เปิดไทม์ไลน์ 4 เพื่อนบนเรือ กระติก อิจศรินทร์, ไฮโซปอ ตนุภัทร, แซน วิศาพัช และ จ๊อบ นิทัศน์ ให้การ หลังแตงโมตกเรือหาย แต่ละคนไปไหน ทำอะไรอยู่บ้าง
จากกรณีการเสียชีวิตของนักแสดงสาว แตงโม นิดา ได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก แม้ว่า กระติก อิจศรินทร์ เพื่อนและผู้จัดการส่วนตัวของแตงโมจะออกมาแถลงข่าวแล้ว โดยล่าสุด (28 กุมภาพันธ์ 2565) กระติก, ไฮโซปอ ตนุภัทร, แซน วิศาพัช และ จ๊อบ นิทัศน์ 4 คนที่อยู่บนเรือในวันเกิดเหตุ ได้มาร่วมพูดคุยถึงประเด็นนี้อีกครั้งผ่านรายการ โหนกระแส ที่มี หนุ่ม กรรชัย เป็นผู้ดำเนินรายการ ขาดแต่เพียง โรเบิร์ต ไพบูลย์ คนขับเรือ ที่ไม่มาร่วมในครั้งนี้
ในช่วงหนึ่งมีการพูดถึงไทม์ไลน์หลังจากที่แตงโมตกเรือหายไป ทุกคนก็ขับเรือตามหากันอยู่พักใหญ่ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่ก็หาไม่เจอจึงมีการเทียบท่าอยู่ 2 ครั้ง ครั้งแรกหลังจากหาไม่เจอประมาณ 1 ชั่วโมงถึงเทียบท่า
เทียบท่าครั้งแรก
เนื่องจากมีกู้ภัยและตำรวจมาแล้ว แซนมีปากเสียงกับกู้ภัย วันนั้นแซนตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องขอโทษที่พูดจากกับพี่ ๆ กู้ภัยไม่สุภาพ บอกว่ามาช้า ตอนแรกไม่ทราบว่ากู้ภัย คิดว่าเป็นชาวบ้าน เนื่องจากตนแจ้งกู้ภัยทางน้ำ แต่กู้ภัยยืนอยู่บนบก ไม่เห็นอุปกรณ์ดำน้ำใด ๆ
เทียบท่าครั้งที่ 2
เนื่องจากกระติกปวดท้องหนัก ตอนแรกปอบอกว่าจะไม่เข้า แต่ท่านั้นมีนักข่าว ต้องไปขอใช้ห้องน้ำของชาวบ้าน จะกลับมาลำบาก เพราะมีคนอยู่เต็มไปหมด กระติกจึงกลับไปท่าเรือที่เดิมไม่ได้ไปหาแตงโม เพราะกลับมาก็ไม่เจอเรือแล้ว ก่อนจะได้คุยกับ โบ TK ส่วนนักแสดงหนุ่ม บีม ศรัณยู กับแฟนสาวก็ช่วยกันค้นหาอยู่ถึงตี 3 บีมมาถึงก็เล่ารายละเอียด ยอมรับว่าเสียใจที่ไม่ได้อยู่ ณ ที่นั้น แต่ก็อธิษฐานให้เพื่อนริมแม่น้ำ
กระติกอยู่ถึงตี 3 ก่อนจะกลับบ้านไปที่บ้านแตงโม เพราะคิดว่าอาจจะมีคนมาช่วยแล้ว ซึ่งมือถือของแตงโมก็อยู่ที่กระติก และไม่ได้กลับไปที่จุดเกิดเหตุ เนื่องจากตอนนั้นสติแตกไปแล้ว แถมยังมีข่าวว่าคุณแม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ก็ไม่กล้าไปสู้หน้าแม่ เพราะรู้สึกผิดที่ไม่ได้โทร. หาคุณแม่ตอนเกิดเรื่อง
กระติกขอโทษคุณแม่แตงโมที่พูดจาไม่ดีออกไป
กระติกกล่าวขอโทษคุณแม่ที่บอกว่าไม่ได้ติดต่อไป เพราะแม่ไม่ใช่นักประดาน้ำ ใจจริงไม่ได้อยากสื่อสารออกไปแบบนั้น ยิ่งทำให้แม่เสียใจไปอีก บุคลิกตนพูดไม่เพราะอยู่แล้ว คิดว่าโทร. หาแม่แม่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ขอโทษจากใจ ไปตกตะกอนแล้วก็คิดว่าไม่ควรพูด สิ่งที่พูดไปคนด่าทั้งประเทศ สมควรโดน ก็ต้องยอมรับ และสำนึกจริง ๆ กับทุกคำที่พูด ตนไม่ได้เฟียร์ซ ไม่ตั้งใจกวน คิดเป็นภาพในหัวแล้วกพูดออกไปโดยที่ไม่ได้กลั่นกรองเป็นคำพูดดี ๆ เพราะกดดัน
