












เมื่อวันที่ 22 เมษายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเกี่ยวกับคดีที่ตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ดอังกฤษโชว์ฝีมือทลายแก๊งค้ากามภายในสหราชอาณาจักรได้เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ได้ผู้ต้องหาทั้งหมด 15 คน พร้อมตั้งข้อหาล่อลวงผู้หญิงบังคับให้ขายบริการทางเพศให้ได้มาด้วยทรัพย์สินและฟอกเงิน โดยในกลุ่มผู้ต้องหายืนยันได้ว่าเป็นคนไทยแน่นอน 9 ราย อาศัยอยู่ตามเมืองต่างๆ ในอังกฤษ คือนายพงษ์พจน์ พิทยธนกุล อายุ 31 ปี นายบดี พิทยธนกุล อายุ 32 ปี มณฑิรา ดวงทิพย์ อายุ 35 ปี นายปัญญา ปีกแก้ว อายุ 25 ปี จิราภา สีวิชา อายุ 40 ปี นายไกรพิช วุฒิโท อายุ 27 ปี นพรัตน์ เจริญยิ่ง อายุ 29 ปี ชุติมา คองพงษ์ และแก้วเบญจกาญจน์ ภาณุศักดิ์ ซึ่ง 2 คนหลัง ตามข่าวไม่ได้ระบุอายุ
ขณะเดียวกัน มีผู้หญิงอีกหนึ่งคน ทราบชื่อเพียงว่า "อินทยวง" ถูกจับได้ก่อนหน้านั้น แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นคนไทยด้วยหรือไม่ แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการทำหนังสือเดินทางปลอม โดยทั้ง 10 คนนั้น ถูกตั้งข้อหาไว้แล้ว ส่วนอีก 5 คนนั้น ยังอยู่ระหว่างการฝากขังรอการสอบปากคำเพิ่มเติม เพราะมีส่วนร่วมรู้เห็นกับแก๊งค้ามนุษย์ดังกล่าว กระนั้น ทั้งหมดก็เตรียมขึ้นชั้นศาลพิจารณาคดีที่เมืองเวสต์มินส์เตอร์ในวันที่ 22 เมษายน ในเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลาประมาณ 16.00 น. ในไทย
สำหรับปฏิบัติการจู่โจมทลายแก๊งค้ากามข้ามชาติในครั้งนี้ ทางตำรวจยังสามารถเข้าช่วยเหลือเหยื่อกามได้ราว 30 คน ซึ่งตามข่าวไม่ได้ระบุว่าเป็นคนสัญชาติใดบ้าง แต่มีรายละเอียดว่า เหยื่อบางรายถูกบังคับให้ทำสัญญามีหนี้สินโดยที่ตัวเองไม่ได้ก่อถึง 28,000 ปอนด์ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) จึงนำตัวเหยื่อแก๊งค้ากามทั้งหมดส่งไปยังศูนย์ช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์แห่งหนึ่ง เพื่อดูแลและฟื้นฟูสภาพจิตใจต่อไป
ต่อมาในเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงข่าวจับกุมแก๊งค้ากามคนไทยว่า ได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน แล้วว่า เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา ตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ดจับกุมขบวนการค้ามนุษย์และการค้าโสเภณีครั้งใหญ่ โดยติดตามจับกุมมาเป็นเวลา 4 เดือน มีผู้กระทำความผิดมากที่สุดจำนวน 15 คน และมีเหยื่อในขบวนการค้ามนุษย์เป็นหญิง 60 คน ซึ่งทั้ง 60 คน ยังอยู่ในอังกฤษ และส่วนใหญ่เดินทางไปจากไทย และต้องตรวจสอบว่าเป็นการเข้าเมืองโดยถูกกฎหมายหรือไม่
ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่า การเข้าอังกฤษเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก และมีวิธีการตรวจเข้มในการคัดกรองคนเข้าเมือง เชื่อว่าผู้ที่เข้าไปคงเข้าไปโดยถูกต้อง แต่คงมีวัตถุประสงค์ที่แจ้งเข้าไปกับการเข้าไปทำงานคงไม่ตรงกันแน่นอน ส่วนใหญ่จะเป็นติดต่อทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นธุรกิจโฆษณาประเภทเอสคอร์ต คอมปานี (Escort Company) ทั้งนี้ 30 ใน 60 คน ได้ถูกควบคุมตัวในสถานกักกันนอกกรุงลอนดอน เพื่อสอบปากคำขยายผลต่อไป โดยระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ด้านกงสุลของไทยได้ติดต่อขอไปเยี่ยม และดูแลผู้หญิงไทยในกลุ่มดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
นายธฤตกล่าวต่ออีกว่า เบื้องต้นสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ถูกจับกุมทั้ง 15 คนเป็นคนไทย และถูกจับกุมในข้อหาค้าประเวณี และบังคับให้มีการค้าประเวณี โดยในจำนวนนี้ 6 คนได้รับการประกันตัวแล้ว ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 9 คน ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจชาริง ครอสส์ (Charing Cross) 7 คน ส่วนอีก 2 คน ถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจเบลกราเวีย (Belgravai) และทั้งหมดจะถูกนำตัวขึ้นศาลประจำเมืองเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ในวันที่ 22 เม.ย. เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในการขอให้ศาลพิจารณาฝากขังตัวผู้ต้องหาต่อไป เพื่อนำไปสู่การสืบสวนสอบสวนและดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย
อธิบดีกรมสารนิเทศยังกล่าวด้วยว่า ภายหลังการจับกุม เท่าที่ทราบผู้ถูกจับกุมไม่อยากให้สถานีตำรวจแจ้งสถานเอกอัครราชทูตไทย แต่ทางสถานเอกอัครราชทูตไทยได้รับการติดต่อจากญาติว่ามีผู้ถูกจับกุมในอังกฤษ เมื่อตรวจสอบไปตามสถานีตำรวจต่างๆ ก็พบว่ามีผู้ต้องหาอยู่ที่สถานีตำรวจชาริ่ง ครอสส์ สถานเอกอัครราชทูตไทยจึงทราบเรื่องดังกล่าวและดำเนินการช่วยเหลือ โดยจะดูแลในเรื่องโอกาสในการควบคุมตัว และการติดต่อทนายความ หากได้รับการร้องขอ และการติดต่อญาติเพื่อหาเงินมาประกัน เพราะตามหลักปฏิบัติแล้ว เมื่อคนไทยถูกจองจำในต่างประเทศ เจ้าหน้าที่กงสุลมักจะเข้าไปเยี่ยมเยียน และนำของไปให้พร้อมทั้งให้การดูแลและปลอบใจ และจัดหาแนะนำทนาย หรือทนายอาสาให้
อย่างไรก็ตาม ตนมีความมั่นใจในดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมของอังกฤษ เมื่อศาลพิพากษาแล้วก็ต้องรับโทษจากการทำความผิดที่ศาลพิจารณาตัดสิน และจะมีเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ไปนั่งฟังการพิจารณาคดี ซึ่งเป็นคดีใหญ่ๆอยู่แล้ว หากผู้ต้องสงสัยมีความผิดจริงก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายท้องถิ่น บทลงโทษของผู้กระทำผิดจะต้องถูกส่งตัวออกนอกราชอาณาจักร โดยผู้กระทำผิดสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือมายังสถานทูต เพื่อที่จะอำนวยสะดวกได้เดินทางกลับประเทศ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายในประเทศต่อไป
ด้าน พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ด ประเทศอังกฤษ จับกุมคนไทยในข้อหาค้ามนุษย์และฟอกเงินว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รายละเอียดซึ่งทราบจากที่เป็นข่าว ตามหลักการตำรวจสากลจะประสานข้อมูลทางคดีกับทางการประเทศอังกฤษ แต่เนื่องจากการจับกุมครั้งนี้ไม่ได้มีการประสานข้อมูลที่ทางการไทย จึงไม่มีรายละเอียดในเรื่องชื่อผู้ต้องหา แต่ทราบว่าตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ดจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 9 คน เป็นคนไทย 6 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประสานข้อมูล ได้ประสานขอข้อมูลจากตำรวจอังกฤษ หากพบว่าต้นทางมาจากประเทศ ไทย ต้องดำเนินข้อหาอนาจาร หรือเรื่องทางเพศ
ขณะนี้ตำรวจสากลได้ทำหนังสือเพื่อขอรายละเอียดข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นไปยังตำรวจอังกฤษในประเทศไทย และตำรวจสากล เพื่อนำรายชื่อผู้ที่ถูกจับกุมมาตรวจสอบ ทั้งหมายเลขหนังสือเดินทาง ข้อมูลการเข้า-ออกประเทศ รวมทั้งทะเบียนประวัติอาชญากร เพื่อตำรวจไทยจะได้ใช้เป็นข้อมูลในการสืบสวนขยายผลหาเครือข่ายต่อไป
ในวันเดียวกัน นางสาวอุษา เลิศศรีสันทัด ผู้ประสานงานมูลนิธิผู้หญิง ให้สัมภาษณ์กรณีสำนักงาน ตำรวจนครบาลอังกฤษ จับกุมแก๊งค้ามนุษย์ซึ่งมีคนไทยร่วมด้วยอย่างน้อย 6 คน ข้อหาสมรู้ร่วมคิดกันลักลอบค้าผู้หญิงเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากการให้บริการทางเพศว่า ถือเป็นการจับกุมแก๊งค่อนข้างใหญ่ ซึ่งสถานทูตไทยที่อังกฤษเป็นตัวหลักในการประสานช่วยเหลือผู้เสียหายคนไทย ให้ได้รับสิทธิในการคุ้มครองและเป็นพยาน ซึ่งไม่อยากให้เป็นการดำเนินคดีแต่ที่อังกฤษ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และองค์กรเอกชนต้องเร่งเข้าไปช่วยบำบัดดูแลเหยื่อผู้เสียหายที่บอกว่ามีถึง 60 คน ที่ถูกค้ามนุษย์ ต้องยอมรับว่าประเทศอังกฤษเข้มงวดในการเข้าประเทศ
แต่กระบวนการบังคับค้าผู้หญิงจะเข้ามาหลอกลวงโดยผู้ชายทั้งไทยและต่างประเทศ เข้ามาตีสนิทเป็นคู่รัก จากนั้นจะชักชวนไปประเทศอังกฤษ เพื่อไปดูการแข่งขันฟุตบอลหรือไปเที่ยวบ้าง หรือมีสเตตเม้นต์เงินในบัญชีธนาคาร เพื่อให้สถานทูตผ่านให้เข้าประเทศ เมื่อเข้าไปแล้วผู้หญิงจะตกเป็นหนี้ค่าใช้จ่ายต่างๆ จำนวนเงินสูง และต้องเป็นเหยื่อในขบวนการค้ามนุษย์ทันที
"มูลนิธิผู้หญิงเคยได้รับโทรศัพท์จากอังกฤษเป็นผู้หญิงไทยที่ถูกหลอกไปค้าประเวณี โทร.มาขอความช่วยเหลือ ล่าสุดปีนี้มี 1 ราย แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองอยู่ตรงจุดไหนของอังกฤษ และไม่มีเบอร์โทร.กลับ มูลนิธิจึงไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ ซึ่งโอกาสที่เหยื่อจะโทร.มาให้ ช่วยน้อยมาก เพราะจะถูกกักขังไว้ สถานการณ์ค้าผู้หญิงที่อังกฤษ จะมีการเสนอขายทางอินเตอร์เน็ตให้ลูกค้าเข้าไปเลือกดูว่าจะซื้อบริการคนไหน และสั่งผ่านอินเตอร์เน็ต จากนั้นแก๊งค้ามนุษย์จะคุมตัวผู้หญิงมาให้ถึงที่พัก จนให้บริการเสร็จก็จะคุมตัวผู้หญิงกลับไป และพบว่ามีการเปิดเป็นอาบอบนวดบังหน้าเพื่อขายบริการทางเพศ"
น.ส. อุษา กล่าว และว่ามูลนิธิมีโครงการดูแลหญิงไทยที่ถูกหลอกไปขายบริการต่างประเทศ และสร้างกลุ่มผู้หญิงเหล่านี้ให้เป็นเครือข่ายในการร่วมป้องกันปัญหา แต่พบอุปสรรคผู้เสียหายไม่ค่อยกล้าและกลัวจะถูกแก๊งค้ามนุษย์ตามทำร้าย นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้หญิงอีกจำนวนมากที่ถูกหลอกไปขายในบางประเทศ ซึ่งถูกตำรวจจับกุมแล้วไม่มีกระบวนการคัดแยกเหยื่อ และผู้หญิงไม่รู้สิทธิของตัวเอง ก็จะถูกเนรเทศออกนอกประเทศนั้น โดยไม่ได้รับการช่วยเหลือ ดังนั้นหน่วยงานของไทยต้องเร่งให้ความรู้ ไม่ให้ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อ หรือมีวิธีการป้องกันตัวเองไม่ให้ ตกเป็นเหยื่อได้
ต่อมาในช่วงค่ำ นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการส่งตัวแก๊งค้ากามคนไทยขึ้นศาลที่ประจำเมืองเวสมินสเตอร์ว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอนที่เข้าไปรับฟังการดำเนินคดี สรุปได้ว่า ในชั้นนี้มีการแจ้ง 3 ฐานความผิด คือ
1.มีส่วนสมรู้ร่วมคิดในกระบวนการค้าประเวณี
2.มีการลักลอบนำบุคคลเข้ามาในสหราชอาณาจักร เพื่อผลประโยชน์ทางด้านการค้าประเวณี
3.เรื่องการฟอกเงิน
ทั้งหมดที่ขึ้นศาลวันนี้ มี 9 คน ตอนนี้ยืนยันได้แล้วว่าเป็นคนไทยทั้งหมด และเท่าที่ติดตามในศาล ทางการอังกฤษได้แต่งตั้งทนายความให้ และมีล่ามให้ครบทุกคน รวมทั้งมีสิทธิยื่นขอประกันตัวได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล และจะมีการพิจารณาคดีอีกครั้งในวันที่ 26 มิถุนายน นี้
อธิบดีกรมสารนิเทศกล่าวอีกว่า สำหรับญาติผู้ต้องหา ทั้ง 9 คน หากต้องการขอให้ทางการไทยช่วยเหลือ ถ้าอยู่ในอังกฤษให้ไปติดต่อที่สถานทูตไทยที่กรุงลอนดอน แต่ว่าถ้าอยู่ในเมืองไทย ให้มาที่กระทรวงการต่างประเทศ ที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ แต่ขอเรียนว่ามีญาติผู้ต้องหาเข้าไปเยี่ยมบางท่านแล้ว อีกประการหนึ่งคือว่าสถานทูตไทยกำลังติดต่อเพื่อขอเข้าพบผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งในชั้นนี้ยังรอคำตอบจากฝ่ายอังกฤษอยู่ เนื่องจากได้รับแจ้งว่าคุกหลายแห่งเต็ม ทำให้ต้องกระจายผู้ต้องหา 9 คน ไปอยู่ที่ 3 เรือนจำด้วยกัน ซึ่งเมื่อรู้สถานที่แล้ว เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยจะเข้าไปพบ ซึ่งญาติผู้ต้องหาคนไหนต้องการติดต่อกับญาติเราจะติดต่อให้
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |
























































ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย






























































































































มาถาม นายๆ มาจากประเทศอาไร






















































ออ หมดสภาพ นะ อาย ทั่วหน้า รัฐบาล ช่วย หน่อยจัด การ พวก นั้น หน่อยนะ เเก้ไข หน่อยนะครับ 







































































ทำให้เสียภาพพจน์หมด 



























































|