












เด็กสาวเรียนดีสอบติดคณะวิทยาศาสตร์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี แต่ขาดทุนการศึกษา วอนเดลินิวส์เป็นสื่อกลางหาทางช่วยเหลือ
หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ประกาศผลการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลาง หรือแอดมิชชั่น ประจำปีการศึกษา 2551 แล้วนั้น เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 5 พฤษภาคม ที่ สกอ. ผู้สื่อข่าว ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากนางกฤตยา นามเจริญ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86/6 หมู่ 6 ซอยประชาอุทิศ 113 แขวงและเขตทุ่งครุ ว่าลูกสาวสามารถทำคะแนนแอดมิชชั่นได้สูงจนมีสิทธิสอบสัมภาษณ์ในคณะวิทยาศาสตร์ สาขาสถิติประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี แต่ไม่มีทุนการศึกษาเพราะตัวเองป่วยเป็นโรคเบาหวาน ไม่สามารถทำงานหาเงินได้ ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าวพบว่าเป็นห้องแบ่งเช่า ซึ่งภายในห้องได้พบกับนางกฤตยา นั่งอยู่กับพื้นไม่สามารถลุกขึ้นเดินได้เพราะโรคเบาหวานลงกระดูก และ น.ส.อลิสา หรือเอ้ เมธีชน อายุ 18 ปี ลูกสาวซึ่งเรียนจบชั้น ม.6 โรงเรียนวิสุทธิกษัตรีย์ ที่กำลังนั่งตรวจการบ้านของสถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่ง
โดยนางกฤตยา เมื่อทราบว่ามีผู้สื่อข่าวไปพบก็ดีใจจนร้องไห้ออกมา ก่อนที่จะกล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนได้เลิกรากับสามีนานแล้วโดยมีลูกสาว 2 คน ซึ่งคนโตตนได้ส่งไปอยู่กับยาย ส่วนคนเล็กคือ น.ส.อลิสา อยู่กับตน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่ค่อยเดือดร้อน เพราะตนสามารถทำงานรับจ้างทั่วไป และไปช่วยแม่ครัวในโรงอาหารโรงเรียนวิสุทธิกษัตรีย์ แต่มาระยะหลังป่วยเป็นเบาหวานไม่สามารถเดินได้ทำให้ลูกสาว ซึ่งเป็นเด็กเรียนดีต้องมาช่วยเหลือทุกอย่างรวมทั้งต้องหางานพิเศษทำด้วย โดยตนรู้สึกท้อแท้กับชีวิตมากจนคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว แต่ในคืนนั้นลูกสาวตื่นขึ้นมาเห็นจึงได้ห้ามไว้ก่อนที่จะนั่งร้องไห้ด้วยกัน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งพาใคร จนในที่สุดตัดสินใจมาขอความช่วยเหลือจากเดลินิวส์ให้เป็นสื่อกลางช่วยเหลือขอทุนการศึกษาแก่ลูกสาวในครั้งนี้
น.ส.อลิสา หรือน้องเอ้ กล่าวว่า ตนเรียนจบชั้นม.6 เกรดเฉลี่ยประมาณ 3.5 โดยตั้งใจจะเรียนเศรษฐศาสตร์ แต่คิดว่าความสามารถไม่เพียงพอจึงตัดสินใจสอบเข้าเรียนสาขาสถิติ เพื่อจะได้เป็นนักสถิติก่อนแล้วค่อยเรียนต่อเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ที่ผ่านมาอยู่กับแม่ 2 คน ก็ลำบาก มาก ในวันที่พบว่าแม่กำลังจะกินยาฆ่าตัวตายนั้นเป็นช่วงกลางดึกตนรู้สึกสับสนทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งร้องไห้กับแม่จนถึงเช้า แต่เมื่อเหตุการณ์นั้นผ่านไปแล้วก็เริ่มคิดและตั้งใจจะสู้ชีวิตต่อไป ประกอบกับตนได้รับความช่วยเหลือจากโรงเรียนทั้งทุนการศึกษาและการให้แม่ไปช่วยทำงานที่โรงอาหาร ซึ่ง ช่วงที่เรียนอยู่นั้นตนได้ทำกิจกรรมกับโรงเรียนจนได้ใบประกาศมาเป็นจำนวนมากและได้รับความเอ็นดูจากอาจารย์และ ผอ.โรงเรียนด้วย
น.ส.อลิสา กล่าวต่อว่า ช่วงที่เรียนได้ไปทำงานพิเศษตรวจข้อสอบของสถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับค่าจ้างเป็นชั่วโมง ๆ ละ 25 บาท ประกอบกับมีเพื่อน ๆ ที่เรียนด้วยกันให้ยืมเงินมาใช้จ่ายก็ทำให้สามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่กับแม่ได้มาตลอดจนถึงทุกวันนี้ สำหรับการสอบแอดมิช ชั่นในครั้งนี้จะมีการสอบสัมภาษณ์อีกครั้งในวันที่ 9 พฤษภาคม นี้ ซึ่งตนก็ได้ติดต่อที่จะขอกู้ยืมเงินเรียนแล้วแต่ติดปัญหาว่าในช่วงเข้าเรียนนั้นจะต้องจ่ายเงินเองก่อน แต่ตนกับแม่ก็ไม่มีเงินมากเพียงพอจึงจำเป็นจะต้องไปขอยืมเงินจากคนรู้จักแต่ก็ไม่เพียงพอ ทำให้แม่เครียดจนกระทั่งมาทราบว่าแม่ได้โทรศัพท์มาที่เดลินิวส์เพื่อขอความช่วยเหลือ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
![]()