หลังจากนั้นคุณแม่มีโทร. มาคุยไปรอบหนึ่ง แต่คุยไม่รู้เรื่องเท่าไร เพราะกระติกร้องไห้ฟูมฟายใส่แม่ ฟังไม่รู้เรื่อง ยอมรับว่าตอนที่เกิดเรื่องกระติกรู้สึกกลัว เพราะเอาลูกเขามาเที่ยวแล้วไม่ดูแล ตนก็เป็นแม่คน ขอโทษที่หนีสถานการณ์นั้นที่จะเผชิญหน้ากับแม่
กระติกคืนกระเป๋าแตงโมให้แม่บ้าน ก่อนกลับบ้านไปร้องไห้คนเดียว
ตั้งแต่เอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋าของตัวเองต่อหน้าแตงโม กระติกไม่ได้จับโทรศัพท์อีกเลย กระเป๋าของกระติกตอนเพื่อนยกลงมามันก็อยู่ในกระเป๋าของแตงโมอีกที แบบกระเป๋าซ้อนกระเป๋า จากนั้นก็เอาทรัพย์สินของแตงโมคืนแม่บ้านที่ชื่อว่า ป้าแตง หลังส่งของให้แม่บ้านก็ไม่รู้เรื่องอีกเลย
จากนั้นกระติกก็ไปอยู่ที่บ้านตัวเอง อยู่คนเดียวแล้วก็นั่งคิดถึงเพื่อน ไปไม่เป็น มันหนัก เปิดคลิปนั้นดูอยู่คนเดียว รู้สึกทรมาน รู้สึกผิด แค่ไม่ได้แสดงออกมา เลือกที่จะเก็บความรู้สึกไว้กับตัวเอง ไม่โทษใคร โทษตัวเอง
กระติกขอตอบประเด็นดราม่าที่บอกว่า แตงโมตายรายได้ขาด
กระติก กล่าวว่า ตนเป็นเพื่อนกับโมก่อนทำงานด้วยกัน แต่ก่อนแตงโมอยู่บ้านกระติก ตอนนั้นคุณแต๊งค์ก็รู้ คบกันมาเรื่อย ๆ จนมาเป็นผู้จัดการให้แตงโม ไม่ได้เป็นแค่เพื่อน ไม่ได้เป็นแค่คนทำงานให้ แตงโมเป็นทั้งแม่ของน้องอีสเตอร์ ไม่มีเขา ตนก็แย่ทุกเรื่อง เสียเพื่อน เสียบัดดี้ ไม่มีโมชีวิตของกระติกก็พัง แต่สื่อสารออกมาแล้วไปอีกทางหนึ่ง ยอมรับว่าเป็นข้อเสีย
ตนก็รักแตงโม ไม่ใช่ไม่รัก ตอนนี้ยังเข้าใจว่าเหมือนแตงโมส่งบททดสอบมาให้ ตนเจอแค่นี้ยังรู้สึกว่ามันหนัก ตนไม่ชอบร้องไห้ต่อหน้าใคร ก่อนที่ หนุ่ม กรรชัย จะถามถึงเรื่องที่ว่าทำไมเดี๋ยวกระติกก็ร้องเดี๋ยวก็ไม่ร้อง เพราะการร้องไห้เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ไม่ต้องเก็บมันไว้ มันทำให้คนมองว่ามีความจริงใจหรือเปล่า
กระติกชี้แจงว่า ตนทำตัวไม่ถูก มันเป็นธรรมชาติของตน ไม่รู้ว่าคนหวังจะเห็นอะไร ต้องการอะไรจากตน ตอนคุยกันอยู่ยังต้องดึงสติกลับมา ส่วนสาเหตุที่ไม่กลับไปจุดเกิดเหตุ เพราะประเด็นเปลี่ยนไปเยอะ มันหนัก มันถาโถม เริ่มเป็นประเด็นอื่น อยากปรึกษาคนที่ให้คำปรึกษาตนได้
ไทม์ไลน์ของ แซน วิศาพัช
สาเหตุที่ไม่อยู่รอเพื่อน เพราะช่วยหาจนสุดความสามารถ เพลีย เหนื่อย และเจ็บตามาก กลับบ้านประมาณตีสามตีสี่ กลับบ้านแล้วไม่ได้กลับไปอีก เพราะคนมาหาเยอะแล้ว มีกู้ภัยมาแล้วกลัวเป็นภาระ
