









ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมช.คลัง เปิดเผยเมื่อวันที่ 11 เมษายน ว่า เพื่อเป็นการแก้ไข ปัญหาเหรียญราคา 2 บาท ที่สังเกตได้ยากเวลาใช้ทอนเงินเนื่องจากมีลักษณะไม่แตกต่างไปจากเหรียญ 1 บาท ทำให้ประชาชนทั่วไปและพ่อค้าแม่ค้าเกิดความสับสนในการแยกแยะเหรียญ กรมธนารักษ์จึงเปลี่ยนสีของเหรียญ 2 บาท จากปัจจุบันสีเงินเป็นสีเหลือง โดยมีส่วนผสมโลหะผสมทองแดง นิกเกิล และอะลูมิเนียม ซึ่งทนทานกว่าและมีน้ำหนักเบากว่า คาดว่าเหรียญ 2 บาทรุ่นใหม่นี้จะนำออกมาใช้ได้ ในเดือนกันยายนนี้
รมช.คลังกล่าวว่า ปัญหาหลักของการใช้เหรียญคือ ประชาชนเกิดความสับสน ทั้งที่ก่อนการผลิตเหรียญออกมาใช้นั้น ได้ผ่านการทดสอบแล้วว่ารูปร่างและหน้าตารวมทั้งขนาดมีความต่างกัน แต่เมื่อนำมาใช้จริง กลับมีปัญหาเรื่องความใกล้เคียงของเหรียญ จึงเปลี่ยนรูปแบบใหม่เป็นสีเหลือง แต่เป็นขนาดเดียวกับเหรียญ 2 บาท รูปแบบเดิม และกรมธนารักษ์จะไม่มีการเรียกเก็บคืนเหรียญ 2 บาทรูปแบบเดิมที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดกลับ ประชาชนยังคงให้ใช้จับจ่ายได้ตามปกติ แต่จะไม่มีการผลิตเพิ่มแล้วเพื่อให้เหรียญดังกล่าวหายออกไปจากระบบเอง ทั้งนี้ การที่กรมผลิตเหรียญ 2 บาทออกมาใช้นั้นเพื่อต้องการที่จะลดต้นทุนการผลิตเหรียญ 1 บาทลงและเพิ่มปริมาณเหรียญ ในระบบให้มากขึ้น หลังจากที่มีปัญหาเหรียญขาดตลาดมาเป็นเวลานานแล้ว
สำหรับเรื่องของการรณรงค์ให้ประชาชนนำเงินเหรียญออกมาจับจ่ายใช้สอย ร.ต.หญิงระนองรักษ์กล่าวว่า ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เป็นผลจากการกระตุ้นและส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ยอดจ่ายแลกเหรียญในเดือน มี.ค. 51 เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.พ.ประมาณ 7.5 ล้านเหรียญ หรือเพิ่มขึ้น 6% เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้เหรียญ และยังสามารถรับคืนเหรียญที่ลูกค้าเก็บไว้ เพื่อนำกลับมาจ่ายแลกเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้นอีก นับได้ว่าโครงการนี้ค่อนข้างประสบผลสำเร็จพอสมควร









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |










































































ตามด้วยเหรียญ๑๕บาท,เหรียญ๓๐บาทด้วยอู๊ยสนุก 





























































































































































































































































































































..เรียนไปเพื่อให้จบๆได้วุฒิเฉยๆ ไม่มีแบบเมืองนอกเขาร่ำเรียนเพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศชาติ...อยากให้สังคมไทยอยู่แบบพอเพียง ส่วนที่ร่ำเรียนก็อยากให้เอาความรู้ที่ได้มาพัฒนาประเทศชาติจริงๆ..เมื่อไหร่วัยรุ่นไทยจะคิดได้ซักที..ประเทศเพื่อนบ้านนำหน้าไปไกลแล้ว....(-_-") 







