คลิปเด็ด สรยุทธ คุยกับแก๊งคอลเซนเตอร์ พ้อจำใจทำงานหลังโดนหลอกมาอีกต่อ ไม่รู้อยู่ที่ไหน ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต เสียงสะอื้นอยากกลับบ้านแต่กลับไม่ได้ ชี้ ตอนนี้ไม่ค่อยมีคนหลงกลแล้ว
วันที่ 28 มีนาคม 2565 เรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า หลังจากที่ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้จัดรายการข่าวเสร็จ อยู่ในช่วงพักผ่อน ทีมงานซึ่งกำลังเตรียมงานได้รับสายเรียกเข้าจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยใช้มุกมีพัสดุส่งมา ทีมงานจึงตอบกลับไปทำไมถึงมาทำแบบนี้ ด้านปลายสายซึ่งเป็นผู้หญิงตอบกลับมาทันทีว่า "คิดว่ามีทางเลือกอะไรหรอ" จากนั้นทีมงานจึงได้ส่งโทรศัพท์ให้สรยุทธได้คุย
ทั้งนี้ สรยุทธได้ถามถึงความเป็นมาเป็นไป ปลายสายบอกว่า เริ่มจากหางานตามกลุ่มเฟซบุ๊ก ทีแรกตั้งใจสมัครแอดมินออนไลน์เว็บพนัน จากนั้นมีคนติดต่อให้มายังจุดนัดพบที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว แล้วให้ขึ้นรถตู้มาช่วงกลางคืน รับ-ส่งรถตู้ 2 ต่อ ก็มาถึงแหล่งที่ทำงานถึงได้ทราบตอนนั้นว่าโดนหลอกให้มาทำเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์
เบื้องต้นทราบว่า เจ้านายเป็นคนจีน มีล่ามเป็นคนไทย ที่ทำงานปิดล้อมด้วยกำแพง ออกไม่ไหนไม่ได้ อยากได้อะไรก็สั่งเอาแล้วจะมีคนส่งเข้ามาให้ ส่วนระบบการทำงานจะมีการรวมกันของกลุ่มคน มีหน้าที่ให้ว่า ต้องโทร. คุยกับเหยื่อ หลอกให้เหยื่อหลงกลโอนเงินมาให้ได้ โดยจะมีคนคอยตรวจสอบการสนทนาในแต่ละครั้งด้วย ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีใครหลงกลกันแล้ว
มีบ้างที่หลงเชื่อโอนมาให้หลักพัน หลักร้อย ซึ่งตนหลังทำงานได้ 1 เดือน ก็ไม่อยากทำแล้ว แต่ต้องทำเพราะค้างเงิน 15,000 บาท เป็นค่าลาออก ทำให้ในแต่ละวันตนต้องรีบทำยอด แต่ไม่ต้องการหลอกลวงใคร จึงใช้วิธีโทร. ไปหาเหยื่อแล้วก็ตัดสายวางไป จะได้ถือว่าได้ทำหน้าที่ในการโทร. หาคนเสร็จแล้ว ตนเคยโทร. บ่ายเบี่ยงได้วันละถึง 400 สาย
หากหลอกเหยื่อไม่สำเร็จ ก็จะโดนต่อว่า และไม่ได้ค่าคอมมิชชั่น แต่ยังได้เงินเดือนอยู่ที่ 15,000 บาท ซึ่งตนรอเงินก้อนนี้อยู่เพื่อจะได้ไถ่ตัวกลับบ้าน ยอมรับคิดถึงแม่อยากกลับบ้าน
ส่วนเรื่องติดต่อขอความช่วยเหลือ ตนไม่รู้ว่าที่อยู่ตอนนี้คือที่ไหน แต่คาดว่าอยู่ต่างประเทศ ไม่ได้ดูข่าวสาร เล่นมือถือก็ไม่ได้เพราะไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ที่ใช้โทร. ออกก็เป็นสัญญาณเฉพาะในพื้นที่ของที่นี่ซึ่งมีคนคอยตรวจสอบสัญญาณตลอดเวลา
ตอนนี้แทบจะไม่มีคนมาใหม่แล้ว เหลือพนักงานประมาณ 30 คน จากเริ่มต้นเป็นร้อยคน เพราะส่วนใหญ่เลือกที่จะหยุดงานและแจ้งลาออกทั้งหมด ซึ่งต้องรอตามคิว
อย่างไรก็ตาม เมื่อสาวคนดังกล่าว เห็นว่าใช้เวลาคุยกันนานแล้ว จึงขอวางสาย เพราะอาจผิดสังเกตและอาจถูกจับได้ รวมถึงหลังคุยเสร็จต้องลบสายออกจากระบบทันที
โดยตอนท้าย สรยุทธ ถามไปว่า "มีอะไรอยากจะบอกไหม ได้คุยกับผมแล้วเนี่ย จำได้ใช่ไหม" สาวคนดังกล่าว ตอบกลับมาด้วยเสียงสะอื้นว่า "จำได้ค่ะ จะร้องไห้ค่ะ อยากกลับบ้าน ขอบคุณมากนะคะที่รับฟัง" ซึ่งสรยุทธ ฝากทิ้งท้ายไปว่า "อย่าไปหลอกใครอีกนะ พยายามตัดสายอย่างที่บอกกับพี่ไป"
