












ศึกลูกหนังชิงแชมป์สโมสรยุโรปถ้วยใหญ่สุด "ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก" ฤดูกาล 2007/08 ซึ่งเดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศ โดยคืนวันที่ 22 เมษายน เป็นเกมดวลแข้งรอบตัดเชือก นัดแรก และเป็นศึกสายเลือดของ 2 ทีมดังเมืองผู้ดี ระหว่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล อดีตแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2005 เปิดรังแอนฟิลด์ รับมือคู่ปรับเก่า "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี
โดยเกมนี้เจ้าถิ่นส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามครบครัน ขาดเพียง ซามี ฮูเปีย ที่ยังมีอาการบาดเจ็บ ส่ง อัลบาโร อาร์เบรัว ลงมายืนเป็นแบ็กขวา ขณะที่ทีมเยือนก่อนแข่งมีข่าวผู้เล่นคนสำคัญบาดเจ็บเยอะแยะ แต่พอถึงเวลาจริงก็ส่งลงสนามได้ครบ ไม่ว่าจะเป็น ดิดิเยร์ ดร็อกบา กองหน้าตัวเก่ง แฟรงก์ แลมพาร์ด มิชาเอล บัลลัค ขาดเพียง มิชาเอล เอสเซียง ที่ติดโทษแบน
เริ่มเกมขึ้นมาในช่วง 10 นาทีแรก เป็นฝั่งเชลซี ที่บุกได้อย่างน่ากลัว ได้ลูกเตะมุมติดๆ กันหลายครั้ง แต่ยังไม่เป็นผล จากนั้นเจ้าถิ่นเริ่มตั้งเกมติด บุกสวนขึ้นมาบ้าง ทำให้เกมเป็นไปอย่างสนุก เมื่อผ่านครึ่งชั่วโมงแรก เกมของลิเวอร์พูลดีขึ้นมาก และมีโอกาสที่น่าจะได้ประตูขึ้นนำก่อน จากจังหวะวางบอลยาวของ ชาบี อลองโซ หยอดให้ เดิร์ก เคาท์ หลุดกับดักล้ำหน้า เข้าไปดวลเดี่ยวกับ ปีเตอร์ เช็ก แต่จังหวะยิง ริคาร์โด คาร์วัลโญ กองหลังเชลซี ยังตามมาเบียดย่งบอลไปได้อย่างหวุดหวิด
เจ้าถิ่นมาได้ลุ้นอีกครั้งในจังหวะถัดมา สตีเวน เจอร์ราร์ด จ่ายบอลจังหวะเดียวตามช่องให้ เฟอร์นานโด ตอร์เรส หลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้าย แต่จังหวะยิง ปีเตอร์ เช็ก ออกมาปิดมุมได้อย่างรวดเร็ว จึงป้องกันไว้ได้
อย่างไรก็ตาม ความพยายามเจาะประตูของลิเวอร์พูลก็มาประสบผลสำเร็จในนาทีที่ 43 จากจังหวะที่เชลซีเสียลูกฟรีคิกบริเวณกลางสนาม ชาบี อลองโซ ฉวยโอากสเล่นเร็ววางบอลยาวให้ เดิร์ก เคาท์ หลุดไปเปิดบอลในจังหวะแรก กองหลังเชลซีสกัดบอลไม่ขาด มาตกใส่เท้า แฟรงก์ แลมพาร์ด บริเวณกรอบเขตโทษ แลมพาร์ด ครองบอลนาน ถูกเดิร์ก เคาท์ มาแหย่แย่งบอลไปได้ บอลไหลกลับไปเข้าทาง ฮาเวียร์ มาสเชราโน เปิดโด่งกลับไปหน้าประตูให้ เดิร์ก เคาท์ ใช้ตัวบังกองหลัง ก่อนล้มตัวยิงลอดขา เช็ก เข้าประตูไป จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำ 1-0
ครึ่งหลังเริ่มมา เป็นฝ่ายเจ้าถิ่นที่เล่นได้ดุดันกว่า ครองบอลบุกเข้าใส่เชลซีเป็นระลอกๆ ขาดเพียงประตูเท่านั้น ขณะที่เกมของเชลซีดูจะสะดุดต่อบอลกันไม่ติด 2 คู่กองหลังต้องทำงานหนักสกัดบอลอุตลุด
อย่างไรก็ตาม ฟาบิโอ ออเรลิโอ แบ๊กซ้ายเจ้าถิ่นเกิดอาการบาดเจ็บที่โคนขาหนีบต้องเปลี่ยนตัวส่ง ยอห์น อาร์เน รีเซ ลงมาเล่นแทน ทำให้เกมที่ไหลลื่นของเจ้าถิ่นเริ่มสะดุด กลายเป็นฝั่งเชลซีที่ทำเกมได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด บุกเข้าใส่อย่างหนัก แต่ก็ไม่มีประตูเกิดขึ้น แถมยังเกือบเสียประตูที่ 2 จากจังหวะสวนกลับของลิเวอร์พูล เจอร์ราร์ด ได้วอลเลย์ด้วยขวา แต่ เช็ก เหินปัดไว้ได้
เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยชัยชนะของลิเวอร์พูลก่อน แต่ทว่าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 4 ซึ่งเป็นนาทีสุดท้ายของเกม เชลซีได้ลูกทุ่มทางฝั่งซ้าย ทุ่มไปให้ โซโลมอง กาลู ก่อนจะจ่ายเข้ามากลางประตู รีเซ่ พยายามจะโหม่งสกัด แต่ผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองไป ทำให้เชลซีตีเสมอได้อย่างโชคช่วย 1-1 กุมความได้เปรียบในการกลับไปเล่นนัดที่ 2 ที่บ้าของตัวเองในสัปดาห์หน้า
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
![]()









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |










































































แน่ แล้วอย่าลืมมาอ่านด้วยล่ะ 




















































































































































































































































รู้แล้วพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเลย













































ละเชื่อมันเลย






















































