












วันนี้ (3 เมษายน) นายแพทย์ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส กล่าวว่า อยากให้การถกเถียงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยการใช้เหตุใช้ผล เพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง มีความเป็นอารยะ ดีกว่าการใช้อำนาจโดยการเอาสีข้างเข้าถู หรือการข่มขู่แบบอันธพาล แบบนี้เรียกว่าเป็นอนารยะ คนไทยทุกคนจึงต้องร่วมกันขับเคลื่อนประเทศด้วยวิถีอารยะจึงจะพ้นวิกฤตได้
นายแพทย์ประเวศ ยังระบุว่า สังคมไทยนั้นควรร่วมกันวิเคราะห์ว่าการแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญนั้น ควรจำกัดอยู่ที่มาตรา 237 เพียงอย่างเดียวหรือไม่ ถ้าหากแก้เชื่อว่าจะเกิดประเด็นตามมามากมาย เช่น ทำให้บทลงโทษเบาขึ้นก็จะทำให้ฝ่ายการเมืองไม่เกรงกลัว กระทำผิดกันมากขึ้น การเมืองก็จะไม่พ้นวิกฤต
นอกจากนี้ นายแพทย์ประเวศ ยังกล่าวว่า ถ้าเราทำผิดกฎหมายแทนที่จะแก้ไขที่ตัวเอง แต่กลับไปแก้กฎหมายจะทำให้เกิดเรื่องน่าเกลียดน่ากลัวขึ้น จริงอยู่พรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภาใช้อำนาจเสียงข้างมากแก้รัฐธรรมนูญได้อยู่แล้ว แต่ประเด็นสำคัญนอกจากนั้นการใช้อำนาจดังกล่าวทำเพื่อตนเอง หรือเพื่อความถูกต้องดีงามของบ้านเมืองหรือไม่ ถ้าเกิดมีข้อสงสัยเรื่องนี้ถึงจะแก้สำเร็จแต่ก็จะเสียต้นทุนไปเยอะมาก อาจทำให้รัฐบาลขาดความเชื่อถือไว้วางใจจากสังคม ถ้าขาดความเชื่อถือจากสังคมแล้วรัฐบาลก็อาจอยู่ได้ยาก
นายแพทย์ประเวศ ยังกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้ว่า คนไทยไม่ควรแบ่งเป็นพวกรักทักษิณ พวกเกลียดทักษิณ ขอเป็นพวกที่รักความดีงามในประเทศนี้จะดีที่สุด









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |





















































































































































































































































































































































































ในจอทีวีเหมือนเดิม..ไม่เสือกสักเรื่องได้ไหมวะ 












































ทั้งฉบับแล้วเอาปี40มาใช้...พอตอนอ้ายพวกทรราชปฏิวิตกรูไม่เห็นมีไอ้หน้าไหนออกมาเห่าเลยว่าฉีกรัดทำมะนูนทำไมพอเป็นประชาธิปไตยเค้าจะแก้เสือกออกมาเห่า..ขากถุยๆๆๆๆ 