









กรณ์-หมัก โต้เดือดกลางสภา กรณีปูด 2 แบงก์ใกล้เจ๊ง
วานนี้ (8 พฤษภาคม) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้มีการพิจารณากระทู้ถามสด นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ รมว.คลังเงา ได้ตั้งกระทู้สดถามนายกรัฐมนตรี เรื่อง กรณีคำสัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับธนาคารพาณิชย์ที่มีปัญหาว่าทุกคำพูดของนายกฯส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคง
โดยนายกรัฐมนตรี ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับวงการธนาคารไทยเมื่อไปให้สัมภาษณ์รายการ "ถามจริง ตอบตรง" ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นทีบี หรือช่อง11 เดิม เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ระบุมีธนาคารพาณิชย์ไทยแห่งหนึ่งกำลังประสบปัญหาหนักกำลังจะเจ๊งจะต้องขายให้กับต่างชาติ ทั้งที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาสถาบันการเงิน เคยเพิ่มเงินเข้าไปช่วยธนาคารแห่งนี้ราว 8,000 ล้านมาก่อนแล้ว
นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า ความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้ว 2 ธนาคาร คือ ไทยธนาคารและธนาคารนครหลวงไทย ความเสียหายเกิดขึ้นทันที นักลงทุนเทขายทันที ประชาชนแห่ถอนเงินฝาก ส่วนนักลงทุนที่กู้เงินเพื่อนำไปประกอบการก็เกิดความไม่มั่นใจว่าจะขาดสภาพคล่องในการลงทุนหรือไม่ ทำให้ราคาหุ้นปรับลดลงทันที แม้กองทุนฟื้นฟูฯมีนโยบายลดภาระรัฐบาลถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเป็นนโยบายที่ทำกันอยู่ทุกรัฐบาลอยู่แล้ว แต่เมื่อนายกฯ เปิดเผยสถานะที่เป็นจริงว่า 2 ธนาคารจะเจ๊ง
"จากคำพูดนายกฯส่งผลกระทบกับประชาชนที่มีบัญชีเงินฝากในธนาคารเหล่านี้ กระทบทั้งระบบธนาคารซึ่งตนได้รับรายงานสมาคมธนาคารฯว่ามีประชาชนแห่ถอนกันจริง หลังจากนายกฯพูดผ่าน ช่อง 11เป็นความสับสนโดยไม่จำเป็น ซึ่งนายกฯต้องมาตอบคำถาม ทั้งหมดที่ออกมาให้สัมภาษณ์คิดว่าจะสร้างประโยชน์อะไรและให้ประโยชน์กับใคร" กรณ์ กล่าว
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่า ที่ตนพูดมีเจตนาให้คนที่รับผิดชอบ ออกแถลงสวนออกมาทันทีว่ามีจริงหรือไม่ ถ้าบอกว่าไม่จริง นายกฯก็จะได้เสียหน้าไป ตนเข้ามาเป็นรัฐบาลมา 3 เดือนแล้วมีการเทขายหุ้นที่กองทุนฟื้นฟูฯถือหุ้นอยู่ รัฐบาลเดือดร้อนแน่ และตนยืนยันว่าไม่ได้พูดว่าธนาคารจะเจ๊ง เพียงบอกว่าธนาคารมีปัญหาเกิดขึ้นเพราะมีการใส่เงินเข้าไป 8,000 ล้านบาท จากนั้นก็มีการเทขายหุ้น จึงต้องการให้ตอบทันทีว่าไม่จริง และถ้าจริง คนที่ดูแลอยู่ก็ต้องรับผิดชอบ
นายกรณ์ ได้ถามต่อไปว่า ตนไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้รับคำตอบนี้จากนายกฯที่ออกมาพูดเพียงต้องการให้ผู้ที่รับผิดชอบออกมายืนยันว่าไม่เจ๊ง แต่การออกมาให้สัมภาษณ์เช่นนี้ทำให้เกิดความเสียหาย ตนคิดไม่ออกว่า ใครเป็นผู้ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ จึงขอถามว่าในหากเกิดปัญหาในอนาคตจากคำพูดของนายกฯ อาจจะเกิดได้ 2 ระดับ มีประชาชนแห่มาถอนเงินเหมือนวันนี้ต่อเนื่องเจ๊งจริง หรือกองทุนฟื้นฟู มีการขายหุ้นและนักลงทุนไม่มาลงทุน นายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบอย่างไร
