









ทำไมต้อง"กวดวิชา" มุมมองของเด็กมัธยม
สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงการคัดเลือกเด็กเข้าสู่การศึกษาในระดับอุดมศึกษา จากการสอบเอ็นทรานซ์ มาสู่ระบบแอดมิชชั่น มาจากปัญหาเด็กให้ความสำคัญกับการศึกษาในห้องเรียนน้อยลง เด็กส่วนมากต่างก็ไปเรียนกวดวิชา เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น และศักยภาพของตัวเองในการสอบเอ็นทรานซ์ ในขณะที่กระทรวงศึกษาธิการมองว่า การที่เด็กไปให้ความสนใจกับโรงเรียนกวดวิชา จนทิ้งห้องเรียนในเทอมสุดท้าย การเรียนกวดวิชา ยังเน้นเด็กจำข้อสอบ มากกว่าจะสอนให้รู้จักการคิดวิเคราะห์ นอกจากนั้นเด็กที่มีเงินกลายเป็นเด็กที่มีโอกาสเข้าสู่มหาวิทยาลัย มากกว่าเด็กจากต่างจังหวัด และเด็กที่ยากจนไม่มีโอกาสเข้าเรียนกวดวิชา
สำหรับเด็กมัธยมรุ่นใหม่ที่กำลังเตรียมตัวสอบ เพื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัย ต่างก็มองการไปเรียนกวดวิชาแตกต่างกันออกไป
อย่าง "น้องหลิน" น.ส.จิณฑ์จุฑา ตั้งทิปต์ธันว์ธนะ นักเรียน ม.4 ร.ร.หอวัง มองว่า ตอนนี้รัฐบาลกำลังคิดผิดว่าถ้ามี GPA แล้วจะทำให้เด็กตั้งใจเรียนในห้องมากขึ้น กลายเป็นว่าเด็กยิ่งไปเรียนพิเศษกันมากกว่าเดิม เพื่อจะให้คะแนนในห้องดีขึ้น มันทำให้เด็กกดดันกันมากกว่าเดิม
"สถาบันกวดวิชายังบอกเลยว่า ตั้งแต่มี GPA รายได้ดีขึ้นเยอะมาก เพราะปกติจากที่เรียนกันแค่ ม.6 เพื่อเอ็นทรานซ์ แต่ตอนนี้ต้องเรียนทุกปี เริ่มตั้งแต่ ม.4 เรียนในห้องบางครั้งอยู่ที่คะแนนเก็บ ถ้าเราเรียนสบายๆ แล้วอ่านหนังสือไปด้วย แต่มาเครียดปีเดียวแล้วสอบปีสุดท้ายเลยมันจะดีกว่า เรียนกวดวิชาต่างกับเรียนในห้อง กวดวิชาจะมุ่งเน้นให้เราสอบเข้า มีเทคนิคให้เราทำข้อสอบได้มากกว่า ความรู้ที่ได้จากกวดวิชาอาจจะดีกว่าเพราะเนื้อหามันเจาะลึกลงไปด้วย"
นายณัฐกิตต์ สิงห์โต หรือ"บิว" ชั้นม.6 ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา กล่าวว่า การเรียนในห้องเราฟังเนื้อหาที่จะเรียนจากอาจารย์ พยายามทำความเข้าใจกับเนื้อหาที่อาจารย์สอน เป็นตามหลักสูตรที่มีมา ส่วนการเรียนกวดวิชาเหมือนเป็นการเรียนเสริมจากสิ่งที่เราเรียนในห้องแล้วไม่เข้าใจ คิดว่าการเรียนในห้องเรียนก็มีความสำคัญกับเรา เพราะถ้าเราเรียนในห้องเข้าใจ ทบทวนเป็นประจำ ก็สามารถทำความเข้าใจกับเนื้อหาได้โดยที่ไม่ต้องเรียนพิเศษ
นายฤทธิพงศ์ มหารักขกะ หรือ โป๊ด ปี 1 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า คิดว่าการเรียนพิเศษมีความสำคัญต่อการสอบเอ็นทรานซ์ ส่วนตัวคิดว่าไม่เกี่ยวกับกระแสค่านิยม แล้วแต่ว่าใครจะเรียนหรือไม่เรียน บางคนก็โดนบังคับ การเรียนในห้องดีกว่า เพราะรู้ตามหลักสูตรในโรงเรียน แต่ที่เรียนพิเศษก็เพื่อเสริมความรู้ คิดว่าปัจจุบันการเรียนในห้องก็เพียงพออยู่แล้ว ถ้าเราเข้าใจ
"น้องควีน" น.ส.ณิชารีย์ จิระสมบูรณ์โชค เด็กม.4 ร.ร.สตรีวิทยา บอกว่า แล้วแต่บุคคลว่าจะเรียนหรือไม่ ถ้าเรียนในห้องรู้เรื่อง ก็ไม่จำเป็นต้องไปเรียนพิเศษ การเรียนพิเศษเหมือนกับไปเรียนเสริมให้มันดีขึ้น มีผลดีตรงที่ได้วิชาลัด ทำให้แม่นขึ้น แต่ความสำคัญเรียนในห้องสำคัญกว่า
เป็นอีกหลายๆความเห็นจากเด็กที่ผู้ใหญ่ควรรับฟัง









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |
















|