









นายถนอม อ่อนเกตพล โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกรณีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) มอบหมายให้ไปยื่นหนังสือขยายเวลาลากิจ อีก 15 วัน ต่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในฐานะกำกับดูแล กทม. ว่าได้ทำหนังสือไปถึงหน้าห้อง ร.ต.อ.เฉลิม เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา โดยยืนยันเหตุผลในการลากิจเพื่อเตรียมข้อมูลชี้แจงการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของ กทม.ต่อคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ซึ่งล่าสุดนายเฉลิมได้ลงนามเมื่อวันที่ 27 มีนาคม อนุมัติให้ลาต่อได้อีก 15 วันแล้ว
ทั้งนี้ นายอภิรักษ์จะครบกำหนดการลาอีก 15 วัน (ครั้งที่ 2) ในวันที่ 11 เมษายนนี้ แต่จนถึงขณะนี้ คตส. ยังไม่มีหนังสือเชิญให้ชี้แจงข้อกล่าวหาแต่อย่างใด ซึ่งนายอภิรักษ์มีความต้องการจะขอลาแค่ 30 วันเท่านั้น และจะไม่ขอลากิจอีก อย่างไรก็ตาม หาก คตส.มีหนังสือให้เข้าชี้แจงเมื่อใด นายอภิรักษ์ก็พร้อมให้ข้อมูล โดยยืนยันว่ามีเพียงเอกสารในการชี้แจง ไม่มีการเตรียมพยานบุคคลแต่อย่างใด
ด้านนายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. และประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของ กทม. กล่าวว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการไต่สวนคดีรถดับเพลิง จัดทำข้อกล่าวหาของบุคคลที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 6 คน เรียบร้อยแล้ว โดยในส่วนของนายอภิรักษ์และ นายราเชนทร์ พจนสุนทร อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ที่ไม่ขอใช้สิทธิคัดค้านรายชื่อคณะอนุกรรมการไต่สวน ดังนั้น ในวันที่ 31 มีนาคม คณะอนุกรรมการไต่สวนน่าจะทำหนังสือเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน
นายนาม กล่าวว่า ส่วนการเชิญอดีตเอกอัครราชทูตออสเตรีย ซึ่งนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และนายโภคิน พลกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อ้างให้เป็นพยาน มาให้ปากคำในคดีนี้ คณะอนุกรรมการไต่สวนกำลังอยู่ระหว่างประสานงานอยู่ หากไม่สามารถติดต่อได้ คณะอนุกรรมการก็คงต้องมีการพิจารณาว่าจะตัดพยานรายนี้ได้หรือไม่ ส่วนการเชิญนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นพยานในคดีดังกล่าวเพราะนายยุทธพงศ์มีความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ส่วนจะเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนหรือไม่ ยังบอกไม่ได้ และคดีนี้จะสรุปผลได้ทันก่อนหมดอายุการทำงานของ คตส. ในเดือนมิถุนายนนี้หรือไม่ ก็ยังบอกไม่ได้เช่นกัน แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด
ส่วนความคืบหน้าการไต่สวนคดีการจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ของบริษัทห้องปฏิบัติการตรวจสอบผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรและอาหารจำกัด (เซ็นทรัลแล็บ) ว่า หลังจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) มีมติตั้งข้อกล่าวหากับผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ จำนวน 53 ราย โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.นายเนวิน ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2.คณะกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ คณะกรรมการบริษัท คณะทำงานพิจารณาด้านเทคนิคด้านอุปกรณ์ ซึ่งร่วมกันกำหนดคุณลักษณะหรือสเปค และบางคนมีส่วนได้เสีย 3.บริษัทเอกชนที่ร่วมกันฮั้วในขั้นการเสนอราคา และ 4.บุคคลและนิติบุคคลที่ร่วมกันสมยอมราคาฉ้อโกงรัฐทำให้เสียหาย
จากการตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนบริษัท ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าบริษัท เอส.ดับเบิ้ลยู.เอ็น.คอมพิวเทค จำกัด หนึ่งในผู้ถูกตั้งข้อกล่าวหา ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทแล้ว เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2549 โดยมีนายสรชัย ศรีสุรภานนท์ เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ซึ่งนายสรชัยก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกตั้งข้อกล่าวหาเช่นกัน เมื่อผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ไปสอบถามที่บริษัท มีผู้ชายคนหนึ่งรับสาย และแจ้งว่าบริษัทเลิกกิจการไปนานแล้ว
แหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีเซ็นทรัลแล็บ กล่าวว่า การที่บริษัท เอส.ดับเบิ้ลยู.เอ็น.คอมพิวเตอร์ฯ เลิกกิจการไปแล้ว ไม่ส่งผลกระทบต่อการไต่สวนข้อมูล เนื่องจากกรรมการบริษัทยังมีตัวตนอยู่ และกรรมการที่ถูกตั้งข้อกล่าวหายังเข้าไปนั่งเป็นกรรมการใน 2 บริษัทที่อยู่ในเครือเดียวกัน และเป็นบริษัทที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาด้วย
"เหตุที่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับบริษัท เอส.ดับเบิ้ลยู.เอ็น.คอมพิวเตอร์ฯ เพราะตรวจพบว่าบริษัทนี้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อขายเครื่องมือในโครงการ รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า เงินซื้อขายสินค้าในโครงการสั่งจ่ายเป็นเช็คหลายร้อยใบแก่บุคคลคนหนึ่ง ก่อนที่เงินจำนวนนี้จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย" แหล่งข่าว กล่าวและว่า นอกจากนี้กรรมการบริษัทอีกคนหนึ่ง คือ นายสง่า รัตนชาติชูชัย พบว่าเข้ามาเกี่ยวข้องกับเช็คหลายร้อยใบในโครงการดังกล่าวด้วย
แหล่งข่าวกล่าวว่า คณะอนุกรรมการไต่สวนคดีนี้ได้ส่งรายชื่อคณะอนุกรรมการไต่สวนไปให้ผู้ถูกตั้งข้อกล่าวหาคดีนี้ทั้งหมด ใช้สิทธิคัดค้านรายชื่อคณะอนุกรรมการครบถ้วนทุกคนแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ปฏิเสธที่จะใช้สิทธิคัดค้านรายชื่อ รวมถึงนายเนวินด้วย มีเพียงบางรายที่ทำเรื่องขอคัดค้านรายชื่อเข้ามา แต่ คตส.ก็มีมติยกคำร้องไปเนื่องจากเหตุผลฟังไม่ขึ้น และมีผู้ถูกกล่าวหา 5-6 ราย ทั้งบุคคลและบริษัทเอกชนถูกไปรษณีย์ตีกลับมา โดยแจ้งผลว่าเจ้าของบ้านไม่ยอมรับหนังสือ บางรายเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งคตส.จะทำหนังสือแจ้งไปอีกครั้ง หากไม่ตอบรับอีกจะถือว่าไม่ติดใจที่จะใช้สิทธิคัดค้านรายชื่อ และจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการแจ้งให้มารับทราบ และชี้แจงข้อกล่าวหาต่อไป
นายถาลัด สมบัติบุญ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท เอสซี ออฟฟิซ พลาซ่า จำกัด กล่าวว่า ในการประชุม คตส.ชุดใหญ่ วันที่ 31 มีนาคมนี้ จะพิจารณาวาระเกี่ยวกับการเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์ในส่วนของบริษัท จำนวนกว่า 2,000 ล้านบาท ที่ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นำมาเพิ่มทุนให้บริษัท ในฐานะผู้ถือหุ้น หวังว่า คตส.ชุดใหญ่จะพิจารณาเรื่องนี้อย่างเป็นธรรม และปล่อยทรัพย์ส่วนนี้กลับคืนมาให้แก่บริษัท เนื่องจากบริษัทเป็นบุคคลภายนอก ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในคดีความที่ คตส.ตั้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบจาก OKnation Blog









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |

























































































































































































































































ขอให้พี่น้องรับฟังผู้นำค่ะ 

























































































|
|