เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
จากกรณีที่นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมต.สธ.) ไม่แจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) ถึงการถือครองหุ้นเกิน 5% ของ นางจุไร สะสมทรัพย์ ในบริษัท ทรัพย์ฮกเฮง จำกัด จำนวน 25,000 หุ้น มูลค่า 2,500,000 บาท หรือคิดเป็น 50% ของทุนจดทะเบียน นั้น ทำให้นายไชยาเข้าข่ายขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากมีการกระทำอันเป็นลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 269 ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ต้องถูก ป.ป.ช. เสนอวุฒิสภาเพื่อทำการถอดถอน
โดยนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า กรณีนายไชยานั้นถือว่าขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ ม.182 (7) ถือว่าพ้นจากตำแหน่งโดยอัตโนมัติ ไม่มีทางอื่นเพราะกฎหมายเขียนไว้อย่างนั้นไม่ว่าจะส่งต่อยังศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่ง ป.ป.ช.ก็ มีหน้าที่รายงานให้นายกฯทราบ ถ้านายกฯ มีข้อขัดแย้ง เช่น คิดว่าจะพ้นหรือไม่พ้นจึงจะส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ระยะเวลาการพ้นจากตำแหน่งนั้น ถือว่าพ้นตั้งแต่นายไชยาไม่ได้ดำเนินการจัดการหุ้นส่วนใน 30 วันหลังจากเข้ารับตำแหน่ง
ขณะที่ นายกมล บันไดเพชร ทีมที่ปรึกษากฎหมายนายไชยา กล่าวว่า นายไชยา ไม่จำเป็นต้องแจ้งหุ้นที่ภรรยาถือครองอยู่ เพราะไม่ใช่หุ้นของตัวเอง คนที่ต้องแจ้งคือภรรยา อีกทั้งกฎหมายลูก คือ พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 ก็ไม่ได้ระบุว่าภรรยาหรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะจะถือหุ้นได้กี่เปอร์เซ็นต์ เพราะในมาตรา 269 ไม่ได้ระบุไว้ ดังนั้นจะตีขลุมว่า 5% เหมือนรัฐมนตรีไม่ได้
ทางด้านนายไชยา ให้สัมภาษณ์ว่า "ขณะนี้ยังไม่มีใครบอกให้ผมต้องลาออก ส่วนที่มีคนบอกว่าในแง่จริยธรรมต้องลาออก ต้องถามกลับว่าอะไรคือจริยธรรม กฎหมายไม่ได้ระบุไว้ ขณะนี้รู้สึกปกติดี ไม่มีความกดดัน หรือหนักใจ ซึ่งถ้าวันนี้ชื่อที่ถือหุ้นเกินคือนายไชยา ผมก็คงแถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว แต่วันนี้ผู้ถือหุ้นเกินเป็นนางจุไร ซึ่งเป็นภรรยาของผม ซึ่งผมได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดไป ตามมาตรา 263 ของกฎหมายลูกของรัฐธรรมนูญ ปี2540 ยืนยันว่าผมไม่ได้บกพร่องโดยสุจริต แต่ได้ทำถูกต้องทุกอย่างแล้ว"
อืม





