












เตียงผีเงินล้านวัดสวนแก้ววุ่น หลังพระพยอมทำพิธีมอบทรัพย์สินซุกเตียงบริจาค เป็นเงินล้านกว่าบาท ทองหนัก 10 บาท และนาฬิกาโรเล็กซ์แก่ทายาทเจ้าของ กลุ่มอ้างตัวเป็นเจ้าของอีกรายโผล่วัดซักทั้งพระทั้งโยมเคร่งเครียด ขู่แจ้งตร.และฟ้องศาลพิสูจน์หลักฐาน 2พี่น้องโชว์ใบซื้อขายโรเล็กซ์จากฝรั่งเศส และหลักฐานลายเซ็นพนักงานธนาคารในสายรัดแบงก์ เป็นหลักฐานมารับทรัพย์สินที่พ่อแม่ซุกไว้หัวเตียงก่อนตาย
เมื่อเวลา 10.00 นาฬิกา วันที่ 5 พฤษภาคม ที่วัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่วัดนำทรัพย์สินที่พบซุกซ่อนอยู่ในเตียงไม้โบราณซึ่งมีผู้บริจาคให้กับวัด ประกอบ ด้วยเงินสด 1,190,000 บาท ทองรูปพรรณหนัก 10 บาท พระเลี่ยมทอง และนาฬิกาโรเล็กซ์ โดยแบ่งแยกเงินสดไว้ในพาน 1 ชุด ทองรูปพรรณอีก 1 ชุด รวมเป็น 2 พาน ให้สื่อมวลชนและญาติโยมร่วมเป็นพยาน เพื่อมอบคืนให้กับนายรุ่งโรจน์ ไตรรสโสภณ อายุ 36 ปี และนางวัลลภา นฤนาถวานิช อายุ 41 ปี พี่สาว ทายาทเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าว ซึ่งเสียชีวิตไปนานหลายปีแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนมอบทรัพย์สินคืนให้กับ 2 พี่น้องทายาทเจ้าของ คณะกรรมการวัดสวนแก้วประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางใหญ่มาดูแลความสงบเรียบร้อย เนื่องจากมีประชาชนมาทำบุญเป็นจำนวนมาก โดยระหว่างรอทายาทเจ้าของทรัพย์สินเดินทางมาที่วัดสวนแก้ว พระพยอมกล่าวชี้แจงกรณีมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์พระพยอมเป็นพระลวงโลกว่า อาตมาอยากชี้แจงว่าช่วงหลังมานี้ทางวัดสวนแก้วมักมีข่าวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง บางคนมองว่าพระ พยอมจ้างสื่อโปรโมตวัดสวนแก้วบ้าง หรือพระ พยอมเป็นพระลวงโลกบ้าง สารพัดต่างๆนานา
เจ้าอาวาสวัดสวนแก้วกล่าวอีกว่า อาตมาอยากชี้แจงว่าวัดสวนแก้วไม่จำเป็นต้องจ้างสื่อโปรโมต เพราะ ทุกวันนี้ญาติโยมก็มาทำบุญมากอยู่แล้วจนวัดต้องสร้างที่จอดรถสูง 4 ชั้น เหมือนกับห้างสรรพสินค้า เพื่อรองรับญาติโยมที่มาวัดสวนแก้ว ส่วนที่กล่าวหาว่าพระพยอมลวงโลกนั้น อยากบอกว่า ถ้าวัดสวนแก้วและพระพยอมลวงโลกคงจะได้เงินจำนวนมากกว่าการสร้างพระสมเด็จเหนือหัวของเสี่ยอะไรบางคนอีก จึงอยากชี้แจงให้ทราบโดยทั่วกัน
จากนั้นพระพยอมให้เจ้าหน้าที่วัดนำ 2 พี่น้องทายาทเจ้าของทรัพย์สินเข้ามานั่งใกล้ๆเพื่อทำพิธีส่งมอบทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่าล้านบาท แต่ระหว่างนั้นนายณรงค์ จารุจุฑา อายุ 50 ปี นายสุวิทย์ มณีวงศ์ตระกูล อายุ 62 ปี และญาติๆที่มาจากย่านเจริญนคร ฝั่งธนบุรี กทม. ลุกขึ้นซักถามพระพยอมเกี่ยวกับการตรวจสอบที่มาที่ไปของทรัพย์สินดังกล่าวว่าละเอียดรอบคอบถูกต้องหรือไม่ในการตัดสินว่าใครเป็นเจ้า ของทรัพย์สินที่แท้จริง
นายสุวิทย์ซักถามอย่างเคร่งเครียดว่าของบริจาคชิ้นนี้รับบริจาคเดือนอะไร ปีอะไร เพราะเท่าที่เป็นข่าวออกไปเห็นว่าตอบไม่ตรงกันเลยสักครั้ง พระ พยอมตอบว่าข่าวที่ออกไปก็เป็นไปตามนั้น ก่อนจะเรียกนายรุ่งโรจน์กับนางวัลลภาออกมาแสดงหลักฐานเพื่อยืนยันกับนายสุวิทย์และญาติๆ
นางวัลลภากล่าวว่า ก่อนหน้านี้มารดาป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ส่วนพ่อเส้นโลหิตในสมองตีบนอนเป็นอัมพาตอยู่หลายปี ระหว่างนั้นตนแต่งงานมีครอบครัวและแยกออกไปอยู่ต่างหาก ส่วนนายรุ่งโรจน์ น้องชายอยู่ที่บ้านจนบิดาเสียชีวิต ขณะที่ตนหลังจากแต่งงานมีครอบครัวก็ไปเยี่ยมมารดาเป็นประจำ เนื่องจากต้องพาไปรักษาอาการป่วยจนไม่มีเวลาสอบถามหาทรัพย์สมบัติอะไร เพราะพวกตนมีกันแค่ 2 คนพี่น้อง กระทั่งมารดาต้องเข้าทำคีโมแล้วอาการทรุดก่อนจะเสียชีวิตในที่สุด
