เมื่อทหารเข้ามายึดอำนาจ แทนที่จะทำตัวเป็นกลาง กลับโดดไปเข้ากับอีกฝ่ายหนึ่ง ทำให้การขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากจะทำการกวาดล้างขั้วอำนาจเก่าอย่างชนิดถอนรากถอนโคนแล้ว ยังวางแผนไว้หลายชั้น หลายขั้นตอน เช่น ช่วยกันร่างรัฐธรรมนูญเพื่อ
1-ทำให้รัฐบาล และพรรคการเมืองอ่อนแอ (โดยการจัดการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต เพื่อจะได้ไม่มีพรรคเดียวที่สามารถจะตั้งรัฐบาลได้)
2-เพื่อขจัดฝ่ายตรงข้าม (โดยการออกกฏหมายให้ลงโทษที่รุนแรง ถึงกับมีการยุบพรรค)
3-เพื่อสืบทอดอำนาจ(โดยให้เลือสว. อย่างละครึ่งกับการเลือกตั้ง เพราะรู้ว่า สว.มีอำนาจล้นฟ้า )
4-เพื่อปกป้งความผิดของตนเองและพวกพ้อง(โดยมาตรา 309 และการต่ออายุราชการให้กับตุลาการให้มากยิ่งขึ้น เพื่อเอาไว้ช่วยเหลือตนเองเมื่อถูกฟ้องร้องหลังจากหมดอำนาจไปแล้ว มีการจัดตั้งตุลาการวิวัฒน์เพื่อเลือกคนฝ่ายตนมาทำหน้าที่อื่นๆ คนที่ตุลาการวิวัฒน์เลือกเข้ามา ก็จะเป็นฝ่ายตนเองทั้งหมด)
จะเห็นได้ว่า แม้คมช.จะจากไปแล้ว แต่อำนาจต่างๆยังมีอยู่ครบครัน สามารถขุดรากถอนโคนฝ่ายตรงข้ามได้ต่อไปอีกอย่างมีประสิทธิภาพ ผลของการหมกเม็ด ซ่อนปมไว้ในรัฐธรรมนูญก็ทำเอารัฐบาลที่ได้รับเลือกเข้ามากระดิกตัวแทบไม่ได้ ทำอะไรก็ผิดไปเสียทั้งหมด
รัฐบาลก็ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแทบทุกตัวอักษร ทั้งๆที่เป็นรัฐธรรมนูญที่โจรช่วยกันร่างกันขึ้นมา คนดีๆ กลับต้องเคารพกฏหมายของโจร แม้โจรไม่อยู่แล้ว ก็ยังต้องอยู่ภายใต้กฏของโจรต่อไปอีก คนดีที่ต้องก้มหน้าเคารพกติกานั้นต่อไป
แล้วลองหันกลับไปมองเขาเหล้านั้นซิว่า เขาเคยเคารพรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาบ้างหรือเปล่า กลับเหยียบย่ำฉีกทิ้งอย่างไม่ใยดี พวกสมุนโจรทั้งหลายที่ยกย่องโจร เช่นพันธมิตร แนวร่วม และพรรคการเมืองบางพรรค ก็ยังช่วยกันปกป้งรัฐธรรมนูญฉบับ"โจรร่าง" อย่างหน้าตาเฉย มันเกิดอะไรขึ้นในประเทศนี้ เกิดมาในประเทศเดียวกัน ฝ่ายหนึ่งเหมือนอภิสิทธิ์ชน แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีสิทธิอะไรเลย เลือกตั้งมาด้วยเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ แต่อีกฝ่ายที่น้อยกว่าไม่ยอมรับ แถมหวังพึ่งพาตุลาการก็เห็นจะพึ่งไม่ได้เสียแล้ว แล้วจะให้นั่งงอมืองอเท้าเป็นเบี้ยล่างเขาอย่างนี้ต่อไปหรือ คนเราน่ะ ความอดทนมันมีจำกัดนะ