















สาวเจ้าของโรงพิมพ์วัย 26 โร่ร้องสื่อถูกจราจร สน.โชคชัย ยศ "ด.ต." กร่างใส่ เรียกให้จอดรถก่อนทำร้ายร่างกาย ทั้งตบหน้า บีบคอ จับหน้าอก แถมด่าหยาบคาย ไม่พอยังโดนยัดข้อหาทำร้ายเจ้าพนักงาน ถูกจับใส่ห้องขังนานกว่า 7 ชั่วโมงก่อนได้ประกัน เตรียมร้อง ผบช.น.พรุ่งนี้
เมื่อวานนี้ (16 เมษายน) เวลา 11.00 น. ที่สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย มี น.ส.กรรณิการ์ ไพรวัลย์ทิพย์กุล อายุ 26 ปี เจ้าของโรงพิมพ์ ในซอยเสรีไทย 25 ย่านลาดพร้าว พร้อมด้วย นางสุกัญญา อายุ 56 ปี มารดา เข้าพบนายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมฯ และนายเกรียงไกร นาควะรี ทนายความสมาคมฯ เพื่อร้องเรียนกรณีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.โชคชัย ทำร้ายร่างกายและข่มขู่ พร้อมกับนำเอกสารใบร้องเรียน ภาพถ่ายที่ถูกทำร้ายร่างกาย ยื่นเป็นหลักฐาน
น.ส.กรรณิการ์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 13 เมษายนเวลา 14.00น. ตนขับรถปิกอัพยี่ห้อฟอร์ด สีดำ ทะเบียน ตฐ 158 กทม. มาพร้อมกับเพื่อนในรถอีก 4 คน เพื่อจะไปส่งเพื่อนที่ย่านวังหิน ถนนลาดพร้าว เมื่อมาถึงบริเวณสามแยกโค้งวัดลาดพร้าว-วังหิน ได้พบตำรวจจราจรทราบชื่อต่อมาคือ ด.ต.กิตติศักดิ์ กุลสุวรรณ จราจร สน.โชคชัย ได้โบกรถให้หยุด พร้อมกับเข้ามาถามว่าจะไปไหน ตนตอบไปว่าจะไปส่งเพื่อนตรงร้านค้าข้างหน้า ด.ต.กิตติศักดิ์ จึงขอตรวจใบอนุญาตขับขี่ ตนจึงถามว่าทำไมต้องตรวจ ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ ด.ต.กิตติศักดิ์ ตอบมาด้วยถ้อยคำหยาบคายว่า "กูไม่มีข้อหา ไม่ให้มึงไป"
น.ส.กรรณิการ์ เล่าต่อว่า จากนั้นจึงเกิดการโต้เถียง ด.ต.กิตติศักดิ์ ยังถามอีกว่า ตนทำงานอะไร ตนข้องใจจึงถามกลับไปว่าต้องถามด้วยหรือ ทำให้ ด.ต.กิตติศักดิ์ เกิดโมโหและใช้คำพูดหยาบคาย ก่อนจะตบตนที่แก้มซ้าย 1 ครั้ง จนเป็นรอยแดง หูอื้อ แว่นตากันแดดหลุดกระเด็นกระแทกกระจกหน้ารถจนแตกร้าว จากนั้น ด.ต.กิตติศักดิ์ หันหลังจะเดินหนี ตนจึงดึงเสื้อเอาไว้ ก่อน ด.ต.กิตติศักดิ์ จะหันมาบีบคอตน โดยเล็บจิกที่หลังคอ พร้อมกับด่าหยาบคาย จากนั้น ด.ต.กิตติศักดิ์ ใช้มือขวาบีบหน้าอกตนจนเจ็บและเป็นรอยช้ำ ก่อนเพื่อนที่นั่งข้างๆ พยายามเข้าห้ามปราม
สาวเจ้าของโรงพิมพ์ เล่าต่อว่า ขณะนั้นนายสมชาย เปลี่ยนชื่อ อาสาสมัครที่ยืนอยู่ด้วยกัน ได้ช่วยดึงตำรวจออกไป ขณะที่ ด.ต.กิตติศักดิ์ ก็ได้ดึงกุญแจรถตนออกไปด้วย และพูดจาข่มขู่ว่า "วันนี้มึงได้อยู่กับกูทั้งวันแน่" ทำให้ตนรู้สึกกลัว จึงรีบโทรศัพท์หาญาติรุ่นพี่ชื่อ นายกิดา สุทธิภูล ว่าถูกตำรวจทำร้ายร่างกาย โดย ด.ต.กิตติศักดิ์ ได้พูดสวนกลับมาว่า "มึงสวยตายแหละ" พร้อมกับพูดดูถูกเหยียดหยาม จากนั้นมีตำรวจระดับสารวัตร ทราบชื่อต่อมาคือ พ.ต.ท.นิรันดร โกมลรัตน์ สารวัตรจราจร สน.โชคชัย เห็นเหตุการณ์ได้เข้ามาสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น พร้อมกับเชิญให้ไปคุยกันที่โรงพัก และให้ ด.ต.กิตติศักดิ์ คืนกุญแจรถให้ ตนจึงได้ขับรถไปที่ สน.โชคชัย โดยให้ตนตรวจวัดแอลกอฮอล์
น.ส.กรรณิการ์ เล่าอีกว่า จากนั้นตนขออนุญาตไปตรวจร่างกายที่ รพ.เปาโลเมโมเรียล เพราะรู้สึกเจ็บบาดแผล ก่อนจะกลับมาที่ สน.โชคชัยอีกครั้ง ในวลา 16.00 น. โดยถูกให้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ จากนั้นได้รู้ว่า ด.ต.กิตติศักดิ์ ได้แจ้งความกับ ร.ต.ท.บุญเรือน ปานหนู พนักงานสอบสวน ว่าถูกตนทำร้ายร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บ และดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะ ทำให้เสียทรัพย์ พร้อมกับมีใบบันทึกการจับกุมมาให้ตนรับทราบ แต่ตนไม่ยอมเซ็น เพราะตนต่างหากที่ต้องเป็นคนแจ้งความ จากนั้น ร.ต.ท.บุญเรือน ได้สอบปากคำตน พร้อมนำตัวไปพิมพ์ลายนิ้วมือ และจับตนคุมขังไว้ในห้องขังตั้งแต่เวลา 18.00 น.
ระหว่างนั้นตนโทรไปหามารดาพร้อมกับเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น และให้มารดามาประกันตัว จนถึงเวลาเที่ยงคืนมารดาตนมาขอประกันตัว ร.ต.ท.บุญเรือน กลับไม่ให้ประกัน และบอกว่าจะขังตนอีก 1 คืน ให้มาพรุ่งนี้ จากนั้นจึงได้ขอความช่วยเหลือจากนายตำรวจยศ พล.ต.ต.นายหนึ่ง ซึ่งรู้จักกับครอบครัวตน จึงประสานเรื่องประกันตัวให้ จนได้รับการประกันตัวออกมาในเวลา 01.00น. ของวันที่ 14 เม.ย.
น.ส.กรรณิการ์ กล่าวว่า วันนี้จึงมายื่นร้องเรียนเพื่อให้ตรวจสอบการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำร้ายประชาชน และยังเข้าข้างกันเอง
อย่างไรก็ตาม นายไพโรจน์ ได้รับเรื่องร้องเรียนเอาไว้ และในวันที่ 17 เมษายน เวลา 13.00 น. จะนำผู้เสียหาย เข้าร้องขอความเป็นธรรม ต่อ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ต่อไป









