









เมื่อวันที่ 18 เมษายน นางพเยาว์ มริตตนะพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ยื่นหนังสือถึงการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เพื่อขอปรับค่าผ่านทาง หลังจากไม่ได้ปรับมาเป็นเวลา 10 ปี โดยเสนอให้คิดจากค่าผ่านทางปี 2546 ที่จะต้องได้ปรับเป็น 45 บาท คูณด้วยอัตราเงินเฟ้อจากปี 2546 และหากมีเศษให้ปัดขึ้น ซึ่งตามสูตรดังกล่าวคือ 45 บาท คูณด้วย 19% ขณะนี้ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างบริษัทและ กทพ. ซึ่งมีเวลาที่จะเจรจากันถึงเดือนกันยายนนี้ หากบริษัทไม่ได้ปรับค่าผ่านทางคงต้องดำเนินการฟ้องร้อง กทพ.ต่อไป
นางพเยาว์กล่าวว่า ตามสัญญาสัมปทาน 25 ปี บริษัทจะได้รับการปรับขึ้นค่าผ่านทางทุก 5 ปีตามอัตราเงินเฟ้อ แต่ยังไม่เคยได้ปรับขึ้นตั้งแต่ปี 2541 ขณะที่บริษัทมีภาระหนี้สูงถึง 2.6 หมื่นล้านบาท และต้องผ่อนชำระในอัตราที่สูงขึ้น รวมถึงมีภาระดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละปี 1.2 พันล้านบาท หากไม่ได้ปรับค่าผ่านทางจะเป็นภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อไป
บริษัทยังได้รับผลกระทบจากการที่ กทพ.เปิดให้ใช้ถนนวงแหวนใต้โดยไม่คิดค่าบริการ ทำให้ไตรมาสแรกปีนี้รายได้หายไป 50 ล้านบาท และหากรวม 1 ปีนี้ก็น่าจะกระทบ 200 ล้านบาท โดยปีนี้คาดว่าจะมีรถมาใช้ทางด่วนทั้งสิ้น 900,000 คันต่อปี ลดลงจากปีก่อนที่มีทั้งสิ้น 927,000 คันต่อวัน" นางพเยาว์กล่าว
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอรเน็ต









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |




















เริ่มบังเกิดแล้วเอย 






























































ละงงกับพวกมันจริงๆวะ 














































ดิบมนุษย์ 





















































ผมว่า....แค่นี้คนใช้รถมันก็ใกล้จะตายแล้วนะ...จะขึ้นทำไมอีก..




























































































































































































