นายกรัฐมนตรี ตอบเพียงสั้นๆว่า ตนไม่อยากให้เรื่องขยายความออกไป อยากให้ไปดูว่าใครเป็น ผู้ว่า ธปท.ดูแลกองทุนฟื้นฟูฯ ใครเป็นคนตัดสินใจ นำเงิน 8,000 ล้านบาทไปอุดหนุนแล้วเทขาย และตนยืนยันว่าไม่เคยพูดว่าเจ๊ง
นายกรณ์ ได้ถามต่อไปว่า ในปัจจุบันธนาคารในมือกองทุนฟื้นฟู น่าเป็นห่วงมากที่สุด ไม่อยากเห็นปัญหาเกิดขึ้นทวีคูณ หลังนายกฯพูดในทีวี 24 ชั่วโมง อีกทั้ง พ.ร.บ.ประกันเงินฝาก จะมีผลบังคับใช้ในเดือนส.ค.51จากเดิม สถาบันการเงิน จะประกันเงินฝากจากประชาชน100 % แต่เมื่อ พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ระดับการประกันเงินฝากจะลดลงในที่สุดจะเหลือเพียง 1 ล้านบาทต่อบัญชี จึงขอถามว่านายกฯพร้อมยืนยันกับประชาชนว่าจะคงค้ำประกันเงินฝาก 100 %หรือไม่
นายกรัฐมนตรี ได้ตอบว่า ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะค้ำประกันเงินฝาก100% จนกว่า พ.ร.บ.ฉบับใหม่ออกมาในเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมขอยืนยันว่าตนออกมาพูดเพื่อต้องการให้กองทุนฟื้นฟูฯออกมายืนยันว่าที่พูดไม่เป็นความจริงและอยากให้ตรวจสอบว่าใครเป็นคนดูแลและเอาเงิน 8,000 ล้านบาทใส่เข้าไปแล้วเทขาย ทำกันอย่างไร แล้วหากินกันอย่างไร ต้องการให้รู้ความจริงซึ่งทำให้รัฐบาลใหม่ต้องมาเดือดร้อน
ต่อมา เวลา 14.30 น. นายกรณ์ ได้แถลงข่าวอีกครั้งว่า การที่นายกรัฐมนตรีออกมาพูดเรื่องภายในของธนาคารแห่งประเทศ ถือว่ากระทำการผิดตาม พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย(ฉบับที่4)พ.ศ.2551ที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2551 ในมาตรา 75 ที่ระบุว่า ห้ามผู้ใดที่ไม่ใช่ผู้ว่าการ ธปท.กรรมการ หรือลูกจ้าง ธปท.ที่รู้ความลับเกี่ยวกับ ธปท.และนำมาเปิดเผย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ
ดังนั้น ขอเรียกร้องว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่และอำนาจของผู้ว่าการ ธปท.โดยตรงว่าจะมีมาตรการใดๆ ออกมาหรือไม่ เพราะหากคำพูดของนายกฯไม่เข้าข่ายมาตรา75 ทางผู้ว่าการ ธปท.ต้องอธิบายเป็นเพราะเหตุใด ซึ่งตนเชื่อว่า ธปท.เองก็คงไม่พอใจ เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อสถาบันการเงินของประเทศ อีกทั้งการชี้แจงโดยปัดภาระให้พ้นตัวของนายกฯตนถือว่าไม่เหมาะสมกับภาวะการเป็นผู้นำของประเทศ
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |
























































้ยนกระหือรือแต่จะแก้รัฐธรรมนูญ..แล้วมาเป็นนายกทำหอกอะไร.....แผล็บๆ..... 








เลือกไม่ดูเลยว่าคนหรืออะไร 
















































































ก็คราวนี้แหละ 












































































































































































































































