









เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 เมษายน ที่ห้องประชุมปาหนัน กองบังคับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส พ.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส และกำลังตำรวจทหาร ร่วมแถลงข่าวผลการสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและฝ่ายปกครองจำนวน 1,000 นาย โดยใช้กฎอัยการศึกในการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 100 จุดในพื้นที่ 13 อำเภอ เมื่อเวลา 05.30 น.วันเดียวกัน หลังสืบทราบกลุ่มผู้ไม่หวังดีมีการเคลื่อนไหวประชุมวางแผน ซุกซ่อนอาวุธ สะสมเพื่อเตรียมก่อเหตุร้ายขึ้นในพื้นที่โดยผลการตรวจค้นเป็นเวลานานกว่า 4 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 12 คน พร้อมของกลางรถยนต์กระบะอาวุธปืนสงคราม เอ็ม 16 อาวุธปืนยาวอัดลมและอาวุธปืนพกสั้น รวม 5 กระ บอก พร้อมด้วยยาเสพติดและเงินของกลาง รวมทั้งเสื้อผ้าทหารและรองเท้าคอมแบต โดยแยกผลการปฏิบัติหน้าที่ดังนี้
พื้นที่ อ.เมืองนราธิวาส จับกุมผู้ต้องหาความมั่นคงและยาเสพติดได้ 5 ราย ประกอบด้วย 1.นายชัยวุฒิ พรหมภักดี พร้อมของกลางที่ซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์กระบะ คือ อาวุธปืน เอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน 54 นัด ซองกระสุนเอ็ม 16 จำนวน 3 ซอง อาวุธปืนพกสั้น .38 จำนวน 1 กระบอก กระสุน 6 นัด อาวุธปืนพกสั้น .22 จำนวน 1 กระบอก กระสุน 4 นัด ยาบ้า จำนวน 50 เม็ด เจ้าหน้าที่ได้จับกุมขณะทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนถนนสุริยะประดิษฐ์ ต.บางนาค อ.เมืองนราธิวาส 2.นายมูฮำมัด อาแซ อายุ 25 ปี 3.นายมะยาโก๊ะ ยูโซ๊ะ อายุ 30 ปี 4.นายแวหะมะ บินสาและ อายุ 57 ปี และ 5.นายดอเลาะ อุเซ็ง อายุ 30 ปี พร้อมของกลางยาบ้าและกัญชา พร้อมเงินสด 15,800 บาท
พื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จับกุมผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงได้ 1 คน คือ นายอุสมาน หะยีดอเลาะ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 159 ม.8 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยตามหมาย พ.ร.ก.ที่ ฉฉ.10/2551 พร้อมของกลาง เบื้องต้นตรวจสอบแล้ว พบสารระเบิด 3 ชนิดตามร่างกาย คือ ไดนาไมต์ ทีเอ็นทีและอาร์ดีเอ็กซ์
พื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล จ.พัทลุงได้ 1 คน และผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงได้ 1 คน รวม 2 คน ประกอบด้วย 1.นายสุรินทร์ สามะ อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล จ.พัทลุง ที่ จ.109/2551 ลงวันที่ 13 มี.ค. 51 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ขณะพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักเลขที่ 47 ม.4 ต.มูโน๊ะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส 2.นายภานุช มาหะมะ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 ม.3 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคง เจ้าหน้าที่จะส่งตัวขยายผลที่ศูนย์เสริมสร้างความสมานฉันท์ จ.ปัตตานี
พื้นที่ อ.แว้ง ผู้ต้องหายาเสพติด 2 คน คือ 1.นายอาสาฮา ดือเระ และ 2.นายไฟศอล ดอเลาะ จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 190 ม.3 ต.แว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส พร้อมของกลางอาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ยาเม็ดแอมปราโซแลม จำนวน 23 เม็ด
พื้นที่ อ.บาเจาะ ตรวจยึดของกลางได้ 7 รายการ ที่บ้านพักหลังหนึ่งไม่มีเลขที่ ประกอบด้วย รองเท้าคอมแบต กระติกน้ำเดินป่า ถ่านไฟฉาย 9 โวลต์ โทรศัพท์มือถือ นาฬิกาดิจิตอล เปลสนามและตัวเรือนนาฬิกา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ เนื่อง จากเป็นอุปกรณ์ประกอบระเบิดแสวงเครื่อง
พื้นที่ อ.สุคิริน จับกุมผู้ต้องหายาเสพติดได้ 2 คน คือ 1.นายมะสกรี และ 2.นายสุกิพลี หะยีมะเก๊ะ 2 พี่น้อง ได้ที่บ้านเลขที่ 133 ม.2 ต.ร่มไทร อ.สุคิริน จ.นราธิวาส พร้อมของกลาง 10 รายการ คือ 1.อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก 2.อาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก 3. ลูกระเบิดซ้อมขว้าง 1 ลูก 4.ดาบปลายปืน เอ็ม 16 จำนวน 1 เล่ม 5.ดินประสิว 1 ถุง 6.แก๊ปประทัด 1 แผง 7.กัญชาแห้ง 1 ห่อ 8. อุปกรณ์การเสพกัญชา 9.เงินสด 11,400 บาทและ 10.ปลอกกระสุนปืน ขนาด 7.62 จำนวน 1 ปลอก ส่วนพื้นที่ อ.ศรีสาคร รือเสาะ ระแงะ จะแนะ ตากใบ ยี่งอและ อ.สุไหงปาดี เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีต่างๆ ได้ เนื่องจากไหวตัวทันหลบหนีไปได้
เวลา 10.30 น. พล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผอ.กอ.รมน.ภาค 4 วิทยุด่วนแจ้งเตือนให้กองกำลังผสม ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ให้ระวังป้องกันสถานที่ราชการ ย่านชุมชน และสถานบันเทิงต่างๆ ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประกอบด้วย สงขลา ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส
ทั้งนี้ รายงานจากหน่วยข่าวความมั่นคงในพื้นที่แจ้งว่า แนวร่วมขบวนการบีอาร์เอ็นโคออดิเนต กลุ่มอาร์เคเคของนายมะแซ อุเซ็ง มีเป้าหมายในการก่อความไม่สงบขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน ซึ่งเป็นวันครบรอบปีที่ 4 ของเหตุการณ์ฆ่าหมู่ที่มัสยิดกรือเซะเมื่อวันที่ 28 เม.ย.2547 และที่อื่นๆ ที่มีกลุ่มผู้เสียชีวิตรวม 185 ศพ เพื่อ เป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ รวมทั้งเป็น การปลุกเร้าสมาชิกของขบวนการให้ลุกขึ้นมาต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ
หน่วยข่าวความมั่นคงแจ้งอีกว่า มีเยาวชนกว่า 2,000 คน ที่เดินทางออกจากหมู่บ้านไปฝึกการก่อการร้ายกับขบวนการบีอาร์เอ็นเมื่อกลางเดือนมี.ค.ทยอยเดินทางกลับเข้าพื้นที่ เพื่อเตรียมรับคำสั่งการก่อการร้ายจากนายมะแซ อุเซ็ง รวมทั้งมีการพบนายเจ๊ะกูแม ปูเต๊ะ ประธานขบวนการ
มูจาฮีดีนอิสลามปัตตานี และนายนาซอรี เซ๊ะเซ็ง หรือ "อาแว แฆและ" หัวหน้าครูฝึกการก่อการร้าย ที่ปรากฏตัวอยู่ในพื้นที่ อ.บาเจาะ และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งเชื่อว่าบุคคลทั้งสองเข้ามาพบกับแกนนำในพื้นที่ เพื่อสั่งการก่อการร้ายในครั้งนี้
เวลา 17.20 น. พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนถูกยิงเสียชีวิตอยู่บนถนนทางลัดสายบ้านเงาะกาโป-เขื่อนบางลาง บ้านตือระ หลังรับแจ้งเหตุจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมด้วยนายยืนยง คิดถูก ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันอำเภอบันนังสตา จ.ยะลา
ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน กยย 102 ยะลา ล้มคว่ำอยู่ ห่างกันพบศพชายนอนอยู่บนถนน ที่บริเวณศีรษะ แขนซ้าย แขนขวา ขาซ้าย และขาขวา ถูกตอกด้วยตะปูขนาด 6 นิ้ว จุดละ 1 ตัว ท่ากางแขนกางขา ลักษณะเหมือนถูกตรึงด้วยไม้กางเขน และบริเวณศีรษะถูกยิงด้วยอาวุธปืนจำนวน 1 นัด ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายอาดือนัน มะยีแต อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นราษฎรในพื้นที่ ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี แต่มาอาศัยอยู่กับมารดาชื่อนางตะปีเย๊าะ แมรี ที่บ้านเลขที่ 165 ม.8 บ้านตือระ ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายอาดือนันขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนตัวกลับจากตลาดนัดอำเภอบันนังสตา เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ มีคนร้ายซึ่งคาดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 4 คน ขับรถตามประกบก่อนที่จะใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม. จ่อยิงเข้าบริเวณท้ายทอย 1 นัด จากนั้นกลุ่มคนร้ายนำตัวนายอาดือนัน มาวางไว้บนถนนสภาพหงายหน้าก่อนที่จะใช้ตะปูตอกเข้าไปตามจุดต่างๆ อย่างเหี้ยมโหด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มคนร้ายในพื้นที่
ข้อมูลและภาพประกอบจาก









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |






































เออใช่ส่งใอ่คุนพ่อปากดีกะลูกๆไปจัดการหน่อยดิ ได้ยศกลับมาแล้วนิ 



































เป็นใครถึงเขียนอย่างนั้น หรือ
เป็นพวกเดียวกันไอ
แขก







































































































































" ซึ่งถือว่าสูงมาก มีนามว่า "ตวน
อับดุลยะลา" ซึ่งมีชื่อเป็นไทยว่า นายอดุลย์ ณ สายบุรี


















้เอาเอกราชคืนมา






































































































