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |















































้ยืมเรียนดิ ค่าเทอมคงไม่ถึง 20000 หลอก สมัยผมเรียน 14000 เอง









้ยืมมหาลัย ทุน กยส. สองอันนี้เรียนจบต้องใช้คืน ของ่ายๆ และก็มีอีกหลายทุนแต่ต้องใช้ความสามารถด้วย เพราะมันจำกัด 








้ยืมไม่ใช้เหรอ ลองปรึกษาธุรการของมหาลัยดูนะคะแล้วดิฉันว่าท่านที่แสดงความคิดเห็นให้น้องหางานทำนะน้องเขาก็ทำอยู่แล้วนี่ แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องได้เงินเยอะคงต้องขายตัวมังคะ แสดงความคิดเห็นมาได้ใช้อำไรคิดคะ แต่หนักใจแทนหลังจากลงทะเบียนเรียนได้แล้วไหนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไหนจะค่ากินค่าใช้จ่ายกิจกรรมอีกละ ดิฉันมีลูกสาวก็เข้าเรียน ปีนี้เหมือนกันยังหนักใจเลยแม้จะไม่ได้ขัดสนเห็นใจค่ะสู้ๆนะคะเป็นกำลังใจไห้ 

























































































มามะเดี๋ยวป๋าจะส่งให้เรียน ฮิฮิ






















































้เงินเรียนซิคะ
้เงินเหรอ
้ก้อ
้ต่อเนื่องเลย
้ก้อ
้ใหม่
้เงินได้ทั้งค่าเทอมและค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน
้ได้เต็มจำนวน
้ เพื่อนมาน
้ 






























































เหงด้วยกับ คห. 37 สังคมมันเปงงี้จิงๆๆ 








"ไหนบอ กว่าเรียนฟรีงะช่วยหน่อยซิรัฐบาล









้มันต้องจ่ายเองก่อน ตอนเข้าเรียนเทอมแรก แต่เค้าไม่มีเงิน จะหาที่ใหนได้ทัน ใช่ว่าจะน้อยๆ แพงอยู่เหมือนกัน ฮ่วยอ่านกันดีๆก่อนดิ ก่อนไปว่าเค้าอะ แล้วเค้าใฝ่เรียน รักเรียน อยากเรียนมันผิดตรงใหน อีกอย่างน้องเค้าก้อมะได้เปนคนออกมาร้องขอเอง แม่เค้าอยากให้ลูกได้เรียนต่างหาก เลยโทรมาขอที่เดลินิวส์ ม่างไม่อ่านกันก่อนแล้วไปว่าให้เค้า มันผิดด้วยหรอ ที่แม่คนนึงอยากให้ลูกได้เรียนสูงๆ โดยที่มีโอกาสเข้ามาแต่ขาดทุนอะ เปนพวกคุณก้อคงต้องทำอะ สอบติดแล้ว แต่ยกเลิกงั้นจาสอบไปทำไม จิงปะละ จะด่าผมก้อเชิญนะ........ 








โทษทีครับ กรอ. กับ กยศ. ครับ ลืม แบบว่าไม่ได้ทำเรื่องมา 2 ปี แล้ว เลย งง ๆ อ่ะ 








้กองทุน กรอ. หรือ กรส. นี่แหละจำมะคอยได้แล้ว ดิครับ เขามีไว้ให้คนที่อยากเรียนแต่ไม่มีเงิน
้เพื่อนำไปเรียนได้สูงสุดถึงจบปริญญาตรีไม่ใช่หรอ ครูที่โรงเรียนไม่เคยแนะนำมั่งไงฟะ แบบนี้น่าจะถามทางโรงเรียนนะว่าแนะนำอะไรเด็กมั่งมะ ครูแนะแนวมีไว้ทำไรกันฟะ 








้เรียนสิคะ เราก็พ่อแม่ไม่มีส่งตัวเองเรียนมา ตอนนี้ก็จะจบปริญาตรี รับพระราชทานปริญาปีหน้าอะ เราก็ไม่ได้ไปขอความช่วยเหลือใครเลยอะ ก็แค่ทำงานไปเรียนไป แล้วก็ทำเรื่อง
้กยศ หรือ ไม่ถ้าน้องเรียนดี ก็ทำเรื่องขอทุนได้นิคะ หรือไม่ก็ทำเรื่องให้โรงเรียนเก่าออกหนังสือรับรองเพื่อขอทุนการศึกษา เรียนดีแต่ขาดแคลนได้นะ เพราะเราก็เคยเป็นนักเรียนทุนเรียนดีขาดแคลนมาตั้งแต่ ป.1 - ม.3 แล้ว อยากเรียนต่อ ก็เรียนภาคค่ำ แล้ว เช้าก็ทำงาน มานไม่อยากหรอกคะ เหนื่อยหน่อย แต่ก็ได้ความภูมิใจนะ อีกอย่าง เราต้องช่วยเหลือตัวเองก่อนนะ ก่อนจะพึ่งใคร ก็เป็นกำลังใจ


















้เงินเรียนเหมือนกันคับบ อยากให้โอกาสคนจนบ้างดีกว่า












































