









พ่อแม่"น้องอ้น"โผเข้ากอดลูกร่ำให้ หลังตำรวจชุมพรจับหนุ่มลักพาตัวลูกชายมาบังคับเร่ขายตั๊กแตนใบมะพร้าวที่สถานีรถไฟ จ.ชุมพรจวกยับตำรวจพื้นที่ทำงานล่าช้า
(16เม.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพ.ต.ท.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสตร์ สวป.สภ.เมืองชุมพรได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบบุคคลมีพฤติกรรมน่าสงสัยคล้ายแก๊งลักเด็ก ขณะบังคับข่มขู่เด็กชายให้เดินเร่ขายสินค้ากับผู้โดยสาร และนักท่องเที่ยวที่สัญจรไปมาหน้าสถานีรถไฟชุมพรจึงรุดไปตรวจสอบพบชายฉกรรจ์อยู่ในสภาพมึนเมา ทราบชื่อนายจำเริญอินทรสมบัติ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ 3 ต.น้ำเชื้อ อ.เมือง จ.อุดรธานีขณะบังคับให้ ด.ช.ไชยยันต์ อุทัยแสง อายุ 10 ปีเดินแบกต้นกล้วยที่ใช้ปักก้านไม้ไผ่สำหรับผูกตัวตั๊กแตน ปลา และนกซึ่งสานด้วยใบมะพร้าว ทางตาล ใบตาลอ่อนกว่า 10 ตัว ออกขาย
เมื่อนายจำเริญเห็นตำรวจก็เกิดอาการตกใจและร้องตะโกนให้ชาวบ้านช่วยเหลือ โดยกล่าวหาว่าตำรวจทำอันตรายเมื่อนำตัวมาสอบสวน และขณะที่รถติดไฟแดงแยกสุขเสมอนายจำเริญได้โดดจากรถวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ตามจับตัวมาได้
นายจำเริญ รับสารภาพว่า ใช้อุบายหลอกล่อลักพาตัวด.ช.ไชยยันต์ อุทัยแสง นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนมหาไถ่ศึกษา ต.หนองแสง อ.หนองแสงจ.อุดรธานี ขณะเดินเที่ยวในหมู่บ้านเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2551 ที่ผ่านมาแล้วบังคับพาขึ้นรถโดยสารตระเวนไปขายสินค้าดังกล่าวตามแหล่งท่องเที่ยวตั้งแต่จ.อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา สระบุรี กรุงเทพฯ และ เพชรบุรีหากด.ช.ไชยยันต์ดื้อหรือขายไม่ได้ตามเป้าที่กำหนดไว้ก็จะลงมือทุบตีอย่างทารุณก่อนถูกจับกุมได้โดยสารรถไฟจากจ.เพชรบุรี มาลงที่สถานีรถไฟชุมพรแล้วบังคับให้เด็กขายสินค้ากับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ก่อนจะพาด.ช.ไชยยันต์ ไปขายต่อให้สถานประกอบการร้านค้าหรือโรงงานที่ต้องการแรงงานเด็กในแถบพื้นที่ภาคใต้จนกระทั่งมาถูกจับกุมเสียก่อน
ด.ช.ไชยยันต์ อุทัยแสง ให้การว่านายจำเริญหลอกว่าจะชื้อปืนอัดลมให้จึงเดินทางมาด้วยแล้วถูกบังคับให้ขายสัตว์จักสานวันละ 20-30 ตัวในราคาตัวละ 20 บาทโดยการพักอาศัยตามตู้รถไฟที่จอดค้างและอาศัยอาบน้ำตามวัดในเขตเมืองที่มาพักขายของดังกล่าวหากขายไม่ได้ตามกำหนดจะโดนทุบตี
เมื่อตรวจสอบประวัติทราบว่านายจำเริญเคยถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหาพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดา มารดาผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันควรแล้ว 3 ครั้งครั้งสุดท้ายศาลตัดสินสั่งจำคุก 4 ปี 6 เดือนโดยพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 และหลังพ้นโทษได้มาก่อคดีในลักษณะเดียวกันอีกครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4
พ.ต.ท.อกนิษฐ์ กล่าวว่าได้ประสานไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้องแล้วโดยนายจำเริญมีหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานีเลขที่ 2152/2551 ขณะนี้ทราบชื่อบิดาของด.ช.ไชยยันต์ คือ นายไพโรจน์ อุทัยแสง เป็น ส.อบต.หมู่ 4 ต.หนองแสง อ.หนองแสงจ.อุดรธานี ส่วนมารดาชื่อ นางพิมพร อุทัยแสง เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ได้โทรศัพท์ติดต่อให้มารับตัวแล้วซึ่งผู้ปกครองทั้ง 2 คน แสดงความดีใจเป็นอย่างมาก
ต่อมาเวลา 15.30 น. วันที่ 16 เมษายน 2551 ที่ห้องประชุม พล.ต.ต.พัฒนี ศิริพัฒนี และ พ.ต.อ.พูลประยูร อิสรศักดิ์ ณ อยุธยา ผกก.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.วิมล พิทักษ์บูรพารอง.ผกก.สภ.เมืองชุมพร ชาวบ้านและภรรยานายตำรวจที่สนใจในข่าวการลัก ด.ช.ไชยยันต์อุทัยแสง หรือน้องอ้นโดยในห้องประชุมวันนี้ หลายคนที่นั่งรอพ่อแม่ของน้องอ้นมารับในวันนี้แทบกลั้นน้ำตาเอาไม่อยู่ เมื่อนายไพโรชน์นางพิมพ์พร อุทัยแสงพ่อและแม่ ของเด็กชายอ้นเจอกันต่างโผเข้ากอดกันกลม ทั้งสามพ่อแม่ลูกต่างคนต่างร้องไห้เสียงดัง จนห้องประชุมสภอเมืองชุมพรเงียบไปชั่วขณะต่างรอฟังเสียงร้องเสียงร่ำพรรณนาของพ่อแม่ลูก และบรรดาญาติที่มาร่วมรับลูกหลานในครั้งนี้ จนทำให้ในห้องประชุมแคบไปถนัดตาโดยต่างคนต่างร่ำร้องไห้กันและกันโดยไม่ต้องมีการเกรงใจว่าในห้องนี้ยังข้าราชการตำรวจอีกมากมายจนสงบ
พล.ต.ต พัฒนี ศิริวัฒนี ผบก.ภ.ชุมพร กล่าว่าดีใจที่มาเห็นภาพแบบนี้และวันนี้เป็นวันครอบครัวจึงต้องการให้มีภาพแบบนี้ขึ้นในสังคม และสำหรับคดีนี้ต้องขอขอบคุณพลเมืองดีที่มีความสนใจในข่าวสารบ้านเมือง ที่ทางสือมวลชนนำเสนอ จนมีที่มาของการจับกุมในครั้งนี้จนทำให้ลูกที่พลัดพรากจากบ้านและพ่อแม่มาเป็นเวลานานเดือนกว่าๆได้พบกันดังภาพที่ประชาชนได้เห็นแล้ว
สำหรับคนร้ายรายนี้อย่างที่บอกเคยโดนคดีพรากผุ้เยาว์มาแล้วเมืออายุ 20ปีและตำรวจได้สอบสวนน้องอ้นและนายจำเริญผู้ต้องหาว่าได้มีการกระทำทารุณทางเพศด้วยหรือไม่ และในการเดินทางมาครั้งนี้จากอุดรธานีมาถึงชุมพรก็จำนวนไม่น้อยกว่า 1,600 กิโลเมตรดังนั้นเมื่อมาถึงเราในฐานะคนชุมพร และตำรวจชุมพรขอต้อนรับและเลี้ยงฉลองแสดงความยินดีให้ครอบครัวของน้องอ้น โดยให้พักค้างคืนที่ชุมพรที่ชายทะเลคาบานา พร้องทั้งเลี้ยงอาหารค่ำด้วย
นายไพโรจน์ อุทัยแสง ส.อบต. บ้านหนองแสงต.หนองแสงอ.หนองแสง เปิดเผยทั้งน้ำตานองหน้าว่า ดีใจมากจนไม่สามารถพูดอะไรได้ได้เพียงภาวนาว่า ขอให้พบลูกไวๆ เพราะตั้งแต่บุตรชายหายออกจากบ้านบรรดาพี่น้องปู่ย่าตายายไม่เป็นอันกินอันนอน เพราะห่วงและได้ออกตามหามาทุกวันจนไม่ทราบว่าจะหาที่ใด โดยเฉพาะในวันนี้ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชนด้วยว่าได้นำเสนอข่าวจนทราบและรู้ผลได้เร็วมากจนไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้มากกว่านี้
"หากตำรวจที่บ้านผมทำงานแบบนี้คิดว่าลูกผมหายไปไม่ไกลขนาดนี้และที่น่าน้อยใจที่สุดคือเจ้าหน้าที่ตำรวจใน อ.กุมภวาปีได้แจ้งความคนหายให้ตำรวจพื้นที่ ช่วยหาและสืบให้โดยเข้าแจ้งความไว้วันที่ 6 มีนาคม 51 แต่ไม่มีอะไรที่คืบหน้า จึงเดินทางเข้ามาที่กรุงเทพเพื่อหาตำรวจกองปราบและในวันที่ 18 มีนาคมตำรวจกองปราบได้เดินทางขึ้นไปตรวจที่เกิดเหตุที่ลูกชายหายไปนั้นคือ ที่วัดในพื้นที่ใกล้กับโรงเรียนมหาไถ่ใน อ.กุมภวาปีชึ่งเป็นบ้านยายน้องอ้นจนทางกองปราบได้พบหลักฐานบางอย่างที่วัด ในกระเป๋าทราบว่าเป็นของนายจำเริญอินทรสมบัติเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าไปสืบสวนสอบสวน จนทราบว่าลูกชายได้หายไปพร้อมกับนายจำเริญชัดเจนหากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กุมภวาปีรับผิดชอบเพียงน้อยนิด คิดว่าลูกชายคงไม่ต้องเดินทางมาไกลและโดนทำทารุณแบบนี้ดังนั้นขอขอบคุณตำรวจชุมพรครั้งนี้" นายไพโรจน์ กล่าว
หลังกล่าวจบนายไพโรจน์ได้มอบช่อดอกไม้ให้ทางตำรวจชุมพรด้วยจากนั้นจึงได้เดินลงมาดูตัวคนร้ายที่ลักพาตัวบุตรชายในห้องขังเมื่อได้เห็นหน้าคนร้าย นายไพโรจน์ได้พูดภาษาถิ่นทั้งด่าทอนายจำเริญว่าญาติพี่น้องรู้ว่านายจำเริญพาไปหากเจอที่บ้านมึงตายแน่
นางพิมพ์พร อุทัยแสง มารดาของเด็ก กล่าวว่าดีใจมากที่พบลูกและที่สำคัญไม่นึกว่าว่าเจอเร็วแบบนี้เพราะจากการติดตามข่าวไม่มีรายไหนพบเด็กที่หายตัวไป ทำให้ตนรู้สึกกลัวมากว่าจะไม่ได้พบลูกที่ผ่านมาตนกับสามีได้ออกตระเวณหาลูก แม้แต่ไปหาหมอดูจับยามสามตาที่ไหนว่าดีก็ไปดูมาหมด กระทั่งเมื่อเที่ยงคืนวันที่ 15 เมษายน พ.ต.ท. อคนิกฐ์ด่านพิทักษ์ศาสตร์ สวป.สภ.ชุมพร ได้โทรมาว่าพบลูกชาย
"รู้สึกดีใจแบบสุดๆดีใจมากที่ตำรวจชุมพรตามหาลูกชายเจอและพ.ต.ท. อคนิกฐ์ได้ให้ลูกชายคุยโทรศัพท์ และบอกให้เดินทางมารับลูกชายจึงได้รวบรวมเงินและญาติพี่น้องมากว่ายี่สิบคนเดินทางมารับลูกชายในคืนนั้นทันทีโดยใช้เวลาเดินทาง1 คืน 1 วัน จนรียกได้ว่าไม่มีการพักรถเลยมีเพียงพักทานอาหารเท่านั้น" นางพิมพ์พรกล่าว
นางพิมพ์พร เปิดเผยว่าครั้งแรกที่พบหน้าลูกชายทำให้กลั้นความดีใจเอาไว้ในอยู่ถึงร้องไห้ออกมาด้วยความตื่นตันเพราะเหมือนกับเจอชีวิตใหม่ได้ลูกกลับมาและขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะพลเมืองที่แจ้งเข้าศูนย์วิทยุจนบัดนี้ทางตำรวจยังไม่ทราบว่าใครเลยดังนั้นขอขอบพระคุณมากที่สุดหากไม่ได้เขาคนนั้นก็อาจไม่มีวันได้พบลูกชายเมื่อมาเห็นคนร้ายก็คิดว่าจิตใจโหดไม่รู้ทำด้วยอะไรคิดได้อย่างไรว่าเอาเด็กทำแบบนี้เพื่อหากินเคยถูกขังคุกมาแล้วเมื่อออกมาก็ยังไม่ดีขึ้น แม้เข้าๆ ออกๆ คุกมาแล้ว 3-4 ครั้งยังไม่ประพฤติดีเลย
ก่อนหน้านี้หลังตำรวจพบหลักฐานว่าเป็นนายเจริญที่ได้นำตัวลูกชายไปพวกตนก็ได้ไปปิดล้อมบ้านของนายเจริญปรากฏว่าไม่พบตัว และที่เสียใจคือตำรวจกุมภวาปี ที่ไม่ได้ทำงานสืบสวนตรงนี้เลยจนทำให้นายเจริญนำตัวลูกชายออกนอกพื้นที่
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบจาก ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ และ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |











































































ของมันแล้วติดคุกมาแล้วถึงสามครั้งแต่ไม่สะทกสะท้านกับความผิดเกิดครั้งที่สี่อีก กฎหมายไทยจะปล่อยให้มันทำเป็นครั้งที่ห้า ที่หกหรืออีกสักกี่ครั้ง เลวแบบนี้มันต้องประหารอย่าให้มันอยู่หนักแผ่นดินไทย 












































































































































































































































จะเป็นไรหล่ะสินะ ดีใจด้วยนะคะที่ปลอดภัย และอีกอย่างเราก็โชคดีด้วยที่ไม่ได้เกอดในอ.กุมภวาปี ที่ไม่ต้องเจอการทำงานของตำรวจแบบนี้ ....แต่อยู่นี่ก็เป็นแบบนี้แหละ ...เฮ้อกลุ้ใจจังอนาคตชาติ 




















