ขอบคุณข้อมูลจาก เรื่องเล่าเช้านี้, เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
วันที่ 28 มีนาคม 2565 เรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า หลังจากที่ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้จัดรายการข่าวเสร็จ อยู่ในช่วงพักผ่อน ทีมงานซึ่งกำลังเตรียมงานได้รับสายเรียกเข้าจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยใช้มุกมีพัสดุส่งมา ทีมงานจึงตอบกลับไปทำไมถึงมาทำแบบนี้ ด้านปลายสายซึ่งเป็นผู้หญิงตอบกลับมาทันทีว่า "คิดว่ามีทางเลือกอะไรหรอ" จากนั้นทีมงานจึงได้ส่งโทรศัพท์ให้สรยุทธได้คุย
ทั้งนี้ สรยุทธได้ถามถึงความเป็นมาเป็นไป ปลายสายบอกว่า เริ่มจากหางานตามกลุ่มเฟซบุ๊ก ทีแรกตั้งใจสมัครแอดมินออนไลน์เว็บพนัน จากนั้นมีคนติดต่อให้มายังจุดนัดพบที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว แล้วให้ขึ้นรถตู้มาช่วงกลางคืน รับ-ส่งรถตู้ 2 ต่อ ก็มาถึงแหล่งที่ทำงานถึงได้ทราบตอนนั้นว่าโดนหลอกให้มาทำเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์
เบื้องต้นทราบว่า เจ้านายเป็นคนจีน มีล่ามเป็นคนไทย ที่ทำงานปิดล้อมด้วยกำแพง ออกไม่ไหนไม่ได้ อยากได้อะไรก็สั่งเอาแล้วจะมีคนส่งเข้ามาให้ ส่วนระบบการทำงานจะมีการรวมกันของกลุ่มคน มีหน้าที่ให้ว่า ต้องโทร. คุยกับเหยื่อ หลอกให้เหยื่อหลงกลโอนเงินมาให้ได้ โดยจะมีคนคอยตรวจสอบการสนทนาในแต่ละครั้งด้วย ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีใครหลงกลกันแล้ว
มีบ้างที่หลงเชื่อโอนมาให้หลักพัน หลักร้อย ซึ่งตนหลังทำงานได้ 1 เดือน ก็ไม่อยากทำแล้ว แต่ต้องทำเพราะค้างเงิน 15,000 บาท เป็นค่าลาออก ทำให้ในแต่ละวันตนต้องรีบทำยอด แต่ไม่ต้องการหลอกลวงใคร จึงใช้วิธีโทร. ไปหาเหยื่อแล้วก็ตัดสายวางไป จะได้ถือว่าได้ทำหน้าที่ในการโทร. หาคนเสร็จแล้ว ตนเคยโทร. บ่ายเบี่ยงได้วันละถึง 400 สาย
หากหลอกเหยื่อไม่สำเร็จ ก็จะโดนต่อว่า และไม่ได้ค่าคอมมิชชั่น แต่ยังได้เงินเดือนอยู่ที่ 15,000 บาท ซึ่งตนรอเงินก้อนนี้อยู่เพื่อจะได้ไถ่ตัวกลับบ้าน ยอมรับคิดถึงแม่อยากกลับบ้าน
ส่วนเรื่องติดต่อขอความช่วยเหลือ ตนไม่รู้ว่าที่อยู่ตอนนี้คือที่ไหน แต่คาดว่าอยู่ต่างประเทศ ไม่ได้ดูข่าวสาร เล่นมือถือก็ไม่ได้เพราะไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ที่ใช้โทร. ออกก็เป็นสัญญาณเฉพาะในพื้นที่ของที่นี่ซึ่งมีคนคอยตรวจสอบสัญญาณตลอดเวลา
ตอนนี้แทบจะไม่มีคนมาใหม่แล้ว เหลือพนักงานประมาณ 30 คน จากเริ่มต้นเป็นร้อยคน เพราะส่วนใหญ่เลือกที่จะหยุดงานและแจ้งลาออกทั้งหมด ซึ่งต้องรอตามคิว
อย่างไรก็ตาม เมื่อสาวคนดังกล่าว เห็นว่าใช้เวลาคุยกันนานแล้ว จึงขอวางสาย เพราะอาจผิดสังเกตและอาจถูกจับได้ รวมถึงหลังคุยเสร็จต้องลบสายออกจากระบบทันที
โดยตอนท้าย สรยุทธ ถามไปว่า "มีอะไรอยากจะบอกไหม ได้คุยกับผมแล้วเนี่ย จำได้ใช่ไหม" สาวคนดังกล่าว ตอบกลับมาด้วยเสียงสะอื้นว่า "จำได้ค่ะ จะร้องไห้ค่ะ อยากกลับบ้าน ขอบคุณมากนะคะที่รับฟัง" ซึ่งสรยุทธ ฝากทิ้งท้ายไปว่า "อย่าไปหลอกใครอีกนะ พยายามตัดสายอย่างที่บอกกับพี่ไป"
ขอบคุณข้อมูลจาก เรื่องเล่าเช้านี้, เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว









