หนุ่มปวส. บุกยิง "พริตตี้มอเตอร์โชว์" แฟนสาวดับคาสน.พระโขนง แล้วจ่อขมับยิงตัวเองตายตาม เซ่นพิษรัก-แรงหึง 2 ศพ เผยนักเรียนสาวพริตตี้สดๆ ร้อนๆ ฝึกงานฝ่ายธุรการที่ สน.พระโขนง ส่วนฝ่ายชายเป็นแฟนหนุ่มร่วมสถาบันที่คบหากันมา ก่อนเกิดเหตุฝ่ายชายไปหาที่โรงพักและทะเลาะกันลั่นจนฝ่ายหญิงเอ่ยปากขอเลิก มือปืนแค้นชัก .38 จ่อยิงดับก่อนจ่อขมับฆ่าตัวตาม
เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 8 เม.ย. ขณะที่ ร.ต.อ. วุฒิพงษ์ ภาดี พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน. พระโขนง เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพักได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ที่บริเวณประตูด้านข้างสน.ฝั่งหน้าบัน ไดทางขึ้นชั้น 2 ของโรงพัก จึงรีบออกมาดูก็ได้พบศพสองศพนอนเสียชีวิตจมกองเลือดเป็นหญิงทราบชื่อ
น.ส.อมรทิพย์ โชติจิรกาล อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71/1 ถนนริมทางรถไฟสายปากน้ำ แขวงและเขตคลองเตย กทม. เป็นนักเรียนปวช.ชั้นปีที่ 3 แผนกคอมพิวเตอร์ โรงเรียนเทคนิคศรีวัฒนาบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีนานาชาติ และอยู่ระหว่างการฝึกงานฝ่ายธุรการที่ สน.พระโขนง อีกทั้งยังเป็นสาวพริตตี้ในงานมอเตอร์โชว์ 2008 ที่ผ่านมา และเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับทางโรงเรียนด้วย
สภาพศพนอนตะแคงซ้ายสวม เสื้อเชิ้ตสีขาวนุ่งกระโปรงสีน้ำเงินมีบาดแผลถูกยิงเข้าท้ายทอยกระสุนทะลุ ราวนมซ้าย 1 นัดและอีกหนึ่งนัดเข้าบริเวณขมับขวา ถัดมาใกล้กันพบศพเป็นชายทราบชื่อ
นายจิรายุ มูลศรี อายุ 25 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปวส.ภาคค่ำคณะบริหารโรงเรียนเดียวกัน สภาพศพสวมเสื้อกั๊กสีน้ำตาล และสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน กางเกงยีนส์มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ขมับขวา 1 นัด ที่เกิดเหตุพบอาวุธแบบลูกโม่ขนาด .38 ตกอยู่มีกระสุนในรังเพลิงยิงไปแล้ว 5 นัด
จากนั้นจึงได้รายงานเหตุให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ต่อมามี พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.5, พ.ต.อ.อาจินต์ จารุวร รองผบก.น.5, พ.ต.อ. สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.สน.พระโขนง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวชร.พ.จุฬาฯ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเดินทางมาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวน
