
"พงษ์เทพ" เปิดตัวมูลนิธิ111ไทยรักไทย ในฐานะหัวหน้ามูลนิธิ ขณะที่ "ทักษิณ" เป็นที่ปรึกษาฯ ยันไม่มีวัตถุประสงค์เคลื่อนไหวทางการเมือง บรรยากาศการเปิดตัวมูลนิธิ 111 ไทยรักไทย ได้มีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ร่วมงานกันอย่างคึกคัก ที่โรงแรมเซ็นทารา ลาดพร้าว
โดยนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ในฐานะประธานมูลนิธิ111 ไทยรักไทย ได้กล่าวเปิดงานในวันนี้ (2 พฤษภาคม) ว่า คติในการทำงานคือเราไม่ต้องไปจดจำบุญคุณที่คนอื่นทำให้ แต่ต้องไม่ลืมบุญคุณของคนอื่น ซึ่งเชื่อว่าทุกคนคงจำเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 30 พ.ค.50 ว่าเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าเป็นวันที่วงการกฎหมายไทย คงไม่ภูมิใจ ในการที่จะบอกกับสังคมโลกว่าเกิดอะไรขึ้น ที่มีการจำกัดบทบาทให้กฎหมายมีผลย้อนหลังซึ่งพวกเราต้องเปลี่ยนบทบาทที่ต้องทำ แต่อย่างหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนคือ หัวใจคือประชาชน จึงมาร่วมกันทำงานเพื่อประชาชนต่อไป
ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าการรวมตัวเพื่อที่จะเคลื่อนไหวทางการเมือง ก็ขอยืนยันว่าหากพวกเราจะเคลื่อนไหวในทางการเมืองคงไม่มาทำมูลนิธิ แต่คงไปทำรูปแบบอื่นเช่นชมรมหรือกลุ่ม ซึ่งการทำมูลนิธิต้องไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่เป็นการทำเพื่อตอบแทนบุญคุณของประชาชนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ซึ่งตนขอให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจของพวกเรา
ขณะที่พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ กล่าวว่า วันที่ทราบข่าวเรื่องคำตัดสินยุบพรรค ตนอยู่ต่างประเทศก็รู้สึกผิดหวังนอนไม่หลับก็ลงมาเดินจงกรม ซึ่งตนเชื่อว่าทั้ง 111 คนมีความรู้สึกร่วมกัน พยายามจะอดทนแต่สิ่งที่เราเคยทำก็ยังอยู่เพราะไปไหนประชาชนก็ยังมาทักทายแม้แต่ในต่างประเทศยังมีคนชวนไปทานข้าว ให้ไปพักด้วย ตนแม้จะถูกตัดสิทธิ์แต่ก็ยังทำหน้าที่พลเมืองที่ดีของประเทศได้
นายวราเทพ รัตนากร กล่าวว่า ขอขอบคุณคนก่อตั้งมูลนิธิ ทำให้คนตั้งใจทำงานทางการเมือง สามารถทำได้อย่างเปิดเผยไม่ต้องทำอย่างลับๆหรือต้องทำอยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ตามเมื่อถูกตัดสิทธิ์จะ 5 ปี หรือกี่ปีตนสามารถรอได้
นายสรอรรถ กลิ่นประทุม กล่าวว่า 2 ปีที่ผ่านมาถูกกระแนะกระแหน ทำให้เป็นพลเมืองชั้น 2 ไปลงคะแนนเลือกตั้งท้องถิ่นยังไม่ได้ ทำอะไรก็ถูกกระแนะกระแหน แต่ก็ยังดีใจเวลาไปเดินชุมชนยังมีคนมาทัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับวัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้งมูลนิธิ111 ไทยรักไทย มีทั้งหมด 6 ข้อ
1. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมตามรอยพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศ์ศานุวงศ์ทุกพระองค์
2. ดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารรประโยชน์การกุศลและสนับสนุนด้านกีฬา การศึกษา สาธารณสุข
3. ศึกษาค้นคว้าเสนอยุทธศาสตร์และกำหนดเเผนปฏิบัติการณ์เพื่อการพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกิจสังคม และด้านการศึกษา
4. ให้ความร่วมมือส่วนราชการองค์กรการกุศลอื่นๆ ให้เกิดการบูรณาการสร้างสังคมให้เข้มแข็ง พัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน
5. สนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและพัฒนากฎหมายให้สอดคล้องกับหลักนิติรัฐ นิติธรรม
6. ไม่ดำเนินการเเกี่ยวข้องกับการเมือง
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะที่ปรึกษามูลนิธิ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการเปิดมูลนิธิ ที่จัดพิมพ์ในเอกสารแผ่นพับ ว่า"วันนี้เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมคนไทย ที่เป็นกำลังสำคัญของชาติ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตให้มีความรู้ความสามารถและเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะการเป็นสังคมฐานความรู้ซึ่งแข่งขันกันด้วยสมองมนุษย์ กุญแจสำคัญที่จะสามารถสร้างประเทศไทยให้มั่นคงแข็งเเกร่งได้อย่างยั่งยืนคือการสร้างทุนทางปัญญา"
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
![]()