ไทม์ไลน์ของ จ๊อบ นิทัศน์
จ๊อบ นิทัศน์ เผยว่า หลังจากตามหาแตงโมในคืนเกิดเหตุ ก็ไปช่วยหากับโรเบิร์ตอีกในตอนบ่ายของวันรุ่งขึ้น แบ่งงานกันแล้ว ตอนแรกจะไป NBC ไปหากับ แชมป์ สามร้อยกะรัต แต่ท่าโดนปิดอยู่ จึงไปหาท่าเรือใหม่ เอาเรือมาลงเพื่อออกไปตามหากัน
ไทม์ไลน์ของ ไฮโซปอ
ตามหาแตงโมตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงตี 1 ก็มีทีมงานด้วย ถามกระติก กระติกบอกว่า มือถือของแตงโมอยู่กับกระติก ถ้าแตงโมรอด แตงโมจะกลับบ้าน กระติกจึงขอกลับไปที่บ้านของแตงโม ส่วนผู้ชาย 3 คนไปคุยกันที่ปั๊มน้ำมัน โดยจะช่วยกันหาแตงโม ให้แชมป์ สามร้อยกะรัต ที่มีทีมเจ็ตสกีเอามาลง จากนั้นให้พี่ที่ชื่อ เอ็ม ติดต่อผู้กำกับว่าจะเข้ามาให้ปากคำ ยอมรับว่าช็อกมาก นอนไม่หลับ หลับตายังเห็นหน้าแตงโมอยู่ตลอด เชื่อว่าใครที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ไม่มีทางเข้าใจ
![4 เพื่อนบนเรือให้การ 4 เพื่อนบนเรือให้การ]()
ภาพจาก โหนกระแส
![4 เพื่อนบนเรือให้การ 4 เพื่อนบนเรือให้การ]()
ภาพจาก โหนกระแส
![4 เพื่อนบนเรือให้การ 4 เพื่อนบนเรือให้การ]()
ภาพจาก โหนกระแส
![4 เพื่อนบนเรือให้การ 4 เพื่อนบนเรือให้การ]()
ภาพจาก โหนกระแส
![แตงโม แตงโม]()
ภาพจาก Instagram melonp.official
![แตงโม แตงโม]()
ภาพจาก Instagram melonp.official
![แตงโม แตงโม]()
ภาพจาก Instagram melonp.official
![แตงโม แตงโม]()
ภาพจาก Instagram melonp.official
ขอบคุณข้อมูลจาก โหนกระแส
จากกรณีการเสียชีวิตของนักแสดงสาว แตงโม นิดา ได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก แม้ว่า กระติก อิจศรินทร์ เพื่อนและผู้จัดการส่วนตัวของแตงโมจะออกมาแถลงข่าวแล้ว โดยล่าสุด (28 กุมภาพันธ์ 2565) กระติก, ไฮโซปอ ตนุภัทร, แซน วิศาพัช และ จ๊อบ นิทัศน์ 4 คนที่อยู่บนเรือในวันเกิดเหตุ ได้มาร่วมพูดคุยถึงประเด็นนี้อีกครั้งผ่านรายการ โหนกระแส ที่มี หนุ่ม กรรชัย เป็นผู้ดำเนินรายการ ขาดแต่เพียง โรเบิร์ต ไพบูลย์ คนขับเรือ ที่ไม่มาร่วมในครั้งนี้
ในช่วงหนึ่งมีการพูดถึงไทม์ไลน์หลังจากที่แตงโมตกเรือหายไป ทุกคนก็ขับเรือตามหากันอยู่พักใหญ่ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่ก็หาไม่เจอจึงมีการเทียบท่าอยู่ 2 ครั้ง ครั้งแรกหลังจากหาไม่เจอประมาณ 1 ชั่วโมงถึงเทียบท่า
เทียบท่าครั้งแรก
เนื่องจากมีกู้ภัยและตำรวจมาแล้ว แซนมีปากเสียงกับกู้ภัย วันนั้นแซนตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องขอโทษที่พูดจากกับพี่ ๆ กู้ภัยไม่สุภาพ บอกว่ามาช้า ตอนแรกไม่ทราบว่ากู้ภัย คิดว่าเป็นชาวบ้าน เนื่องจากตนแจ้งกู้ภัยทางน้ำ แต่กู้ภัยยืนอยู่บนบก ไม่เห็นอุปกรณ์ดำน้ำใด ๆ