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |





































































































ทอมเป็นอย่างนี้ ก้าวร้าว เหมือนพันธมิตรเลยย 








เปงนายกนะไอ้สาส
จะปลดแม้งทุกตัวเลย 





















































ไม่หน้าเป็น ตำรวจเลย เป็นได้ไงส่งลงใต้ไปเก่ง ทำคนไม่มีทางสู้ 








จะผิดไม่ผิดถ้า
จับแล้ว
ต้องยอมนี่คือนิสัยตำรวจครัฟผลก็เลยต้องลงเอยแบบนี้ไงครัฟพี่น้อง จากเด็กพระราม4(เด็ก70ไร่คลองเตย) 
































































































































































อยากรู้อะว่าพยานพวกเพื่อนๆของ ญ. ทำไมไม่ออกมาเล่าเหตุการณ์บ้าง ทางตำรวจยังเอาอาสามาช่วยพูดเลย ทั้งๆที่อาสาพูดจาไม่มีน้ำหนัก ตำรวจเจ้าตัวยังพูดติดๆขัดๆ ผิดกะอาสาพูดซะเหมือนเป็นตัวเองเลย ถ้าตำรวจไม่ได้ด่า ไม่ได้ตบ ไม่ได้หมั่นไส้จริง ทำไมไม่อธิบายให้ชัดเจนหละ ให้อาสามาช่วยพูดทำไม หรือวันนั้น ตร.เมาเลยกระทำการเกินกว่าเหตุ อีกอย่างนึงนะไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็แล้วแต่ ควรได้รับความยุติธรรมกันทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าเค้าเป็นทอมก็ไปหาว่าเค้ากร่าง ทำไมไม่มองหละว่า ถ้าเป็น ญ. หรือ ช. ก็ต้องการความยุติธรรมเหมือนกัน ตำรวจเองก็กร่างกันแทบทุกคนอยู่แล้ว ถ้าเรื่องนี้ฝ่ายญ.ผิดจริงหรือเป็นฝ่ายเริ่มก่อนจริงเค้าคงไม่วิ่งเต้น ร้องเรียนเพื่อที่จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดหรอก นี่ก็เพราะเค้าโดนกระทำจริงเค้าถึงยอมไม่ได้ เป็นเราก็ไม่ยอมจะเอาเรื่องถึงที่สุดเหมือนกัน 












































ว่ากันตามเนื้อผ้านะ ปชช.ธรรมดาอะใครจะไปอยากมีเรื่องกะ ตร.ให้เดือดร้อน และอีกอย่างนะถ้าเป็นเรา เราก็คงจะถามอะว่าขอดูใบขับขี่เนื่องจากข้อหาอะไร (ก็แค่อยากรู้ และมีสิทธิ์ที่จะรู้ได้) ถ้าตำรวจตอบไปว่าขอดูเพื่ออะไร เรื่องก็คงจบ แต่นี่ไม่บอกเค้า แล้วยังมาถามอีกว่า ทำงานอะไร เดาได้เลยว่า ตร.เริ่มจะหมั่นใส้ญ.คนนี้แล้ว เพราะคิดว่าตัวเองเป็น ตร.ไม่จำเป็นต้องบอกเหตุผล อันที่จริงคนไทยเข้าใจผิดกันหลายคนนะคับ เท่าที่อ่านๆมา คือเราสามารถถามตร.ได้ว่าเราโดนเรียกใบขับขี่ในข้อหาอะไร ไม่ใช่พอตร.ขอก็ต้องรีบให้ ตำรวจเลยเคยตัวไง คิดว่ามีอำนาจเหนือปชช. และที่ถามอาชีพเค้าน่ะ ก็เพราะว่ากลัวเจอตอไง เผื่อมีเส้นตร.กลัวซวยไง อย่างที่น้อง ญ.คนนี้ทำก็ไม่ผิดคับ ในเมื่อคุณจะขอดูใบขับขี่เค้า คุณก็ต้องแจ้ง