












เมื่อวานนี้ (26 มีนาคม) มีการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย กกต. ที่มีนายสุพล ยุติธาดา ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาฯ เป็นประธานที่ประชุม ภายหลังการประชุมกว่า 1 ชั่วโมง นายสุพลร่วมกันแถลงพร้อมกรรมการฯ ทั้ง 7 คนว่า วันนี้กรรมการฯ มาประชุมครบทุกท่านและมีมติแล้ว จากนั้นนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมการฯ เป็นผู้แถลงว่า ที่ประชุมได้ตอบข้อหารือของ กกต.ใน 2 ประเด็น คือ
1.ถ้ากรรมการบริหารพรรคดำเนินการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ซึ่งไม่ถูกต้องตามกฎหมายเสียเอง จะถือว่าพรรคการเมืองนั้นกระทำความผิดไปตามมาตรา 103 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ให้ถือว่ากระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือไม่
"โดยที่ประชุมมีมติ 6 ต่อ 1 เห็นว่า ถ้ากรรมการบริหารพรรคทำก็ถือว่าพรรคการเมืองกระทำการที่เข้าข่ายมาตรานี้แล้ว"
ส่วนข้อหารือที่ 2 กกต.ถามว่า เมื่อเข้าข่ายตามมาตรา 103 วรรคสอง กกต.สามารถมีดุลพินิจเป็นอย่างอื่น คือไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ โดยที่ประชุม 6 เสียงต่อ 1 เสียงที่ของดออกเสียง เห็นว่าคำในมาตรา 103 วรรคสอง โดยเฉพาะคำว่า "ให้ถือว่า" มัดไว้ให้ กกต. ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ
"ก่อนที่ปรึกษากฎหมายจะมีมติดังกล่าว ได้อภิปรายในข้อกฎหมายว่าในกรณีมาตรา 103 วรรคหนึ่ง ได้ระบุถึงการกระทำความผิดของผู้สมัคร ส่วนในวรรคสองเขียนถึงการรู้เห็นของกรรมการบริหารพรรค แต่คำถามที่ กกต.ถามมาว่า ถ้ากรรมการบริหารพรรคเป็นผู้สมัครและกระทำความผิดเสียเอง จะถือว่ากรรมการบริหารพรรคที่ทำผิดอยู่วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ซึ่งที่ปรึกษาเห็นว่าแม้คำในกฎหมายจะเขียนไม่ชัดก็ตาม แต่ถ้าตัวกรรมการบริหารพรรคทำผิดเสียเอง ก็ถือว่าพรรคการเมืองรู้แล้ว จริงอยู่ที่มาตราดังกล่าวในวรรคสองเขียนคล้ายกับว่าจะต้องมีกรรมการบริหารอีกหนึ่งคนรู้เห็น แต่กรณีนี้ กกต. มัดประเด็นมาเลยว่า ถ้าผู้สมัครกับกรรมการบริหารพรรคเป็นคนเดียวกัน จึงต้องดูว่าจะนำวรรคสองมาใช้บังคับได้เลยหรือไม่ ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าน่าจะเข้าตามวรรคที่กำหนดไว้แล้ว ซึ่งการตีความดังกล่าวเป็นการตีความยึดตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ" นายสมคิดกล่าว และว่าถ้ากรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งคนใดก็แล้วแต่กระทำผิด ต่อให้กรรมการบริหารพรรคคนอื่นไม่รู้ก็ถือว่าพรรครู้แล้ว ก็ถือว่าเข้าข่ายมาตรา 103
ที่ปรึกษา กกต.ระบุว่า แม้ที่ประชุมจะมีการอภิปรายกรณีที่ว่า จะต้องมีกระบวนการยับยั้งการกระทำความผิดตามมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญก่อน จึงจะถือว่าเข้าข่ายความผิดที่เป็นเหตุให้ต้องยุบพรรค แต่เนื่องจากประเด็นที่ กกต.สอบถามมาไม่ได้ถามเรื่องนี้ จึงไม่ได้มีการลงมติในเรื่องดังกล่าว
"จริงอยู่มาตรา 103 จะยึดโยงไปที่มาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ แต่ที่ปรึกษากฎหมายก็คุยกันว่า ที่โยงไปนั้นหมายถึงฐานความผิดว่า ถ้าหากมีการกระทำที่เข้าข่าย 103 วรรคสอง ก็ถือว่ากระทำความผิดเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศที่ไม่ถูกต้อง แต่กระบวนการตามมาตรา 68 วรรคอื่นนั้น มองว่าเป็นการเขียนขึ้นเป็นการทั่วไป แต่มาตรา 103 วรรค 1 และ 2 ของ พ.ร.บ.เลือกตั้ง และมาตรา 237 ของรัฐธรรมนูญได้เขียนกระบวนการนี้เป็นการเฉพาะแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องไปโยงมาตรา 68 แล้ว" นายสมคิดกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นบรรทัดฐานโยงถึงกรณีพรรคพลังประชาชนหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ที่ปรึกษากฎหมายให้ความเห็นเป็นความเห็นเกี่ยวกับมาตรา 103 โดยไม่ได้ไปโยงกับพรรคใดพรรคหนึ่งโดยเฉพาะ ถ้าพูดเปรียบเทียบคือทำหน้าที่คล้ายกฤษฎีกาของ กกต. ส่วน กกต.จะนำความเห็นของเราไปดำเนินการกับพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่งนั้น ก็ดำเนินการไปตามนั้นไม่เกี่ยวกับเรา
ขณะที่นายขวัญชัย สันตสว่าง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ยอมรับว่าตนเองเป็นเสียงข้างน้อย โดยเห็นว่าการตีความในมาตราดังกล่าวจะต้องตีความตามลายลักษณ์อักษร อย่าเพิ่งเอาเจตนารมณ์ของกฎหมายมาตีความก่อน ซึ่งเท่าที่ดูตามนี้กรรมการบริหารพรรคที่ทำผิดน่าจะเป็นเรื่องเฉพาะตัว เพราะวรรคสองจะมีข้อความว่า หัวหน้าพรรค หรือกรรมการบริหารพรรคผู้ใด มีส่วนรู้เห็น ซึ่งคำว่า "ผู้ใด" นั้นน่าจะหมายถึงมีกรรมการบริหารพรรคอื่นอีกคนหนึ่งจะต้องรู้เห็น เพราะการที่ผู้สมัครซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคกระทำผิดนั้น จะให้เข้าไปรู้เห็นกับตนเองได้อย่างไร
มีรายงานข่าวแจ้งว่า นายขวัญชัยได้อภิปรายในที่ประชุมว่า การยุบพรรคถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ดังนั้นจึงไม่ควรที่จะให้มีการยุบพรรคเพียงเพราะการกระทำของคนคนเดียว เพราะเรื่องนี้มีข้อสรุปว่ากรรมการบริหารพรรครายอื่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบขาก สำนักข่าว INN









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |




















รายได้ เสิม10,000 ถึง50,000บาท ต่อ เดือน





















































































































































































































































































































































