เทียบท่าครั้งที่ 2
เนื่องจากกระติกปวดท้องหนัก ตอนแรกปอบอกว่าจะไม่เข้า แต่ท่านั้นมีนักข่าว ต้องไปขอใช้ห้องน้ำของชาวบ้าน จะกลับมาลำบาก เพราะมีคนอยู่เต็มไปหมด กระติกจึงกลับไปท่าเรือที่เดิมไม่ได้ไปหาแตงโม เพราะกลับมาก็ไม่เจอเรือแล้ว ก่อนจะได้คุยกับ โบ TK ส่วนนักแสดงหนุ่ม บีม ศรัณยู กับแฟนสาวก็ช่วยกันค้นหาอยู่ถึงตี 3 บีมมาถึงก็เล่ารายละเอียด ยอมรับว่าเสียใจที่ไม่ได้อยู่ ณ ที่นั้น แต่ก็อธิษฐานให้เพื่อนริมแม่น้ำ
กระติกอยู่ถึงตี 3 ก่อนจะกลับบ้านไปที่บ้านแตงโม เพราะคิดว่าอาจจะมีคนมาช่วยแล้ว ซึ่งมือถือของแตงโมก็อยู่ที่กระติก และไม่ได้กลับไปที่จุดเกิดเหตุ เนื่องจากตอนนั้นสติแตกไปแล้ว แถมยังมีข่าวว่าคุณแม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ก็ไม่กล้าไปสู้หน้าแม่ เพราะรู้สึกผิดที่ไม่ได้โทร. หาคุณแม่ตอนเกิดเรื่อง
กระติกขอโทษคุณแม่แตงโมที่พูดจาไม่ดีออกไป
กระติกกล่าวขอโทษคุณแม่ที่บอกว่าไม่ได้ติดต่อไป เพราะแม่ไม่ใช่นักประดาน้ำ ใจจริงไม่ได้อยากสื่อสารออกไปแบบนั้น ยิ่งทำให้แม่เสียใจไปอีก บุคลิกตนพูดไม่เพราะอยู่แล้ว คิดว่าโทร. หาแม่แม่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ขอโทษจากใจ ไปตกตะกอนแล้วก็คิดว่าไม่ควรพูด สิ่งที่พูดไปคนด่าทั้งประเทศ สมควรโดน ก็ต้องยอมรับ และสำนึกจริง ๆ กับทุกคำที่พูด ตนไม่ได้เฟียร์ซ ไม่ตั้งใจกวน คิดเป็นภาพในหัวแล้วกพูดออกไปโดยที่ไม่ได้กลั่นกรองเป็นคำพูดดี ๆ เพราะกดดัน
หลังจากนั้นคุณแม่มีโทร. มาคุยไปรอบหนึ่ง แต่คุยไม่รู้เรื่องเท่าไร เพราะกระติกร้องไห้ฟูมฟายใส่แม่ ฟังไม่รู้เรื่อง ยอมรับว่าตอนที่เกิดเรื่องกระติกรู้สึกกลัว เพราะเอาลูกเขามาเที่ยวแล้วไม่ดูแล ตนก็เป็นแม่คน ขอโทษที่หนีสถานการณ์นั้นที่จะเผชิญหน้ากับแม่
กระติกคืนกระเป๋าแตงโมให้แม่บ้าน ก่อนกลับบ้านไปร้องไห้คนเดียว
ตั้งแต่เอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋าของตัวเองต่อหน้าแตงโม กระติกไม่ได้จับโทรศัพท์อีกเลย กระเป๋าของกระติกตอนเพื่อนยกลงมามันก็อยู่ในกระเป๋าของแตงโมอีกที แบบกระเป๋าซ้อนกระเป๋า จากนั้นก็เอาทรัพย์สินของแตงโมคืนแม่บ้านที่ชื่อว่า ป้าแตง หลังส่งของให้แม่บ้านก็ไม่รู้เรื่องอีกเลย
จากนั้นกระติกก็ไปอยู่ที่บ้านตัวเอง อยู่คนเดียวแล้วก็นั่งคิดถึงเพื่อน ไปไม่เป็น มันหนัก เปิดคลิปนั้นดูอยู่คนเดียว รู้สึกทรมาน รู้สึกผิด แค่ไม่ได้แสดงออกมา เลือกที่จะเก็บความรู้สึกไว้กับตัวเอง ไม่โทษใคร โทษตัวเอง
