













สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
การปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 ถือว่า "ล้มเหลว" และ "พ่ายแพ้" เพราะไม่เพียงแค่กลุ่มอำนาจเก่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกโค่นล้มจะชนะเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 จนจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ยังส่งผลให้คณะทหารที่ก่อการปฏิวัติในนาม "คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ" (คมช.) แตกแยกกันเองด้วย ไล่มาตั้งแต่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และอดีตประธานคมช. กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และสายสัมพันธ์พี่น้องระหว่าง "พล.อ.สนธิ" กับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีของรัฐบาลปฏิวัติ ต้องขาดสะบั้นลง จนทำให้ พล.อ.สนธิ เกือบต้องหลั่งน้ำตา
พล.อ.สนธิ ได้เปิดใจถึงเบื้องหลังการปฏิวัติว่า การวางแผนปฏิวัติตนคิดกันกับ พล.อ.อนุพงษ์ แค่ 2 คน ส่วน พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตแม่ทัพภาค 3 ในเวลานั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย เพราะไม่ได้ร่วมวางแผน แต่มาตอนทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และที่ปฏิวัตินอกจากเพื่อยุติการปะทะนองเลือดของม็อบทั้งฝ่ายสนับสนุนและต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งยังเห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ถูกพาดพิง
"ถ้าย้อนเวลาได้ 1.ผมก็จะปฏิวัติตามเดิม แน่นอน เพราะสถานการณ์มันจำเป็น คนที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร เป็นนักธุรกิจที่ความคิดก็อยู่แต่ในเรื่องพวกนี้เป็นหลัก ถ้าผมไม่ปฏิวัติ ก็ยังไม่รู้เลยว่าวันนี้ชาติบ้านเมืองและสถาบันของเราจะเป็นอย่างไร จะยังมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่หรือไม่ และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เป็นคนตั้งผมเป็น ผบ.ทบ.จึงไม่มีเรื่องหนี้บุญคุณใดๆ และพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ แต่ก่อนปฏิวัติได้มีการเข้าพบ พล.อ.เปรม เรื่อยมา เพื่อเล่าสถานการณ์ต่างๆ ให้ฟัง" พล.อ.สนธิ เผยความรู้สึกจากห้วงลึก
การรวมตัวกันของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) เริ่มจากความไม่เป็นเอกภาพ เพราะเมื่อวางแผนเฉพาะในทหารบก ก็ทำให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพคนอื่นเพิ่งจะได้รับเชิญหลังจากการยึดอำนาจสำเร็จแล้ว เพราะ พล.อ.สนธิ ต้องเก็บเป็นความลับ เพราะผู้บัญชาการเหล่าทัพ ล้วนเป็นคนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่งตั้งมาทั้งสิ้น ทั้งนี้คณะปฏิวัติเริ่มวางแผนตั้งแต่วันที่ 16-18 กันยายน
ด้านกองบัญชาการต้านปฏิวัติที่เกิดจากคำสั่งข้ามทวีปของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งมี พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นผู้ดูแลสถานการณ์และคำสั่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ที่พยายามจะยุยงให้ พล.อ.เรืองโรจน์ สู้ จน พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ในเวลานั้นเกลี้ยกล่อมและต่อสายให้คุยกับ พล.อ.สนธิ จน พล.อ.เรืองโรจน์ ไม่คิดต่อสู้
"ถ้าผมจะสู้ก็ไม่รู้ว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ แต่ผมก็คงเอาชนะได้ไม่ยากหรอก เพราะกำลังของผมก็มี โดยเฉพาะของเพื่อนนายกรัฐมนตรีทักษิณ แล้วที่สำคัญเป็นทหารกรุงเทพฯ ทั้งนั้น ส่วนพวกทหารของฝ่ายปฏิวัติมาจากต่างจังหวัด ทหารบ้านนอกทั้งนั้นจะมาสู้อะไรทหารในกรุงได้ แต่ผมไม่อยากให้ต้องมีการนองเลือด เพราะคนที่ตายมันไม่ใช่พวกผู้ใหญ่หรอก แต่เป็นพวกทหารข้างล่างที่เป็นทหารด้วยกัน ผมถึงยอมให้ แต่ไม่ใช่ยอมแพ้" พล.อ.เรืองโรจน์ ระบุ
ขณะเดียวกัน ผลพวงของการปฏิวัติได้ทำให้ คมช.แตกร้าวกันเองมาตลอด จนมาถึงหลังศึกชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการทหารบก" ที่ทำให้ พล.อ.สนธิ และ พล.อ.สพรั่ง ขัดแย้งอย่างรุนแรง และทำให้ พล.อ.สพรั่ง กับ พล.อ.อนุพงษ์ ก็ไม่มองหน้ากัน ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ สุดท้ายต้องขัดแย้งกับ พล.อ.สนธิ เพราะเชื่อว่า พล.อ.สนธิ ไม่ได้เสนอชื่อเป็นผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ จึงยอมสมานฉันท์ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ
ด้าน พล.อ.สนธิ ก็แสร้งยอมโทรคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และกลุ่มอำนาจเก่าตายใจ ก่อนจะลงสู่สนามการเมือง โดยมีพรรคเพื่อแผ่นดินที่เขาร่วมก่อตั้งมารองรับ และได้มีการแจกโบนัสนายทหาร ผู้บัญชาการหน่วยคุมกำลัง ที่เหนื่อยและเสี่ยงชีวิตด้วยกันมา ทั้งในการแต่งตั้งโยกย้ายเลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง และการให้ "ทิป" หน่วยละ 1 ล้านบาท เป็นอย่างต่ำ
ยิ่งกว่านั้นเมื่อเปลี่ยนขั้วอำนาจหลังการเลือกตั้ง บรรดาแกนนำคมช.ต่างก็พากันแยกย้ายเอาตัวรอด เพราะกลัวการถูกเช็กบิล ภายใต้ข้ออ้างที่เรียกว่า "สมานฉันท์เพื่อชาติ" และประกาศสลายตัวเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2551นั้นถือเป็นความล้มเหลวและพ่ายแพ้หลังการปฏิวัติสำเร็จ คมช.
ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของหนังสือ "ลับ ลวงพราง" ที่ วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหาร หนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์ ได้ใช้เวลาเก็บข้อมูลและเรียบเรียงนานกว่า 1 ปี ที่กำลังถูกมองว่า อาจจะกลายเป็น คู่มือเช็กบิล คมช.









