












เผยใช้เวลาผ่า 15 นาทีเสร็จ นักจิตวิทยาเผยวัยรุ่นเข้ามาปรึกษาเพียบ พบส่วนใหญ่อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า แพทย์ศัลยกรรมชี้ตัดอัณฑะลดฮอร์โมนเพศชายได้จริง แพทยสภาเตรียมเสนอกฎหมายผ่าตัดแปลงเพศต้องมีจิตแพทย์ตรวจสอบ ด้าน ปธ.กลุ่มเกย์การเมืองไทยเตรียมยื่นหนังสือ สธ.ควบคุมคลินิกเสริมความงาม
กะเทยรุ่นเยาว์ หรือที่เรียกว่า "กะเทยลูกเจี๊ยบ" สุดฮิต "ตัดไข่ทิ้ง" ตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยความเชื่อว่าจะหยุดฮอร์โมนเพศชายทำให้ทรวดทรง แขน-ขาเรียวเล็กเหมือนสาวแท้ หลังจาก "คม ชัด ลึก" ตรวจสอบพบว่า มีเด็กวัยรุ่นอายุระหว่าง 13-16 ปี นิยมไปตัดอัณฑะ
นายเบิร์ด ช่างแต่งหน้าวัย 19 ปี ซึ่งตัดสินใจผ่าตัดอัณฑะทิ้ง เปิดเผยต่อ "คม ชัด ลึก" ว่า ปัจจุบันนอกจากตัวเขาแล้วยังมีเด็กและเยาวชนอายุตั้งแต่ 12-16 ปี ตัดสินใจตัดอัณฑะทิ้ง เพราะเข้าใจว่าการกระทำดังกล่าวเหมือนกับการแปลงเพศ และจะทำให้ผิวสวยขึ้น ร่างกาย แขน และขา จะเรียวงามเหมือนหญิงสาว แต่ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดถูกกว่าการผ่าตัดแปลงเพศโดยทั่วไปอย่างมาก เพราะราคาการผ่าตัดอัณฑะทิ้งเสียค่าใช้จ่ายเพียง 3-5 พันบาทเท่านั้น
"การผ่าตัดอัณฑะกำลังเป็นที่นิยมของสาวประเภทสอง เพราะค่าใช้จ่ายถูก แถมฟื้นตัวเร็ว วิธีการดังกล่าวมีการบอกเล่ากันปากต่อปากในหมู่ของสาวประเภทสอง ที่เดินสายประกวดความงามเวทีต่างๆ ในภาคเหนือ โดยเชื่อว่าหากตัดอัณฑะทิ้งซึ่งเป็นที่ผลิตฮอร์โมนเพศชาย และกินฮอร์โมนเพศหญิงเพิ่มก็จะสวยเป็นสาวเต็มตัว" นายเบิร์ด กล่าว
ซูกัส สาวประเภทสองวัย 15 ปี เป็นอีกคนที่ตัดอัณฑะทิ้ง เล่าว่า เมื่อปีเศษที่ผ่านมา ตัดสินใจเข้าไปยังคลินิกใกล้บ้าน บอกแพทย์ว่าต้องการตัดอัณฑะทิ้ง ซึ่งแพทย์ไม่ได้สอบถามประวัติ หรือทดสอบอะไรในลักษณะจิตวิทยาเลย ก็รับที่จะผ่าตัดให้ โดยนัดให้ไปพบที่คลินิก
"เมื่อเข้าไปในคลินิกหมอได้ฉีดยาที่เส้นเลือดบริเวณมือ หลังจากนั้นรู้สึกสะลึมสะลือ ครึ่งหลับครึ่งตื่น หมอจึงใช้มีดกรีดบริเวณกึ่งกลางระหว่างอัณฑะทั้งสองยาวประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วก็ตัดอัณฑะทั้งสองออก เสร็จแล้วก็เย็บแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาผ่าตัดเพียง 15 นาที หลังจากนั้นให้นอนพักประมาณ 3 ชั่วโมง ก็กลับบ้านได้ จากนั้นจะปวดท้องนานประมาณ 1 สัปดาห์จึงกลับเป็นปกติ" ซูกัสกล่าว
ด้านนายนที ธีระโรจนพงษ์ ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มกะเทยแสดงตัวและพฤติกรรมโดดเด่นขึ้น ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ยังไม่กล้าเปิดเผยตัว เพราะสังคมยังไม่ยอมรับบุคคลกลุ่มนี้ ทำให้ปัจจุบันกลุ่มกะเทยเด็กอายุระหว่าง 12-16 ปี กำลังมีความเชื่อที่ผิดๆ ไปตัดอัณฑะทิ้ง
"เดี๋ยวนี้กะเทยเด็กตัดสินใจตัดอัณฑะเพิ่มขึ้น ตั้งแต่มีข่าวว่ากะเทยสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อจากนายเป็นนางสาวได้ ทำให้มีแรงกระตุ้นอยากเป็นผู้หญิงให้มากที่สุด แต่ด้วยวัยขนาดนี้ยังไม่มีเงินพอที่จะเข้าไปรับการผ่าตัดจึงต้องเข้าคลินิกเล็กๆ เพื่อผ่าตัดออก เชื่อว่าหากสอบถามกะเทย100 คน จะพบว่ามีถึง 80 คน ที่ไปผ่าตัดมาแล้ว"
