ฉันอยากรู้ทุกเรื่องในชีวิตของเธอ
เรื่องบางเรื่อง เขาอาจอยากขุดหลุมฝังไว้ในหัวใจของเขา
ในมุมมองของผู้หญิงคนหนึ่งที่เชื่อว่าเรื่องหลายๆ เรื่องในชีวิตของคนเรามักมีคำถามและคำตอบเสมอ เราอาจไม่ใช่คนตั้งคำถามระดับเขียนสัมภาษณ์ แต่เรากลับมองว่าผู้หญิงธรรมดาส่วนใหญ่มักตั้งคำถามตามที่เสียงหัวใจคิด...
แน่นอนที่ในบางคำถามดูเป็นนางเอกสุดๆ และบางคำถามก็เสมือนนางร้ายในคราวเดียวกัน อยู่ที่ว่าเราอยากรู้นั้นเขาเป็นใครถ้าเป็นผู้หญิงด้วยกัน ก็อยู่ที่ว่าความสัมพันธ์มันชัดเจนแค่ไหน
ในส่วนตัวเราแล้วถ้ายินยอมจะเป็นเพื่อนกัน ไม่ว่าจะตั้งคำถามนับร้อยนับพันเราก็ต้องรับกันได้ เราเองจะรู้ได้ว่าบางคำถามมันบั่นทอนใจเพื่อนหรือเปล่า แต่ผู้หญิงด้วยกันมักมีจิตวิทยาในการพูดคุย อย่างน้อยที่สุด ถ้าเราอยากตั้งคำถามในแบบที่เราก็ไม่ชอบตอบคำถามเหล่านั้นก็ควรถูกขุดหลุมฝังไปในหัวของความสัมพันธ์
ผู้หญิงส่วนใหญ่เป็นเพศที่อ่อนโยน รับฟังกัน และพร้อมจะเปิดเผยทุกอย่างในยามที่รู้สึกว่าไว้ใจใครสักคน ในส่วนตัวเราเองก็ไม่ค่อยตั้งคำถามกับเพื่อนผู้หญิงสักเท่าไร ไม่ใช่ไม่ใส่ใจ แต่เป็นเพราะเรามองว่าเรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ความไว้ใจในเพื่อนสักคน ที่ยินยอมจะเล่าให้ฟังกันมากกว่าเหตุผลอื่น
เหมือนที่วันดีคืนดี ฉันได้มีโอกาสนั่งคุยกับเพื่อนสนิทสองคนถึงเรื่องความรักของเธอ จากที่เมื่อก่อนเพื่อนเป็นคนที่มีแฟนเป็นผู้ชายปกติและก็มีเข้ามาเรื่อยๆ เพื่อนอีกคนถึงขณะที่กำลังตัดสินใจจะแต่งงานกับผู้ชายที่คบหาคนนั้น แต่จังหวะชีวิตบางทีก็เล่นตลกกับเรา เวลาผ่านไปหลายปี วันนี้มานั่งคุยกับเพื่อนสาวคนเดิม และในบทสนทนานั้นทำให้รู้ว่าเพื่อนกำลังคบหากับผู้หญิงด้วยกัน
ภายใต้เหตุผลสั้นๆ ที่ว่า "ในเมื่อไม่มีผู้ชายดีๆ คบแบบนี้ก็สบายใจดีนะ"
ฉันไม่ได้ตกใจ ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เพราะฉันเข้าใจเพื่อนมากกว่าหลังจากนั้นเพื่อนเห็นฉันเงียบ ฉันเลยรีบตอบเพื่อนไปว่า
"เรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับหัวใจ ไม่มีเหตุผลอื่นเลย"
แต่สำหรับผู้ชายแล้ว เขามักมีอาณาเขตกว้างใหญ่ ที่ถนัดจะเก็บมันไว้ในความทรงจำของเขาเพียงคนเดียว ไม่อยากให้ใครรุกล้ำ แต่ในมุมมองผู้หญิงแปลกไหม? ที่อยากรู้ทุกเรื่องที่ผู้ชายหลายคนกลับหวงแหน
ฉันเคยคิดกับตัวเองเล่นๆ ว่า
"พระเจ้าคงดลบันดาลให้ผู้หญิง เป็นเพศที่มีความกระหายใคร่รู้มากกว่าเพศสภาพอื่น พระเจ้าสอนให้ผู้หญิง
"ขยันตั้งคำถาม" แต่ไม่สอนให้ผู้หญิง
"ใจเย็น" สงบปากสงบคำและนิ่งเฉย กับสิ่งเร้าบางอย่าง ที่สร้างขึ้นโดยผู้ชายตรงหน้า"
จึงมิใช่เรื่องแปลกเลย ที่ผู้หญิงอยากให้ผู้ชายตอบทุกคำถามที่สาวเจ้าสงสัย และคำถามที่คุณผู้ชายเบื่อหน่ายจะตอบก็ไม่พ้นเรื่อง
แฟนเก่า การมีเซ็กส์ครั้งแรก จูบแรก เรื่องเบอร์แปลกๆ ในโทรศัพท์ รวมไปถึงเรื่องการใช้จ่ายเงินทอง เรื่องเวลาหลังเลิกงาน เรื่องการไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ฯลฯ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผู้ชายมักถูกถามแล้วอยากเดินหนีเสมอๆ หากไม่เชื่อลองถามผู้ชายข้างๆ คุณดูสิ อิอิ
เรื่องหลายเรื่องในเส้นทางของการคบหา ฉันไม่แน่ใจว่าระดับความสงสัยของผู้หญิงแต่ละคนอยู่ที่จุดไหน สำหรับบางคนมองว่าทุกคำถามต้องมีคำตอบ สำหรับบางคนบางคำถามก็ให้ตอบเลี่ยงๆ ไปได้และในบางคำถามก็ไม่เคยได้รับคำตอบใดๆ เลย ทั้งที่ภายในจิตใต้สำนึก หรือ ของผู้หญิงรู้ดีว่า"ซีรีเบรั่ม""บางคำถาม" จุกจิก ไร้เหตุผล และว่ายวนอยู่ในคำตอบเดิมๆ แต่ก็อย่างที่บอกไว้ในตอนต้น พระเจ้าดลบันดาลให้ผู้หญิงเกิดมาเพื่ออยู่และหายใจไปเพื่อสิ่งเหล่านี้ และฉันคงเป็นอีกคนที่พระเจ้าดลบันดาลให้เป็นอย่างนั้น หลายครั้งที่ฉันตั้งคำถาม แม้รู้ว่ามันจุกจิก งี่เง่า น่ารำคาญใช้ได้ แต่ความกระหายใคร่รู้ในตัวของเรามันอัดแน่นทั่วทุกอณูไปหมด
เรากลายเป็นคนขี้สงสัยขึ้นมา ทั้งๆ ที่รู้ว่าเราเป็นคนงึมงำใจเย็น และสงบปากสงบคำที่สุดแล้ว
แต่ในบางภาวะที่ผู้ชายพยายามสร้างโลกแห่งคำถามทิ้งไว้ให้เราก้าวย่างเข้าไป จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะคล้อยตามอย่างนั้น แล้วกลายเป็นคนอยากรู้ทุกเรื่องราวของผู้ชายคนที่คบหามาด้วยกัน ซึ่งพอเอาเข้าจริงๆ และได้ถอยหลังมาดูตัวเอง ได้มาทบทวนคำถามเหล่านั้น จะพบทางสว่างเองว่า...
"เรื่องบางเรื่อง ไม่ต้องรู้ ก็ได้ เรื่องบางเรื่องเขาอาจจะอยากขุดหลุมฝังไว้ในหัวใจของเขาแต่เพียงคนเดียว เรื่องบางเรื่องก็ฝเป็นโลกและอาณาเขตส่วนตัวของใครของมัน ไม่ควรก้าวข้ามเขตแดนดังกล่าว เพราะดอกผลของมันบางทีก็เจ็บปวดเกินไป..."
หากได้มานั่งนึกดูกับตัวเองจะรู้เองว่าเรื่องระหว่างทางในชีวิตเหล่านี้ดู เล็กน้อย มาก แต่บางคนก็ใช้เหตุผลนี้ เลิกรา และถอยหลังออกไปจากชีวิตของกันและกัน
ในชีวิตรัก...ตอนจบของความอยากรู้อยากเห็นเหล่านั้น มันกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าเลยใช่ไหม?
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
เขียนโดย : บุ้งกี๋สีฟ้า