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |




















้ได้
้ไปได้หลายบาท









































































ทั้งแผ่นดินก็ชั่งมัน












































































้บ้านเมืองจนมีแผ่นดินให้เราอยู่ทุกวันนี้จะรู้สึกอย่างไร หรือพวกทหารทุกวันนี้ไม่รู้สึกอย่างไรเลย น่าสงสารบรรพระบุรุษของเรา อ่านกันบ้างนะทหารทั้งหลาย นักการเมืองทั้งหลาย ขอร้องเถอะถ้าไม่คิดถึงบ้านเมืองท่านก็ควรคิดถึงตัวท่านเองด้วย ถ้าบ้านเมืองแตกแยกคนไทยฆ่ากันเองแล้วพวกท่านจะอยู่ได้อย่างไรคิดดู ชาวต่างชาติเขาไม่มาแยแสท่านหรอกใครๆก็รักชาติตัวเอง ไม่สนใจชาติอื่นหรอกจำไว้เลยก็เหมือนพวกท่านๆทั้งหลายแหละที่สนใจแต่พวกกันเองญาติกันเองลองคิดดูนะคับ 












































รัฐธรรมนูญมาตรา 309 ว่าด้วยเกี่ยวกับอารัยหรอ ยังไม่รุ้เลย ว่าเกี่ยวกะอาราย งง 







































































คนหนึ่งและที่ไม่เห็นด้วยกะ
อย่าอ้างประชาชนส่วนใหญ่ และที่เคยบอกว่าคนบ้านอกไม่มีการศึกษา แล้วคนที่มีการศึกษาอย่างพวก... เคยทำให้ประเทศพัฒนาหรือเปล่า 



































ดูถูกคนอิสานมากไปแล้ว อยากรู้จัง
ไปมุดหัวที่ไหนมาคนอิสานมีการศึกษามากก่วา
อีกมัง คิดเป็น เข้าใจปัญหาที่เกิด สร้างแต่สิ่งที่ดีให้กับชุมชนและชาติบ้านเมืองไม่หมกมุ่นในสิ่งที่
กำลังคิตอยู่ไม่เป็นทาสความคิดใคร 














































































ของทัก-สานเลย เครื่องแบบที่มันสวมน่ะเป็นของสูง
ซ่ะอย่างงั้น