นายนทีบอกด้วยว่า วันที่ 27 มีนาคม เครือข่ายองค์กรชาวสีม่วงกว่า 10 องค์กร จะยื่นหนังสือต่อกระทรวงสาธารณสุขให้ควบคลุมคลินิกเล็กๆ ที่มีอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆ เพราะการผ่าตัดให้เด็กและเยาวชนมีผลร้ายมากกว่ากว่าผลดี
"วัยรุ่นอายุยังน้อย ยังไม่รู้หรอกว่าโตขึ้นจะเป็นอย่างไร เขาอาจเสียดายกับการกระทำในวัยเด็กได้ เพราะเคยคุยกับกะเทยหลายคน เขาบอกว่าเสียดายมาก เนื่องจากการตัดอัณฑะทิ้ง โดยไม่ได้แปลงเพศตามหลักจะทำให้ถุงอัณฑะฝ่อ เมื่อมีเงินพอที่จะแปลงเพศก็จะมีอุปสรรคในการทำช่องคลอด ต้องไปใช้ชิ้นเนื้อผิวหนังบริเวณอื่น เช่น ต้นขา สะโพก ลำไส้มาใช้แทน" นายนทีกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลินิกแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ได้เก็บรวบรวมสถิติสาวประเภทสองที่ใช้บริการผ่าตัดอัณฑะไว้ พบว่ามีสาวประเภทสองเข้าใช้บริการเฉลี่ยถึงวันละ 4 คน
ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม นักจิตวิทยาชื่อดัง และที่ปรึกษาศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าวของวัยรุ่น
ดร.วัลลภ กล่าวว่า ปัญหาวัยรุ่นผู้ชายที่มีจิตใจเป็นผู้หญิงนิยมไปผ่าตัดอัณฑะออกกำลังเป็นที่นิยมสูงมาก ที่คลิกนิกหรือโรงพยาบาลก็ผ่าตัดให้โดยไม่มีนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา จิตแพทย์ คอยตรวจสอบสุขภาพจิตว่าพร้อมที่จะผ่าตัดจริงๆ หรือไม่ อีกทั้งปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายบังคับให้ผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศต้องผ่านการตรวจสอบจากจิตแพทย์ก่อน ทำให้คลินิกหรือโรงพยาบาลอาศัยช่องว่างดังกล่าวมาเป็นช่องทางในการหาผลประโยชน์ทางธุรกิจ โดยการผ่าตัดหลายครั้ง เริ่มแรกด้วยการผ่าตัดอัณฑะ หลังจากนั้นก็ผ่าตัดแปลงเพศ อีกทั้งการผ่าตัดเอาอัณฑะออกจะทำให้ร่างกายสับสน สุขภาพจิตแปรปรวนได้
"ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา มีวัยรุ่นเข้ามาขอรับคำปรึกษาเรื่องการผ่าตัดอัณฑะหลายราย มีอารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า บางรายยังมีอาการปวดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเกิดจากการอุปทาน ผลพวงเหล่านี้เกิดจากการผ่าตัดโดยไม่มีการตรวจทางจิตแพทย์ จึงอยากให้มีกฎหมายออกมาบังคับว่าก่อนผ่าตัดต้องผ่านการตรวจจากจิตแพทย์เสียก่อน เพราะเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วแพทย์ที่รักษาก็มักไม่รับผิดชอบ" ดร.วัลลภกล่าว
ด้าน นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภากล่าวว่า แพทยสภาอยู่ระหว่างการร่างข้อบังคับเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมแปลงเพศ และศัลยกรรมความงาม เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับแพทย์ โดยเฉพาะการผ่าตัดแปลงเพศยังไม่มีกฎหมายเอาผิดผู้ที่ผ่านตัดให้เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ที่ผ่านมาเคยได้ยินว่ามีแพทย์หลายรายแปลงเพศให้เด็ก แต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะไม่มีผู้เสียหายมาร้องเรียน หากมีการร้องเรียนก็คงต้องพิจารณาดำเนินการกับคลินิกเหล่านี้
