









ม้าเหล็กขยี้รถกระบะดับสยอง 6 ศพ ด.ญ. 9 ขวบ รอดปาฏิหาริย์หลังกลับจากงานผูกข้อมือบ่าวสาว คนขับไม่เห็นสัญญาณไฟ ซิ่งข้ามรางเจอรถไฟขนน้ำมันชนเต็มแรงลากไปกว่ากิโล สภาพศพแหลกเหลว เจ้าบ่าวตามมาข้างหลังเห็นสภาพศพถึงกับทรุด หลังพบว่าแฟนสาวที่เพิ่งผูกข้อมือเพียงไม่ถึงชั่วโมงมาจากไป ชาวบ้านโวยการรถไฟไม่ทำแผงกั้นมีแต่ไฟเตือน ทำให้เกิดเหตุเศร้าสลด ส่วนคนขับรถไฟยืนรอมอบตัวเผยเบรกไม่ทันเพราะมากระชั้นชิด
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 เม.ย. ร.ต.ท.ชวัลทัต สะอาด ร้อยเวร สภ.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง รับแจ้งว่ามีเหตุรถไฟขนน้ำมันสาย 536 ที่วิ่งมารับน้ำมันจากบริษัทเชลล์ ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อนำส่งไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชนกับรถกระบะที่สี่แยกแหลมสน หลังวัดหนองแฟบ ต.มาบตาพุด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 5 ศพ นำผู้บาดเจ็บเด็กและผู้หญิงส่งโรงพยาบาลมาบตาพุด 2 ราย จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบขบวนรถไฟจอดอยู่ห่างจากสี่แยกข้ามทางรถไฟ ประมาณ 1 กิโลเมตร มีชาวบ้านไปมุงดูที่เกิดเหตุจำนวนมาก จึงเข้าไปตรวจสอบ พบรถยนต์กระบะอีซูซุ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บร 7660 อุดรธานี ติดอยู่กับหัวรถจักร สภาพรถด้านข้างยุบไปทั้งแถบกระบะฉีกขาด ภายในรถพบศพนายบุญจันทร์ ประดับแก้ว อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63/1 หมู่ 4 ต.คำด้วง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี คนขับรถกระบะ เสียชีวิตคาพวงมาลัย สภาพศพคอหัก แขนหัก สวมเสื้อสีเหลือง กางเกงยีนส์ และพบศพอยู่นอกตัวรถข้างรางรถไฟอีก 4 ศพ เป็นชาย 1 ศพ และ ผู้หญิงอีก 3 ศพ รวม 5 ศพ
ส่วนศพที่อยู่นอกรถคือ นางอมรา ชัยสิทธิ์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 298 หมู่ 17 ต.วังทอง กิ่งอ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว นางกัลยา กรดแก้ว อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 8 ต.ธวัชบุรี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อย เอ็ด ส่วนศพผู้ชายสวมเสื้อยืดสีขาว เสื้อยีนส์แขนยาว และกางเกงยีนส์ขายาว ไม่ทราบชื่อ และศพผู้หญิงใส่เสื้อสีดำ กางเกงยีนส์ไม่ทราบชื่อ สภาพศพคอหักแขนหัก ศีรษะยุบ ตรวจสอบรอบที่เกิดเหตุพบกระ เป๋าถือตกอยู่ 3 ใบ พบเงินสดอยู่ภายในกระเป๋ารวมกว่า 50,000 บาทและโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บส่งร.พ.มาบตาพุด 2 ราย คือ ด.ญ.ปนัดดา ประดับแก้ว อายุ 9 ขวบ ซึ่งอาการปลอดภัยแล้ว อีกรายคือ น.ส.บล กรดแก้ว อายุ 30 ปี ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล รวมผู้เสียชีวิตทั้งในที่เกิดเหตุและที่โรงพยาบาลทั้งหมด 6 ศพ เป็นผู้ชาย 2 ผู้หญิง 4
