นางสงกรานต์ ทุงสะเทวี ปีนี้จะข้าวยากหมากแพง
เมื่อวานนี้ (25 มีนาคม)
น.ส.อมรรัตน์ เทพกำปนาท นักวิชาการวัฒนธรรม 8 ว. สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า วันมหาสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ตรงกับวันที่ 13 เมษายน เป็นวันอาทิตย์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 5 เวลา 18.24 นาฬิกา นางสงกรานต์นาม "ทุงสะเทวี" ทรงพาหุรัด ทัดดอกทับทิม อาภรณ์แก้วปัทมราค ภักษาหารอุทุมพรหรือผลมะเดื่อ พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ เสด็จนั่งมาเหนือหลังครุฑเป็นพาหนะ
น.ส. อมรรัตน์ กล่าวต่อว่า วันที่ 15 เมษายน เวลา 22.53.24 นาฬิกา เปลี่ยนจุลศักราชใหม่เป็น 1370 ปีนี้วันพุธธงชัย อังคารเช้าอธิบดี ตกบ่ายอุบาทว์ และศุกร์อุบาทว์ พฤหัสบดีโลกาวินาศ ดินฟ้าฝน อาทิตย์เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 400 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 40 ห่า ตกในมหาสมุทร 80 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 120 ห่า ตกในเขาจักรวาล 160 ห่า นาคให้น้ำ 4 ตัว เกณฑ์ธัญญาหารได้เศษ 2 ชื่อวิบัติ ข้าวกล้าในภูมินาจะได้ผลกึ่งเสียกึ่ง เกณฑ์ธาราธิคุณตกราศีวาโยหรือลม และน้ำน้อย
นักวิชาการวัฒนธรรม 8 ว. อธิบายเพิ่มเติมว่า จากประกาศสงกรานต์ข้างต้น ดูตามคำพยากรณ์โบราณจะเห็นได้ว่า วันมหาสงกรานต์ปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์
ท่านว่าพืชพันธุ์ธัญญาหารไม่สู้งอกงามนัก วันจันทร์เป็นวันเนา มักจะเกิดความเจ็บไข้ต่างๆ เกลือจะแพง นางพญาจะร้อนใจ วันอังคารเป็นวันเถลิงศก ข้าราชการทุกหมู่เหล่าจะมีความสุข มีชัยชนะแก่ศัตรูหมู่พาล ส่วนทางล้านนาทำนายว่า ปีนั้นข้าวหมากเกลือจักแพง คนจักเป็นพยาธิ ข้าศึกจะมีแก่บ้านเมือง หนอนแมลงกินพืชไร่ อีกทั้งนางสงกรานต์เสด็จมาในท่านั่ง อิริยาบถนี้ท่านว่า จะนำมาซึ่งความเจ็บไข้ ผู้คนล้มตายและจะเกิดเหตุเภทภัยต่างๆ โดยรวมแล้วปีใหม่ไทยมีแต่เรื่องชวนหดหู่ไม่น้อย ส่วนดีมีนิดเดียว และแม้จะไม่ดูคำทำนายแต่สอดคล้องสภาพเศรษฐกิจ ตลอดจนดินฟ้าอากาศที่ผ่านมา ก็บ่งบอกอนาคตได้อยู่แล้ว ยิ่งมีความเชื่อสมัยก่อนมาตอกย้ำด้วย ไม่ควรประมาท
"นางสงกรานต์ปีนี้จะไม่ดุนัก ยังทรงครุฑซึ่งเป็นพาหนะของพระนารายณ์หรือพระวิษณุ ผู้เป็นหนึ่งในสามมหา เทพของพราหมณ์ และในพระหัตถ์ยังทรงจักรและสังข์ที่เป็นอาวุธของพระนารายณ์อีกเช่นกัน หากจะมองในด้านบวก นางทุงสะเทวีก็เป็นเสมือนนอมินีของพระนารายณ์ ที่ทรงมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองโลก และปราบปรามเหล่ายักษ์อสูรที่คอยมาสร้างความเดือดร้อนแก่มนุษย์"
น.ส.อมรรัตน์ กล่าวและว่า ส่วนภักษาหารที่เป็นผลมะเดื่อนี้ ทางฮินดูถือเป็นไม้มงคล ตามหลักวิทยาศาสตร์เป็นผลไม้แคลเซียมสูง รากผลมีสรรพคุณทางยาแก้ท้องร่วง ชะล้างบาดแผล ถอนพิษไข้ และเป็นยาระบายอีกด้วย
ข้อมูลและภาพประกอบจาก