลือ เพราะร่างกายคนไข้สูญเสียน้ำมาก ขณะนี้คนไข้ไม่รู้สึกตัว ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เนื่องจากคนไข้ถูกไฟเผาทั้งตัว เบื้องต้นทางแพทย์ได้ติดต่อกับญาติของผู้ป่วยแล้วแต่ยังไม่มีญาติเดินทางมาที่โรงพยาบาลแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม คณะแพทย์จะดูแลผู้ป่วยอย่างดีที่สุด
ส่วนที่ จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวได้เข้าตรวจสอบบ้านพักของนายแมน ตรวจมรรคา หรือสังข์ทอง อายุ 44 ปี ที่ บ้านเลขที่ 259 หมู่ที่ 1 ต.กระสัง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ พบญาติของนายแมนและเพื่อน ซึ่งภายหลังทราบข่าว ได้มารวมตัวกันที่บ้านนายแมน พร้อมพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับประเด็นการเมือง แต่เชื่อว่าเกิดจากนายแมนมีสติไม่สมประกอบ ที่ผ่านมามักเกิดอาการคลุ้มคลั่ง อีกทั้งนายแมนไม่เคยสนใจเรื่องการเมือง แต่คลั่งไคล้ทหาร และใฝ่ฝันอยากเป็นทหารอย่างมาก มักแต่งกายเลียนแบบเครื่องแบบทหารเป็นประจำ
นายสาธิต สืบตระกูลทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 ต.เมืองไผ่ น้องเขยของนายแมน กล่าวว่า นายแมน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าสังข์ทองนั้น พ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว เหลือแต่น้องชาย คือ นายสมร ตรวจมรรคา ที่ทำงานเป็นช่างซ่อมเครื่องพิมพ์ดีดใน จ.สุรินทร์ และนางไสว ตรวจมรรคา น้องสาวอีก 1 คนเท่านั้น ซึ่งต่างมีสติไม่ค่อยสมประกอบทั้ง 3 คน
โดยนายแมนไปทำงานที่โรงงานทำลูกชิ้นในกรุงเทพฯนานกว่า 10 ปีแล้ว จะเดินทางกลับบ้านที่ จ.บุรีรัมย์ ปีละ 1 ครั้ง โดยชาวบ้านรู้กันดีว่านายแมนคลั่งไคล้และชื่นชอบทหารอย่างมาก แต่ไม่ชอบติดตามเรื่องการเมืองแต่อย่างใด เพราะไม่เคยกลับมาใช้สิทธิเลือกตั้งเลยแม้แต่ครั้งเดียว จึงเชื่อว่าการก่อเหตุน่าจะมาจากสติที่ไม่สมประกอบมากกว่า โดยเมื่อหลายปีก่อนนายแมนเคยถูกเพื่อนร่วมงานที่ทะเลาะกันแอบนำน้ำมันมาราดและจุดไฟเผามาแล้ว 1 ครั้ง แต่รอดตายมาได้ ล่าสุด หลังญาติและชาวบ้านทราบข่าว ได้เตรียมเดินทางไปเยี่ยมนายแมนที่กรุงเทพฯ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก










| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |












































































































































































































































































|