












ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (17 เม.ย.) ว่า ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศวันเดียวนี้ มีแนวโน้มปรับราคาขึ้นอีก หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ทำสถิติใหม่ขึ้นไปสูงกว่า 115 ดอลลาร์สหรัฐฯ / บาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ เป็นวันที่ 2 ติดต่อกันที่ระดับ 115.07 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ก่อนขยับลงมาอยู่ที่ 114.93 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 1.14 ดอลลาร์สหรัฐฯ
สาเหตุมาจากความวิตกที่จะมีการขาดแคลนพลังงานรอบใหม่ หลังประเทศเม็กซิโก 1 ในผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ ระงับการส่งออกน้ำมันเนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนใกล้มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2008 ต้องเร่งเก็บสต็อกน้ำมันเอาไว้ ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันในประเทศเกาหลี และไต้หวัน มีการส่งออกน้อยลง
ด้าน นายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านผลิตภัณฑ์น้ำมัน อดีต ผู้บริหารบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คาดว่า เร็วๆ นี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก มีแนวโน้มสูงที่จะขึ้นไปแตะ 120 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ทำให้มีโอกาสสูงที่น้ำมันดีเซล จะแตะ 35 บาท/ลิตร จึงเห็นว่าจำเป็นต้องหามาตรการบังคับจริงจัง
โดยขอความร่วมมือในการประหยัดพลังงานมากขึ้น รวมทั้งควรปรับระบบขนส่งทั้งหมดเร่งด่วน ห้ามรถวิ่งเข้ามาชั้นในของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือหากจะเข้ามาในเขต กทม.ชั้นในต้องมีคนนั่ง 3 คน ขึ้นไป และการเก็บค่าเข้าเมือง รวมทั้งแนวทางการประหยัดพลังงานที่เข้มข้น และจริงจังมากขึ้น
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
![]()









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |






































ที่มีอยู่ให้ตื่นเช้าๆ ซะ ก็หมดเรื่อง รถไฟฟ้าก็มีทั้งบนดีน ทั้งใต้ดิน แถมดีซะอีกใช้รถน้อยลง กรุงเทพรถจะได้โล่งขึ้น ทีนี้ก็ไปทำงานไม่สายอีกต่อไป 
































































ทำไมนำมันถึงแพง บางคนก็เอาแต่ถาม ทำไมไม่ถามว่า ทำยังไงถึงช่วยประหยัดพลังงานได้ เฮ้อ เซ็ง
ไอคนพันนี้ เอาแต่หลับไม่รู้จักคิด
พอตื่นก็ถามแต่คำถามโง่ๆๆ

น่าขำไอคนพันี้ 



































































































































































































อะ














|