









ชะตากรรมชีวิตอันน่าสงสารของอดีตนางเอกหนัง นักแสดงรุ่นใหญ่ ลินดา ค้าธัญเจริญ วัย 52 ปี ที่เผชิญเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ป่วยเป็นมะเร็งบริเวณโคนลิ้น ต้อง เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพและมะเร็งร้ายได้ลุกลามไปถึงต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอ ทำให้พูดไม่ได้และมีเลือด ออกที่คอตลอดเวลา อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกัดลิ้น ตัวเอง ขณะที่ลินดาป่วยเป็นอัมพาตซีกซ้ายเมื่อ 4 ปี ที่แล้ว และล่าสุดมะเร็งได้ลุกลามอยู่ในระยะที่ 4 แล้ว โดยเรื่องราวของอดีตนางเอกคนดังได้สร้างความรู้สึกสงสารให้กับแฟนหนังแฟนละครของลินดาและบุคคลทั่วไปอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ผู้สื่อข่าวไปดูอาการของ ลินดา ซึ่งพักรักษาตัวที่ห้อง 1121 โรงพยาบาลกรุงเทพ พบว่าลินดามีสีหน้าแจ่มใส พยาบาลกำลังประคบเย็นบรรเทาความปวดบริเวณลำคอ และแม้จะพูดไม่ได้ แต่ลินดา ก็ยังกระวีกระวาด รีบหยิบกระดาษขึ้นมาเขียนข้อความถามผู้สื่อข่าวว่ามาจากไหน ทั้งยังฝากความคิดถึงไปยัง คนที่ลินดารู้จัก อาทิ นิด-อรพรรณ วัชรพล บิ๊กบอสโพลีพลัส และยังเขียนข้อความเล่าว่ารับประทานอาหารไม่ได้ แพทย์ต้องเจาะให้อาหารสายยางเข้าทางจมูกไปยังกระเพาะอาหาร ช่วงกลางคืนนอนไม่หลับเพราะปวดบริเวณก้อนเนื้อมาก ต้องฉีดยาคราวละ 3-4 เข็ม แต่ก็ยังไม่หาย
จนตอนนี้ตัวมีแต่รูเข็มเต็มไปหมด ซึ่งระหว่างเขียนหนังสือ ลินดา ดูมีอารมณ์ดีแม้จะมีอาการเจ็บเป็นระยะ ทั้งยังเขียนบอกว่าไม่อยากให้สื่อเอาภาพที่ตนกำลังบ้วนเลือดแพร่ออกไปจะดูไม่ดี นอกจากนี้ ยังบอกว่าแพทย์เตรียมจะผ่าตัดใหญ่ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่ามีคนให้ กำลังใจมากและฝากอวยพรให้หายป่วยโดยเร็ว ซึ่งลินดา ก็เขียนข้อความตอบว่า ขอบคุณทุกคนมาก
นางโสภา นะรัยรัมย์ ผู้ดูแลลินดาอย่างใกล้ชิดมากว่า 2 ปี เผยว่า ลินดาเป็นคนมีจิตใจเข้มแข็ง วันแรกที่เข้ามารักษาที่ โรงพยาบาลกรุงเทพคือเมื่อวันที่ 22 เมษายน ยังหน้าซีด ไม่มีแรง แต่ตอนนี้ดูดีขึ้น วินาทีที่แพทย์ได้แจ้งกับลินดาเมื่อวันที่ 23 เมษายน ว่า ลินดาเป็นมะเร็งระยะที่ 4 แล้ว ญาติที่มาเฝ้าไข้รวมถึง ตุ๊ก-เดือนเต็ม สาลิตุล ดารารุ่นเดียวกันซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ถึงกับหยุดนิ่งอึ้งรวมทั้งตัวลินดาเอง แต่ลินดาก็ยังมีกำลังใจสู้กับโรคร้าย อย่างเต็มที่ ไม่แสดงอาการท้อแท้ออกมา
ต่อมาเวลา 14.15 น. นายแพทย์สมศักดิ์ หวานกิจเจริญ แพทย์เจ้าของไข้ ได้แถลงถึงอาการของลินดาว่า ก้อนเนื้อร้ายบริเวณลิ้นของลินดามีขนาด 3.5 ซม. เชื้อมะเร็งกินขยายไปบริเวณโคนลิ้นทางด้านหลัง มีบางส่วนกินที่พื้นปากทำให้ขยับลิ้นได้น้อยลง รวมทั้งพบที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ อาจเป็นเนื้อร้ายที่กระจาย การที่เนื้อร้ายกินพื้นที่ปากถือว่าเป็นระยะที่ 4 แต่ยังให้การรักษาได้โดยการผ่าตัด ในวันเสาร์นี้ เวลา 14.00 น. ตาม ด้วยการฉายแสงและให้เคมีบำบัด โดยแพทย์จะผ่าตัดก้อนเนื้อร้ายออกให้หมด รวมทั้งต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอส่วนหนึ่งและเอาเนื้อเยื่อร่างกายมาซ่อมเป็นลิ้น
คาดว่าเป็นเนื้อเยื่อบริเวณต้นแขนข้างซ้ายที่ตอนนี้ขยับไม่ได้ แต่สภาพผิวเนื้อยังดี การผ่าเอาเนื้อเยื่อมาเป็นลิ้น ทำเพื่อให้คนไข้พูดได้ แต่อาจจะไม่เหมือนคนปกติ และช่วยให้กลืนอาหารทางปากได้ แม้การรับรสจะบกพร่องไปส่วนหนึ่ง ส่วนการอัลตราซาวด์วันนี้ ทำเพื่อดูว่ามะเร็ง กระจายไปยังอวัยวะอื่นหรือไม่ หากลุกลามมาก แพทย์ต้องพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง แต่จนถึงขณะนี้การขยายตัวของมะเร็งของลินดานั้นรวดเร็วในเวลาเพียง 1 เดือนกว่า แพทย์แนะนำให้ผ่าตัดโดยเร็วที่สุด ซึ่งการผ่าตัดไม่ อันตราย แต่อาจมีอันตรายหากมีอาการแทรกซ้อน
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามตุ๊ก-เดือนเต็ม สาลิตุล และตุ๊ก-ดวงตา ตุงคะมณี เพื่อนสนิทของลินดา ที่มาเยี่ยมอาการของลินดา ถึงเรื่องเงินที่มีผู้บริจาคช่วยเหลือลินดาเมื่อครั้งป่วยเป็นอัมพาต ที่หมดไปอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นประเด็นสร้างความเคลือบแคลงให้สังคม ซึ่งตุ๊ก-ดวงตา และตุ๊ก-เดือนเต็มได้พยายามชี้แจงจนเกิดความไม่เข้าใจกันเล็กน้อยขณะให้สัมภาษณ์ หลังจากได้พูดคุยกันเองพักใหญ่ ทั้งสองคนก็มีความเข้าใจตรงกันและร่วมกันเผยว่า
เป้าหมายแท้จริงของทุกคนคือการช่วยเหลือ ลินดาจากความผิดพลาดเมื่อคราวลินดาล้มป่วยครั้งก่อน ทำให้ขณะนี้เงินช่วยเหลือจากคราวก่อนเหลือน้อยมาก เนื่องจากการจัดการที่ไม่ดี คราวนี้จึงอยากให้มีคนจัดการเรื่องเงินอย่างดี ให้เป็นเรื่องเป็นราวเพื่อให้ชัดเจน ขณะนี้ค่าใช้จ่ายในการรักษายังไม่เพียงพอ อยากให้แฟนๆของลินดาและผู้มีจิตศรัทธานึกถึงวันที่ลินดาเคยเป็นดาราให้ความสุขกับประชาชน และร่วมบริจาคเงิน ผ่านบัญชี นางลินดา ค้าธัญเจริญ ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อย รามคำแหง 28 บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 243-0-547568 หรือติดต่อช่วยเหลือค่ารักษาตัว ที่ รพ.กรุงเทพก็ได้ ทั้งยังวอนให้ผู้มีจิตศรัทธาไว้ใจในการจัดการเงินช่วยเหลือครั้งนี้ว่าจะถึงมือลินดาจริงๆ
ทั้งนี้ อดีตนางเอกหนัง ลินดา ค้าธัญเจริญ ป่วยเป็นอัมพาตซีกซ้ายมากว่า 4 ปี จากสาเหตุเส้นเลือดในสมองแตก หลังออกจากโรงพยาบาลได้มาพักรักษาตัวที่บ้านและโรงพยาบาลต่อเนื่อง จนเมื่อวันที่ 2 เมษายน ลินดาเดินทางไปตรวจร่างกายที่ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เนื่องจากมีอาการเจ็บคอและมีเลือดออก แพทย์พบว่าเป็นก้อนมะเร็ง คาดว่าเกิดจากการกัดลิ้นอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นแผล จากนั้นอาการได้กำเริบขึ้น จนผู้ดูแลต้องนำตัวเข้ารักษาที่ โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อวันที่ 22 เมษายน และพบว่ามะเร็งร้ายได้ลุกลามถึงขั้นที่ 4 แล้ว
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
![]()









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |












































































































































































































































































































































































