จ.ส.ต.สิทธิเดช อนุสาร ผบ.หมู่งาน(ป.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ทราบว่าขณะที่ จ.ส.ต.สิทธิเดชกำลังจะเดินผ่านเข้าโรงพักได้พบนักเรียนทั้งสองคนทะเลาะกัน ส่งเสียงดังและยื้อยุดฉุดกระชาก โดยได้ยินฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายขอบอกเลิกฝ่ายชาย ตนจึงได้บอกกับทั้งสองว่า ที่นี่เป็นสถานที่ราชการให้ไปทะเลาะกันที่บ้าน ทำให้ฝ่ายชายเดินแยกออกไปแล้วตรงไปนั่งรออยู่ที่รถยี่ห้อฮอนด้า ซีอาร์วี หมายเลขทะเบียน กม-3798 เชียงใหม่ ซึ่งจอดอยู่ที่หน้าโรงพัก จนกระทั่งนักเรียนสาวเดินลงมาพร้อมกับเพื่อนชื่อ น.ส.จันจิรา บุตรชาลี อายุ 18 ปี นักเรียนโรงเรียนศรีวิกรม์บริหารธุรกิจ ซึ่งฝึกงานอยู่ที่ สน. พระโขนง งานธุรการเหมือนกัน
นายจิรายุพอเห็นผู้ตายจึงเดินปรี่ตรง เข้าไปหาทั้งสองพร้อมกับชักอาวุธปืนนัดแรกจ่อยิงผู้ตายเข้าบริเวณท้ายทอย กระสุนทะลุราวนมซ้ายตัดขั้วหัวใจ และจ่อยิงอีกนัดกระสุนเข้าขมับขวาล้มฟุบเสียชีวิตคาที่ จากนั้นฝ่ายชายยังได้หันกระบอกปืนจ่อยิง น.ส.จันจิรา ขณะวิ่งหนีกระสุนทะลุกระจกประตูไปถูกหมวกกันน็อกตำรวจที่วางอยู่บน เคาน์เตอร์ และยิงซ้ำอีกหนึ่งกระสุนเฉี่ยวโหนกแก้มได้รับบาดเจ็บ ได้นำตัวส่ง ร.พ.สุขุมวิท ก่อนนายจิรายุจะใช้อาวุธปืนกระ บอกเดียวกันจ่อยิงเข้าขมับขวาตัวเองล้มฟุบเสียชีวิตคาศพแฟนสาว
สอบสวนทราบว่า
น.ส.อมรทิพย์ และนายจิรายุ มีความสนิทสนมคบหาเป็นแฟนกันอยู่ แต่ภายหลังฝ่าย น.ส.อมรทิพย์ มาฝึกงานด้านธุรการที่ สน.พระโขนง ทั้งคู่ก็มักมีปากเสียงและทะเลาะกันเป็นประจำ เนื่องจากทางฝ่ายหญิงมีนายตำรวจเข้ามาติดพัน และนายตำรวจคนดังกล่าวยังได้ขับรถไปส่งฝ่ายหญิงหลายครั้ง จึงเกิดเรื่องหึงหวงจนฝ่ายชายตามมาเคลียร์ถึงโรงพัก แต่เคลียร์ไม่จบ ได้ก่อเหตุสลดดังกล่าวขึ้น
พ.ต.อ.สิทธิภาพ กล่าวว่าสำหรับผู้ตายเข้ามาฝึก งานที่ สน.พระโขนง แผนกงานธุรการได้เพียง 1 เดือนเท่านั้น เท่าที่เห็นจากการทำงานก็ปฏิบัติตัวดีโดยตลอด แต่ก็ได้รู้จากเพื่อนๆ ทราบว่าผู้ตายมีผู้ชายมารับส่งเป็นประจำ
ด้านเพื่อนผู้ตายให้การว่าผู้ตายทั้งสองคบหากันมานาน โดยฝ่ายหญิงพยายามตีตัวออกห่าง เพราะฝ่ายชายมีนิสัยขี้หึง สำหรับ น.ส.อมรทิพย์ เป็นคนหน้าตาดี และมักจะมีเนื้อตัวเขียวช้ำถูกทำร้ายทุบตีประจำ และเมื่องานมอเตอร์โชว์ น.ส.อมรทิพย์ ไปเป็นพริตตี้ให้กับบริษัทขายอะไหล่รถยี่ห้อหนึ่ง ขณะขึ้นโชว์ตัวอยู่บนเวที ฝ่ายชายที่ตามไปเฝ้าดูเห็นมีหนุ่มกรูเข้าไปที่เวทีจึงมีอาการหึงหวง ตรงเข้าไปลากตัวฝ่ายหญิงลงมาจากเวทีแล้วทะเลาะทุบตีฝ่ายหญิง โดยที่ น.ส.อมรทิพย์ มาบ่นให้เพื่อนฟังว่าอยากจะเลิก แต่ฝ่ายชายไม่ยอมเลิก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่หน้ารถฮอนด้า ซีอาร์วี ของนายจิรายุผู้ตายมีสติ๊กเกอร์ติดอยู่เป็นบัตรเข้าออกสำ นักอัยการสูงสุด และป้ายวงกลมเข้าออกกองบิน 41 ทะเบียน กย-2739 เชียงใหม่ ระบุชื่อนางสำลี สุต๊ะ โดยฝ่ายชายเป็นคนมีฐานะทางบ้านดี แต่เป็นคนเอา แต่ใจตัวเอง และเป็นคนขี้หึง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่ง นิติเวชเพื่อรอให้ญาติติดต่อรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
ข้อมูลและภาพประกอบจาก