กระติกขอตอบประเด็นดราม่าที่บอกว่า แตงโมตายรายได้ขาด
กระติก กล่าวว่า ตนเป็นเพื่อนกับโมก่อนทำงานด้วยกัน แต่ก่อนแตงโมอยู่บ้านกระติก ตอนนั้นคุณแต๊งค์ก็รู้ คบกันมาเรื่อย ๆ จนมาเป็นผู้จัดการให้แตงโม ไม่ได้เป็นแค่เพื่อน ไม่ได้เป็นแค่คนทำงานให้ แตงโมเป็นทั้งแม่ของน้องอีสเตอร์ ไม่มีเขา ตนก็แย่ทุกเรื่อง เสียเพื่อน เสียบัดดี้ ไม่มีโมชีวิตของกระติกก็พัง แต่สื่อสารออกมาแล้วไปอีกทางหนึ่ง ยอมรับว่าเป็นข้อเสีย
ตนก็รักแตงโม ไม่ใช่ไม่รัก ตอนนี้ยังเข้าใจว่าเหมือนแตงโมส่งบททดสอบมาให้ ตนเจอแค่นี้ยังรู้สึกว่ามันหนัก ตนไม่ชอบร้องไห้ต่อหน้าใคร ก่อนที่ หนุ่ม กรรชัย จะถามถึงเรื่องที่ว่าทำไมเดี๋ยวกระติกก็ร้องเดี๋ยวก็ไม่ร้อง เพราะการร้องไห้เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ไม่ต้องเก็บมันไว้ มันทำให้คนมองว่ามีความจริงใจหรือเปล่า
กระติกชี้แจงว่า ตนทำตัวไม่ถูก มันเป็นธรรมชาติของตน ไม่รู้ว่าคนหวังจะเห็นอะไร ต้องการอะไรจากตน ตอนคุยกันอยู่ยังต้องดึงสติกลับมา ส่วนสาเหตุที่ไม่กลับไปจุดเกิดเหตุ เพราะประเด็นเปลี่ยนไปเยอะ มันหนัก มันถาโถม เริ่มเป็นประเด็นอื่น อยากปรึกษาคนที่ให้คำปรึกษาตนได้
สาเหตุที่ไม่อยู่รอเพื่อน เพราะช่วยหาจนสุดความสามารถ เพลีย เหนื่อย และเจ็บตามาก กลับบ้านประมาณตีสามตีสี่ กลับบ้านแล้วไม่ได้กลับไปอีก เพราะคนมาหาเยอะแล้ว มีกู้ภัยมาแล้วกลัวเป็นภาระ
ไทม์ไลน์ของ จ๊อบ นิทัศน์
จ๊อบ นิทัศน์ เผยว่า หลังจากตามหาแตงโมในคืนเกิดเหตุ ก็ไปช่วยหากับโรเบิร์ตอีกในตอนบ่ายของวันรุ่งขึ้น แบ่งงานกันแล้ว ตอนแรกจะไป NBC ไปหากับ แชมป์ สามร้อยกะรัต แต่ท่าโดนปิดอยู่ จึงไปหาท่าเรือใหม่ เอาเรือมาลงเพื่อออกไปตามหากัน
ไทม์ไลน์ของ ไฮโซปอ
ตามหาแตงโมตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงตี 1 ก็มีทีมงานด้วย ถามกระติก กระติกบอกว่า มือถือของแตงโมอยู่กับกระติก ถ้าแตงโมรอด แตงโมจะกลับบ้าน กระติกจึงขอกลับไปที่บ้านของแตงโม ส่วนผู้ชาย 3 คนไปคุยกันที่ปั๊มน้ำมัน โดยจะช่วยกันหาแตงโม ให้แชมป์ สามร้อยกะรัต ที่มีทีมเจ็ตสกีเอามาลง จากนั้นให้พี่ที่ชื่อ เอ็ม ติดต่อผู้กำกับว่าจะเข้ามาให้ปากคำ ยอมรับว่าช็อกมาก นอนไม่หลับ หลับตายังเห็นหน้าแตงโมอยู่ตลอด เชื่อว่าใครที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ไม่มีทางเข้าใจ

ภาพจาก โหนกระแส

ภาพจาก โหนกระแส

ภาพจาก โหนกระแส

ภาพจาก โหนกระแส

ภาพจาก Instagram melonp.official

ภาพจาก Instagram melonp.official

ภาพจาก Instagram melonp.official

ภาพจาก Instagram melonp.official