จากการสอบถามนายประทีป เพชรห้อง อายุ 24 ปี ทำงานอยู่ที่บริษัทลากสายไฟฟ้า ภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนทำพิธีผูกข้อมือกับน.ส.บล แฟนสาว ที่หมู่บ้านเช่าในหมู่บ้านชากกลาง ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งแฟนสาวกับญาติรวม 7 คน เดินทางมาจากต่างจังหวัด
หลังจากเสร็จพิธีแฟนสาวกับญาติเดินทางกลับไปที่ห้องเช่าหลังวัดหนองแฟบ ใกล้กับที่เกิดเหตุ แต่มาเกิดอุบัติเหตุขึ้นก่อน ซึ่งตนขับรถตามมา เมื่อเห็นเหตุการณ์แทบช็อก เพราะได้ยินเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณและเสียงเหล็กครูด จึงรีบวิ่งไปดูก็พบภาพของญาติแฟนที่นอนเสียชีวิตระเนระนาดกับพื้น และพบเด็กกำลังร้องจึงรีบนำตัวเด็กและแฟนสาวยังหายใจอยู่ จึงช่วยกันกับหน่วยกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตแฟนสาวไว้ได้ รู้สึกเสียใจมากเพราะผูกข้อมือกันไม่ถึงชั่วโมง
ด้านนายสมบัติ พันธุราษฎร์ คนขับรถไฟ ให้การว่า นำรถไฟขบวนนี้มาจากสระบุรี มาเพื่อบรรทุกน้ำมันดีเซลไปส่งที่จ.สระบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ก็ต้องสะดุ้งสุดขีด เมื่อเห็นรถปิกอัพคันดังกล่าวฝ่าสัญญาณไฟเตือนมาอย่างกระชั้นชิด จนไม่สามารถเบรกได้ทัน ชนเข้าเต็มแรง และดึงเบรกทันที แต่รถไฟวิ่งมาด้วยความเร็วจึงไถลไปไกลประมาณ 1 กิโลเมตร เห็นร่างคน กระเด็นกระดอนอยู่ในรถ พอลงมาจึงรีบไปช่วยทันที และรีบช่วยผู้รอดชีวิตออกมาจากรถ และช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าใครเป็นฝ่ายประมาท และจะดำเนินคดีต่อไป
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่โรงพยาบาลมาบตาพุด พบกับ ด.ญ.ปนัดดาที่รอดชีวิตอย่างเหลือเชื่อ มีเพียงรอยถลอกที่แขนเล็กน้อย ยังอยู่ในอาการตกตะลึงถามหาแต่น้าสาว ซึ่งแพทย์ได้ให้ออกซิเจนอยู่ หลังจากเริ่มหายตกตะลึงแพทย์ได้ถอดออกซิเจนออกได้พูดว่า ขณะเกิดเหตุนั่งอยู่เบาะหน้ากับน้าชาย และได้ยินเสียงดังมาก และคนในรถก็กลิ้งทับกันไปมา ก่อนจะมาหยุดและมีผู้ช่วยออกมาส่งที่โรงพยาบาล
ส่วนชาวบ้านในหมู่บ้านใกล้กับจุดที่เกิดเหตุ ต่างแสดงความไม่พอใจการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่าควรจะนำแผงกั้นมาติดเพราะเป็นพื้นที่ชุมชน เพียงสัญญาณไฟคนที่ไม่เคยสัญจรไปมาอาจจะไม่ทันสังเกตและไม่รู้ จึงน่าจะติดตั้งแผงเหล็ก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก
ข้อมูลและภาพประกอบจาก










| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |






































เจอมากับตัว





























































































Lovw thailand 



































เลยคนขับมันเจตนาฆ่าเมียและญาติๆต่างหาก ข้อมูลจากญาติผู้ตาย จากผู้หวังดีที่มาบตาพุด นั่งหลับตาเขียนข่าวหรือป่าวมั่วจิงๆมิน่าถึงโดนหมักด่าอยู่เรื่อย 














































































































































































































เหรอเนี่ย สงสัยกรรมตามสนอง

















