
เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม
สมองส่วนที่เป็นแหล่งผลิตความคิดสร้างสรรค์ออกมาในตัวเรา โดยสมองซีกซ้าย ทำหน้าที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์ การแยกแยะ การจัดลำดับ รายละเอียด เหตุผล การแสดงออกทางภาษา อักษร ตัวเลข และจำนวน สมองซีกขวา ทำหน้าที่เกี่ยวกับอารมณ์ ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการภาพรวม การเคลื่อนไหว และมิติสัมพันธ์แบบต่างๆ ซึ่งผู้ชายมีสมองดั้งเดิมเด่นทางซีกซ้าย ในขณะที่ผู้หญิงมีสมองดั้งเดิมซีกขวาเด่น
แต่นักวิทยาศาสตร์ทางสมองค้นพบแล้วว่า มันมาจากเซลล์สมองตรงส่วนซีกขวาหน้า จึงอย่าปล่อยให้มะเหงกใครหรือของตัวเอง เข้ามาเขกสมองซีกขวาหน้านี้อย่างเด็ดๆ เพราะอาจส่งผลให้กลายเป็นคนแอ๊บแบ๊วไปได้ แม้กระทั่งการดำรงชีวิตประจำวัน ถ้าบุคคลยังเอาแต่ใช้สมองซีกซ้ายข้างเดียว อาทิ คิดหาแต่เงินทอง ชื่อเสียง ตำแหน่งสูง เป็นคนเจ้าตรรกะ คิดแต่เหตุผล หาแต่ข้อมูล คิดวางแผนหาแต่ความสำเร็จ โดยไม่ค่อยยอมใช้สมองฝั่งซีกขวา โดยเฉพาะขวาหน้านึกคิดบ้าง ทำให้ต่ความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ไม่เกิด
ดังนั้น ฉบับนี้จึงขอเขียนถึงเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่จะกระตุ้นให้ความคิดสร้างสรรค์ดีๆ เกิดออกจากสมองซีกขวาหน้าของตัวเราได้ และไม่ใช่แค่ช่วยให้ความคิดสร้างสรรค์ดีๆ ยังช่วยให้สุขภาพชีวิตดี มีจิตใจที่แข็งแกร่งได้อีกด้วย ทั้งๆ ที่ตามจริงแล้วมันเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เรามักทำข้ามไป นั่นก็คือการรู้จักใช้สมองซีกซ้ายสลับกับซีกขวาเสมอๆ แค่นี้เอง
เอ้า...ลองเริ่มง่ายๆ ด้วยการตรวจและฝึกฝนสมองทั้งสองซีกด้วยตัวเอง โดยการนำนิ้วทั้งสองมือประสานเข้าด้วยกัน ดูสิว่าเราเอาหัวแม่โป้งขวาอยู่บนหัวแม่โป้งซ้าย หรือหัวแม่โป้งซ้ายอยู่เหนือโป้งขวา ตามธรรมชาติ คนถนัดมือขวาคือคนมีสมองซีกซ้ายเด่น หัวแม่โป้งขวาจะอยู่บนหัวแม่โป้งซ้าย ไล่ลงไปถึงนิ้วชี้ขวา นิ้วนางขวา ก็ต้องอยู่บนนิ้วชี้ซ้าย และลงท้ายที่นิ้วก้อยซ้ายอยู่ล่างสุด
หรือลองเอาแขนกอดอกตัวเอง แล้วสังเกตดูว่าแขนขวาอยู่บนแขนซ้าย หรือแขนซ้ายอยู่เหนือแขนขวาธรรมชาติ คนถนัดขวาก็ต้องเอาแขนขวาทับอยู่บนแขนซ้าย มือขวาจับต้นแขนซ้าย หรือลองยกเท้าขึ้นมาไขว่ห้างดู ก็จะพบว่าคนถนัดขวาจะยกเท้าขวาพาดอยู่บนหน้าเท้าซ้าย เวลากินก็ชอบเคี้ยวด้วยฟันซีกขวา เวลาล้างก้นก็จะใช้มือขวาล้างมากกว่านิ้วมือซ้ายอะไรอย่างนี้ เป็นต้น