ด้าน รศ.นพ.ศิรชัย จินดารักษ์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง หน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้าง ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ตามหลักปฏิบัติแล้วแพทย์จะผ่าตัดแปลงเพศให้ผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป และผู้ที่จะผ่าตัดแปลงเพศจะต้องผ่านการประเมินจากจิตแพทย์แล้ว กรณีที่บอกว่ามีเด็กอายุ 15-16 ปีไปทำนั้น ตนยังไม่มีข้อมูล และตามจรรยาบรรณแพทย์ก็คงไม่มีใครทำให้ อีกทั้งเด็กก็ไม่ควรไปทำ
ขณะที่ รศ.นพ.ประยุทธ โชครุ่งวรานนท์ หน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้าง ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยอมรับว่า การผ่าตัดอัณฑะจะช่วยลดฮอร์โมนเพศชายได้จริง หากผ่าตัดตั้งแต่อายุยังน้อยก็จะให้ผลดี แต่ผู้ต้องการผ่าตัดต้องผ่านการประเมินโดยจิตแพทย์ก่อนว่าจริงๆ แล้วมีความเบี่ยงเบนทางเพศจริงหรือเลียนแบบตามแฟชั่น หากเบี่ยงเบนจริงก็ผ่าตัด แต่หากไม่ก็ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง
ขณะที่ นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่สาวประเภทสองนิยมไปตัดอัณฑะ เพื่อให้ผิวพรรณสวยงาม เนื่องจากยังไม่มีเงินพอจะแปลงเพศ ทั้งๆ อายุยังไม่บรรลุนิติภาวะและยังไม่ผ่านการประเมินจากจิตแพทย์ว่า สงสัยจะต้องดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง ส่วนตัวเห็นว่า การที่แพทย์ผ่าตัดอัณฑะ หรือแปลงเพศให้เด็กที่อายุน้อยยังไม่บรรลุนิติภาวะถือว่าผิด และไม่สมควรทำ แต่กลับเป็นการสร้างปัญหา เพราะตัดไปแล้วไม่สามารถนำกลับคืนมาได้ ดังนั้นกองการประกอบโรคศิลปะจะต้องเข้มงวดกับคลินิกที่ให้บริการ และแพทยสภาควรจะต้องเร่งออกข้อบังคับเพื่อเอาผิดกับคลินิกหรือสถานพยาบาลที่ฝ่าฝืนโดยเร็ว โดยส่วนตัวสนับสนุนที่จะมีกฎหมายมาควบคุมตรงนี้
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |






































รายได้ เสิม10,000 ถึง50,000บาท ต่อ เดือน

















































































สวยโคตร และอนาคตกระเทยจะสวยขั้นเทพทุกอย่าง และผู้หญิงก็จะลำบาก ไม่ต้องอนาคตหรอก ขนาดทุกวันนี้ พริตตี้ pg กระเทยซะส่วนมาก ชี้ให้เห็นว่ากระเทยสวยกว่าหญิงจริง ๆ และจะเตือนไอ้พวกผู้ชายที่เกลียดกระเทยด้วยนะ ระวังจะเป็นอย่างเพื่อนผม เกลียดกระเทยมาก คบกับผู้หญิงมารู้ทีหลังว่าเป็นกระเทย ทิ้งก็ไม่ลงเพราะมันรักไปแล้ว 555555555555 























































น้องๆ เอ้ย
ก็เดียวถึงเวลาจะกล้า บวช ให้พ่อแม่เป่ลา 

ไอ้ผวกคิดเอาแต่ตัวเอง 
ไม่เป็นไรหลอกแต่เวทณา














































































































































































































