นางวัลลภากล่าวอีกว่า ระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่มารดาเคยพูดกับตนว่าค่ารักษาพยาบาลเดี๋ยวแม่จะช่วยออกเพราะมีเงินเก็บอยู่ที่หัวเตียง ด้วยความสัตย์จริงตนไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเตียงนอนดังกล่าวจะมีช่องลับอยู่หัวเตียง เพราะเห็นแต่ตู้โชว์ตรงหัวเตียงนอนเท่านั้น
นางวัลลภากล่าวว่า ต่อมาน้องชายบริจาคเตียงหลังดังกล่าวให้กับวัดสวนแก้วโดยไม่ทราบว่าพ่อและแม่เก็บทรัพย์สมบัติไว้ในช่องลับตรงหัวเตียง เมื่อได้รับการติดต่อจากทางวัดจึงเดินทางมาและแจ้งรูปพรรณสัณฐานของทรัพย์สินแก่ทางวัด หลักฐานที่สามารถยืนยันการเป็นเจ้าของคือใบซื้อขายนาฬิกาโรเล็กซ์ ซึ่งตนซื้อมาจากประเทศฝรั่งเศส ราคาประมาณ 120,000 บาท เนื่องในวันคล้ายวันเกิด เพราะมีเลขตัวเครื่องและรหัสซื้อขายตรงกัน หลักฐานอีกอย่างคือลายเซ็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทย สาขากิ่งเพชร ที่เซ็นกำกับลงบนสายรัดธนบัตร
หลังจากนางวัลลภาชี้แจงจบได้เก็บทรัพย์สินดังกล่าวใส่กระเป๋าผ้า โดยมีนายรุ่งโรจน์ น้องชายช่วยดูแลอยู่ข้างๆ พร้อมกันนี้พระพยอมได้เรียกเจ้าหน้าที่วัด 4 คนที่นำรถของวัดไปรับเตียงบริจาคดังกล่าวมายืนยัน นายรุ่งโรจน์มอบเงินให้กับเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 คนๆละ 1 หมื่นบาทเป็นรางวัล และมอบเงินเป็นทุนการศึกษาของเด็กวัดสวนแก้วอีก 3 แสนบาท จากนั้นนางวัลลภาและนายรุ่งโรจน์ขอตัวไปถวายสังฆ ทานอุทิศส่วนกุศลให้กับบิดามารดา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนางวัลลภาและนายรุ่ง โรจน์ถวายสังฆทานเสร็จแล้ว นายรุ่งโรจน์นำหลักฐานใบซื้อขายนาฬิกาโรเล็กซ์ซึ่งพี่สาวซื้อตอนเดินทางไปเที่ยวฝรั่งเศส ใบซื้อขายระบุเลขที่ T 998322 รหัสในตัวเรือนด้านหลังนาฬิกา 16233 ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกันกับบนตัวเรือนนาฬิกาโรเล็กซ์ที่พบพร้อมกับเงินล้านกว่าบาทซุกในเตียงบริจาค
นอกจากนี้ยังแสดงหลักฐานการบริจาคหัวเตียงจำนวน 7 รายการให้กับทางวัดสวนแก้วเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2549 โดยมีเจ้าหน้าที่ของวัดขับรถมารับสิ่งของบริจาค ส่วนที่ฝ่ายคู่กรณีมีหลักฐานการซื้อขายนาฬิกาโรเล็กซ์นั้น อันนี้คงต้องนำหลักฐานไปสืบพิสูจน์กันในชั้นศาลว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินทั้งหมดดังกล่าวจริงหรือไม่ หากพิสูจน์ได้จริงตนก็ไม่ติดใจ ส่วนหลักฐานของฝ่ายตนก็จะนำไปพิสูจน์ในชั้นศาลเพื่อแสดงว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติทั้งหมดเช่นกัน
ทางด้านนายสุวิทย์กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้คงต้องถึงตำรวจอย่างแน่นอน เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากพระพยอม ซึ่งมีข้อผิดสังเกตหลายอย่างในการมอบเงินครั้งนี้ ก่อนหน้านี้ตนและญาติขอพระพยอมเพื่อขอดูทรัพย์สินดังกล่าว แต่ได้รับการบ่ายเบี่ยงมาตลอด หลวงพ่ออ้างว่าเจอเจ้าของแล้ว โดยเจ้าของอยู่ต่างประเทศและจะมอบเงินให้กับทางวัด ซึ่งตนสงสัยหลายเรื่องคงต้องแจ้งความกับตำรวจ และปรึกษากับฝ่ายกฎหมายเพื่อนำสืบพยานหลักฐานในชั้นศาลต่อไป ในส่วนของตนมีเอกสารการรับบริจาคสิ่งของจากทางวัดมายืนยัน ขณะที่ฝ่ายที่อ้างว่าเป็นเจ้าของเงินกลับไม่มีหลักฐานใดๆมาแสดงไม่ว่าจะเป็นสมุดบัญชี หรือเอกสารการรับบริจาค ทั้งนี้ขอเวลาปรึกษาฝ่ายกฎหมายก่อน แล้วจะไปแจ้งความภายใน 1-2 วันนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ตามหาเจ้าของเงินล้าน ซุกเตียง หลังบริจาควัดสวนแก้ว
- พบแล้วเจ้าของเงินในหัวเตียง
ข้อมูลและภาพประกอบจาก










| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |





























ลนี้ มณีวงศ์ตระ
ล 








คด.....ถึงศาลก็ถึงศาลสิ ถ้าไม่ผิดจะกลัวอะไร แล้วอยากให้ทนายของทั้ง 2 ฝ่าย ทำเรื่องให้มีการบังคับให้ชดใช้เรื่องค่าดำเนินการขึ้นศาล+ค่าทนายและค่าใช้จ่ายของผู้เสียหาย หรือเจ้าของทรัพย์สินตัวจริงด้วย คนฝั่งธนนิสัยชุบมือเปิดแบบนี้ทุกคนป่าววะ ตาเป็นถุงใต้ตาก็นิสัยไม่ดีแล้ว ดูออก 


























bored , 





















































ล อายุ 62 ปี และญาติๆที่มาจากย่านเจริญนคร ฝั่งธนบุรี กทม. "






























































































































33 นั้นน่าจะเป็นตัวเลขรุ่นของนาฬิกา Rolex datejusy
33ไม่ใช่ตัวเลขระบุนาฬิกาหรือ serial number เพราะ serial number ของนาฬิกาซึ่งบ่งบอกความเป็นเจ้าของนั้นต้องเปิดส่วนอื่นมาดูถึงจะเจอ ใบเสร็จที่เขียนเฉพาะเลขรุ่นใครๆ ก็หามาได้ครับ



































































































ลเมิงจะต้องพินาศเพราะเมิงแน่ๆ 











