แต่ถ้าทำลักษณะข้างต้นที่กล่าวมาก็แปลได้ว่า คนเหล่านี้ใช้สมองซีกซ้ายมากเกินไป นอกจากเป็นเหตุก่อเกิดให้เส้นประสาทตึงเครียด โดยเฉพาะร่างกายข้างซีกขวาแล้ว ยังไประงับความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ทางแก้ง่ายๆ ก็คือ ให้ปรับเปลี่ยนเส้นประสาทกล้ามเนื้อกายของตัวเราเองกันใหม่ เช่น เวลาเอานิ้วมือประสานเข้าด้วยกัน ก็ให้เอาหัวแม่โป้งซ้ายทับอยู่บนหัวแม่โป้งขวา ไล่ตามลำดับลงมาทุกนิ้ว แล้วยืดแยกออกไปข้างหน้า คล้ายๆ ผลักออกไปข้างหน้า กางออกไปสุดทั้งสองข้าง ยืดนิ้วทั้งสิบออกไปเต็มที่ แล้วจึงค่อยๆ พามือทั้งสองข้างเข้ามาประสานกันใหม่ โดยตั้งใจให้นิ้วทั้งห้าข้างซ้ายอยู่บนนิ้วทั้งห้าข้างขวาชิดสนิทกันได้คล่องแคล่ว คือนิ้วหัวแม่โป้งซ้ายอยู่เหนือนิ้วหัวแม่โป้งขวาได้ทุกครั้งจนเป็นอัตโนมัติ
ทำเช่นนี้ได้สัก 10 ครั้ง คราวนี้ก็สลับให้นิ้วโป้งขวาอยู่บนนิ้วโป้งซ้ายที นิ้วโป้งซ้ายอยู่เหนือนิ้วโป้งขวาที อีกสัก 10 ครั้ง นอกจากช่วยให้กาย-ใจผ่อนคลายจากการทำงานหนักมาอย่างต่อเนื่องได้แล้ว ยังเป็นการกระตุ้นสมองส่วนที่จะเกิดความคิดสร้างสรรค์ขึ้นได้อีกด้วย
หรือช่วงที่มีเวลาพัก ก็ให้กอดอกตัวเองโดยแขนซ้ายอยู่เหนือแขนขวา มือซ้ายนวดต้นแขนขวาเบาๆ มือขวาก็นวดใต้แขนซ้ายเบาๆ ไปพร้อมๆ กันสักครู่ จากนั้นก็ผายมือแขนออกทั้งสองข้างอย่างยืดแขนออกไปไกลๆ กว้างๆ แล้วก็นำมันเข้ามากอดแน่นกันใหม่โดยให้แขนซ้ายอยู่บนแขนขวาสัก 10 ครั้ง จึงเริ่มให้แขนขวาอยู่บนสลับแขนซ้ายอยู่บน ทีละครั้งจนครบ 10 ครั้ง
หรือเวลาทำงานอยู่บนโต๊ะ ซึ่งส่วนใหญ่มักต้องต้องใช้ความคิดในการทำ เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้สมองซีกซ้ายหักโหมไป ให้นำเท้าซ้ายขึ้นมาไขว่ห้างอยู่บนหน้าเท้าขวาเพื่อกระตุ้นสมองซีกขวาไม่ให้ชาด้าน แต่ถ้านั่งไขว่ห้างไม่ได้ ก็ให้เหยียดเท้าทั้งสองข้างออกไปโดยให้หน้าเท้าซ้ายอยู่บนหน้าเท้าขวา แค่นี้ก็ช่วยให้คุณสามารถสร้างสรรค์งานต่อไปได้อย่างสบายๆ ตลอดทั้งวันโดยไม่เหนื่อยล้า ตึงเครียด ยิ่งเอานิ้วเท้าซ้ายทั้งห้าขยับขึ้นขยับลง ความคิดสร้างสรรค์จะยิ่งเกิด
ภูมิปัญญาง่ายๆ เหล่านี้มีอยู่ในตัวเราแต่บางคนอาจไม่รู้ ดังนั้น เมื่อรู้แล้วก็อย่าลืมทำให้สมองทั้งสองซีกทำงานสลับข้างกันประจำๆ นะ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก





