
db









เมื่อวันที่ 24 เมษายน โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมทีมที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ (นายพงศกร อรรณนพพร) เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เกิดเรื่องฮือฮาตั้งแต่การประชุมยังไม่ทันเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ เนื่องจากในแฟ้มบรรจุเอกสารประกอบการประชุมของผู้เข้าร่วมประชุม มีซองสีน้ำตาลติดแสตมป์บรรจุ อยู่ในแฟ้ม เมื่อเปิดซองออกมาพบสำเนาเอกสารฉบับหนึ่งมีตราครุฑบนหัวกระดาษ ลงวันที่ 5 เม.ย. 2551 เป็นเอกสารร้องเรียนนายกรัฐมนตรี เปิดโปงพฤติกรรมการฉาวโฉ่ ของข้าราชการระดับสูงคนหนึ่ง ในหน่วยงานหนึ่งเทียบเท่าระดับกรม อยู่ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
สำหรับเนื้อหาเอกสารดังกล่าวมีใจความสำคัญดังนี้ ดิฉัน น.ส.จินตนา (นามสมมติ) เป็นข้าราชการระดับผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดภาคใต้ สังกัดหน่วยงานหนึ่งในกระทรวงศึกษาธิการ มีความทุกข์ ทรมานใจทั้งต่อตัวเอง และเศร้าใจต่ออนาคตของเยาวชนไทย เพราะในอดีตดิฉันได้ตัดสินใจผิดพลาด ด้วยการยอมพลีกายให้กับนายสมพงษ์ (นามสมมติ) ข้าราชการระดับสูงในหน่วยงานเดียวกัน เพื่อแลกกับตำแหน่งผู้อำนวยการ แต่นายสมพงษ์ไม่ได้ทำตามที่รับปากไว้
และเมื่อนายสมพงษ์ได้ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูงขึ้นไปอีก พฤติกรรมความเลวก็ยิ่งปรากฏชัดเจนขึ้น จนดิฉันต้องตัดสินใจเอาอนาคตเข้าแลก เพื่อไถ่โทษความผิดพลาดในอดีต ด้วยการทำหนังสือร้องเรียนพฤติกรรมของนายสมพงษ์ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องช่วยกันกระชากหน้ากากของนายสมพงษ์ให้สังคมได้รับรู้ และหยุดการกระทำกรรมเวรต่อบ้านเมือง
เอกสารร้องเรียนระบุด้วยว่า พฤติกรรมของนายสมพงษ์ มีดังนี้คือ
1. ชู้สาว มักมากในกาม ใช้วาจาและตำแหน่งหลอกล่อให้ข้าราชการสาว รวมถึงผู้ที่มีสามีแล้ว มายอมหลับนอนด้วย เช่นในการจัดสอบคัดเลือก ผู้อำนวยการครั้งล่าสุดช่วงต้นปี 2551 ผู้ที่สอบได้เป็นสตรี 2 รายต้องยอมสมสู่หลับนอนก่อน ถึงจะเอาข้อสอบและคำเฉลยข้อสอบมาให้
2. ข้าราชการสาวในห้องปฏิบัติการเชิงรุก และข้าราชการสาวหน้าห้องนายสมพงษ์อีก 1 คน ที่เป็นภรรยาลับ มีภารกิจหลักคือจัดสรรโครงการและงบประมาณ พร้อมทั้งเจรจาส่วนต่างเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
3. นายสมพงษ์ถูกนางใหญ่ (เลขาส่วนตัวของอดีตรัฐมนตรีคนหนึ่ง) บังคับให้หย่าขาดกับภรรยาที่ครองรักกันมาร่วม 30 ปี หลังจากได้นางใหญ่มาเป็นเมียเพื่อแลกกับการไต่เต้าสู่ตำแหน่งระดับสูงขึ้น และทุกวันนี้ก็อยู่กินกันอย่างเปิดเผย นอกจากนี้ นางใหญ่ยังให้นายสมพงษ์ใช้อำนาจหน้าที่กดดันรีดไถนำเงินมาพัฒนาสวนผักส่วนตัวที่จังหวัดหนึ่งในภาคกลาง และยังกำกับให้คนรับใช้ในบ้านไปเป็นเมียน้อย ผู้อำนวยการอีกหลายคน เพื่อใช้เป็นข้อต่อรองในการควบคุม ผู้อำนวยการเหล่านั้นให้อยู่ในโอวาท
เอกสารดังกล่าวยังระบุพฤติกรรมการทุจริตโครงการต่างๆของนายสมพงษ์ ทั้งการใช้งบประมาณสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร ปีละ 50 ล้านบาท ด้วยการจัดอีเวนต์ โปรโมตผ่านสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง แต่วัตถุประสงค์ แท้จริงคือต้องการคัดเด็กหนุ่มหน้าตาดีส่งให้พวกรักร่วมเพศ ที่เป็นผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์ดังกล่าว และยังคัดเด็กสาวหน้าตาดี ส่งให้ผู้มีอำนาจที่อยู่เหนือนายสมพงษ์ อีกทั้งยังจัดโครงการก่อสร้างอาคารแห่งหนึ่ง มูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท ทั้งที่ต้นทุนไม่เกิน 300 ล้านบาท รวมถึงการจัดซื้ออุปกรณ์ระบบปั๊มน้ำมูลค่า 85 ล้านบาท แต่ต้นทุนแค่ 18 ล้านบาท โดยให้บริษัทที่เจ้าของเป็นเพื่อนนายสมพงษ์ และ น.ส.เชอรี่ เมียรุ่นลูกอีกคน เป็นคนประสานงานระบบติดตั้งปั๊มน้ำ นอกจากนี้ ในการจัดทำแผนงบประมาณปี 2552 มีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้า 5% ในส่วนของรายการคุรุภัณฑ์ตามแผนต่างๆ โดยมีนางใหญ่ และ น.ส.เชอรี่เป็นคนเก็บเงินสด
หลังจากผู้สื่อข่าวทราบเรื่องราวดังกล่าว ก็ได้ติดต่อไปยัง น.ส.จินตนาเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง แต่ได้รับการปฏิเสธ โดย น.ส.จินตนากล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าวและไม่ได้เป็นผู้จัดทำหนังสือร้องเรียนแต่อย่างใด จะมีใครหาเรื่องเดือดร้อนทำเรื่องร้องเรียนผู้บังคับบัญชา มันเป็นไปไม่ได้
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการคนหนึ่ง ได้รับคำตอบว่า เคยได้ยินคนในกระทรวงซุบซิบนินทาเรื่องนี้เหมือนกัน ทราบว่าก่อนหน้านี้มีการทำบัตรสนเท่ห์มาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าคราวนี้ทำเป็นหนังสือร้องเรียนเลยหรือ อย่างไรก็ตาม จะติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |




















คิดว่าจริง .. เคยแว่วๆ ทำนองนี้ และเมียที่ออกนอกหน้าจู่ๆ ก็ได้สาวราวเรื่องมาแบบซุบซิบว่า ไม่ใช่ แต่หล่อนปลาบปลื้มแสดงตัวมากมาย ... ไปไปมา มา วันนึงไป
ใหม่ซะแระ ...









มันมาทำลายชื่อเสียง และภาพพจน์ของประเทศเรามากๆๆเลยนะ ตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ ครู


















ไอ้แม้วใช้เป็นประจำ





























































































































ต้องติดตามข่าวนี้ให้นะคับท่านผู้อ่านทั้งหลายน่าจะมีมูลความจริงก็เคยได้ยินมาเหมือนกันกับพฤติกรรมของผู้บริหารระดับสูง-ไม่สูงว่าเรื่องชู้สาวเพื่อไต่ระดับของตัวเอง แถวๆๆติดกับกรุงเทพนี้เพียบเลยทั้งชาย-หญิงที่เป็นผู้บริหารวิทยาลัยต่างๆๆมีแน่นอน 



































ส่วนใหญ่ที่ได้งาน และตำแหน่งระดับสูงของหน่วยงานราชการ ส่วนใหญ่มาจาก 1.รู้จักผู้ใหญ่ในหน่วยงาน 2. เด็กเส้น 3. เงินใต้โต๊ะ และข้อแลกเปลี่ยนอื่นๆ ถ้าประเทศยังมีระบบราชการแบบนี้อีก 100 ปีก็คงไม่ก้าวหน้าไปถึงไหนหรอก มีแต่ถอยหลังมากกว่า 












































ฆ่า
เลย 








มันมีมูล ก็มีขี้ เรื่องจริง ๆ สรุปแล้ว จะทำมันได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ แนะนำ ไข้โป่งมันเลย ไอ้ ตัว เลว ๆ อย่างนี้ มีไว้ ก็เป็นภัยต่อประเทศชาติ อยู่ดี 


























































|
|