












สินค้าเกษตรราคาดี เลิกทำงานรับใช้ผู้ส่งออก ข้าวจ่ายชดเชยฉีกสัญญาทิ้ง นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า แนวโน้มผู้ใช้แรงงานภาคเกษตรที่ย้ายมาทำงานในเมือง โดยเฉพาะอาชีพคนรับใช้ มีโอกาสย้ายกลับบ้านเกิดทำอาชีพเกษตรกรเพิ่มขึ้น เพราะขณะนี้ราคาผลผลิตเกษตรมีราคาสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวทำให้คนสนใจกลับไปทำนา โดยปัจจุบันราคาข้าวในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นมาก วันที่ 10 เมษายน 51 ข้าวหอมมะลิส่งออกตันละ 34,000-36,000 บาท ข้าวเจ้าส่งออกตันละ 26,400-26,700 บาท
ระบบการทำนาจะเปลี่ยนไปต่อไปชาวนาจะเป็นผู้กำหนดราคาขายได้มากขึ้น พ่อแม่ที่กำลังทำนาอยู่ต่างจังหวัดก็จะเรียกลูกที่ขายแรงงานในเมืองกลับไปช่วยทำนา เพราะมีรายได้ดี ประชากรทั่วประเทศเป็นชาวนาถึง 20 ล้านคน และจากภาวะราคาข้าวที่สูง อาจทำให้คนงานในเมืองลด เพราะคนงานในบ้าน คนรับใช้ หรือรับจ้างในโรงงานอุตสาหกรรม หันกลับสู่แรงงานภาคเกษตร ซึ่งเวลานี้ผมได้ยินเพื่อนผมเริ่มบ่นแล้วว่า คนรับใช้ขอลาออกเพื่อกลับบ้านไปทำนา
สำหรับปัญหาข้าวรัฐบาลดูแลอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องปริมาณให้เพียงพอต่อความต้องการและไม่ให้ราคาแพงเกินไป และขอยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นต้องนำข้าวในสต๊อกรัฐบาล 2.1 ล้านตัน ออกมาทำข้าวถุงราคาถูกจำหน่าย เพราะเฉลี่ยแล้วคน จะกินข้าวมื้อละ ไม่เกิน 2.90 บาท โดยรัฐขอเก็บไว้สำรองป้องกันการขาดแคลน เพราะอนาคตยังไม่แน่นอน ราคาข้าวยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อได้ จึงไม่อยากเห็นความวุ่นวายเรื่องข้าวเหมือนในหลายประเทศที่เกิดขึ้น
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศกล่าวว่า ผู้ส่งออกหลายรายยอมทิ้งสัญญาจากต่างประเทศ ยอมจ่ายเงินชดใช้ให้กับผู้ซื้อแทน ไม่เช่นนั้นจะต้องขาดทุนจากการขายล่วงหน้ามหาศาล ซึ่งคิดมูลค่าสัญญาที่ทิ้งไปรวมแล้วนับพันล้านบาท เพราะตอนนี้ราคาขายเพิ่มขึ้นเท่าตัว เทียบกับช่วงทำสัญญาปลายปีก่อน
ราคาข้าวที่สูงขึ้นมากกว่าเท่าตัวขณะนี้ มาจากการกักตุนเพื่อหวังเก็งกำไร ทำให้ราคาข้าวสูงเกินความจริงถึงประมาณ 20% อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาการกักตุนด้วย เพราะข้าวนาปรังปี 51 ที่คาดมีผลผลิต 6.5 ล้านตันข้าวเปลือก หรือ 4.29 ล้านตันข้าวสารที่เก็บเกี่ยวไปแล้ว 60% ยังไม่ถึงมือผู้ส่งออกเลย เชื่อว่า น่าจะยังมีการกักตุนกันอยู่ในรูปของข้าวเปลือกในมือของโรงสี ส่วนปริมาณการส่งออกไม่ควรทำเกิน 650,000 ตันต่อเดือน เพื่อลดความเสี่ยงการขาดแคลน
นายดุสิต นนทะนาคร รองประธาน กรรมการหอการค้าไทยกล่าวว่า หอการค้าไทย ได้สั่งการสถาบันยุทธ ศาสตร์การค้าระหว่าง ประเทศวิเคราะห์ปัญหาของข้าวไทยทั้งระบบ เพื่อวางแผนแก้ปัญหา และจัดทำข้อเสนอแนะ เสนอแนะต่อรัฐบาล โดยผ่านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพราะขณะนี้ราคาข้าวที่สูงขึ้น และเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมี.ค.51 จากตัวอย่างประชาชนทั่วประเทศ 2,238 คน ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจ โดยรวมเท่ากับ 73.8 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน 73.5 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต 94.6 ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบัน 73 และในอนาคตเท่ากับ 81.1 ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน มี.ค. เท่ากับ 80.7
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่น ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือน 6 และอยู่ระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอนาคต ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 และสูงสุดในรอบ 16 เดือน ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมี.ค. ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 สูงสุดในรอบ 15 เดือน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ราคาข้าวยังพุ่ง หอมมะลิ ตันละ 3.4 หมื่นบาทแล้ว
- ข้าวถุงขึ้นราคา - ขาดตลาด! วอนประชาชนอย่ากักตุน
- ลามหนัก! แอบขโมย เมล็ดพันธุ์ข้าวในนา
- ขายด่วน! ข้าวทะลุ 3 หมื่นแล้ว มิ่งขวัญ บอกชาวนา
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบจาก phutanow.blogsome.com









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |






































้ยืมเงิน มาลงทุนเลย เป็นหนี้เป็นสินตั้งมากมาย ทำมาเป็นสิบปี ไม่เห็นลืมตาอ้าปากได้ซะที ผมล่ะรู้สึกเห็นใจจริงๆ 





































































































































































































































































|