









เมษาหน้าร้อน เพิ่งสาดน้ำเย็นใจกันไปหยกๆ แต่เราก็เชื่อว่า ความร้อนคงไม่คลายลงง่ายๆ แถมฤดูนี้บ้านเราน้อยกว่าประเทศอื่นเสียที่ไหน แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ ภัยใกล้ตัวที่มาพร้อมความระอุองศาเดือดอย่างแสงแดด ที่คอยแผดเผาเราอยู่ทุกวี่วัน เพราะนอกจากจะทำให้ผิวพรรณเสียแล้ว อาจเสี่ยงต่อการเพลียแดดและเป็นลมแดดเอาได้ค่ะ
ซึ่งอาการที่เกิดจากความร้อนอย่างนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ อาการเพลียแดดและอาการลมแดด
+ เพลียแดด (Heat Exhaustion) คืออาการแบบไหน
อาการเพลียแดดเป็นอาการอ่อนเพลียเนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำมากเกินไป แต่ไม่รุนแรงจนถึงขั้นเป็นลมแดด เพราะยังสามารถควบคุมสติได้ คนที่มีอาการเพลียแดดอย่างนี้มักจะรู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียมาก บางรายถึงขั้นมีอาการแบบนี้หลอนติดต่อกันไปอีกหลายวัน แต่ถ้าเป็นมากมักจะมีการปวดหัว มึนงง กระสับกระส่าย คลื่นไส้ กล้ามเนื้อเป็นตะคริว ผิวหนังเย็น และชีพจรเต้นเบาสลับเร็วด้วยค่ะ
+ ช่วยเหลือตัวเองอย่างไรดี
เมื่อรู้สึกว่าจะเกิดอาการเพลียแดด ให้หาที่นั่งพักและดื่มน้ำเกลือแร่หรือน้ำผลไม้จนรู้สึกอิ่ม แต่สำหรับรายที่มีอาการมากๆ ให้รีบนอนพัก ยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นสูง และเช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำเย็น จากนั้นจึงค่อยดื่มน้ำส้มหรือน้ำผลไม้ตามค่ะ
+ แล้วเป็นลมแดด (Heat Stroke) หนักหนาขนาดไหน
อาการลมแดดจะเกิดจากการเสียเหงื่อมากๆ และได้รับการชดเชยจากน้ำหรือเกลือแร่ที่สูญเสียไปไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมความร้อนที่เพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากศูนย์ควบคุมอุณหภูมิไม่สามารถเพิ่มการทำงานเพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ (โดยปกติศูนย์ควบคุมอุณหภูมิร่างกายจะทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายให้อยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส)
อาการที่พบในระยะแรกคือจะกระหายน้ำมาก ตัวร้อน หายใจสั้นและเร็ว ปากคอแห้ง ต่อมาตัวจะร้อนจัด เวียนหัว ตาพร่า คลื่นไส้ และหมดสติได้ แต่ถ้าไม่ได้รับการปฐมพยาบาลอย่างทันท่วงที อาจถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตได้เลยละค่ะ
+ ช่วยเหลือได้อย่างไรบ้าง
ขั้นแรกจะต้องเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปที่สมองโดยยกเท้าให้สูงขึ้น จากนั้นให้รีบนำผู้ป่วยเข้าในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ค่อยๆ คลายเสื้อผ้าออกให้หลวม แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัวตลอดเวลา เมื่อรู้สึกดีขึ้นจึงค่อยทิ้งระยะเช็ดให้ห่างออกไป
สำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนให้จิบน้ำเปล่าช้าๆ จนรู้สึกอิ่มและไม่กระหาย แต่หากรู้สึกกระหายอีกก็ให้ดื่มน้ำเกลือแร่ หลังจากนั้นให้พักต่ออย่างน้อย 1 ชั่วโมง สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยยังไม่ฟื้นนานกว่า 5 นาทีหลังจากทำการปฐมพยาบาลแล้ว ควรรีบนำส่งแพทย์ทันทีค่ะ
น่ากลัวมั้ยคะ สำหรับภัยร้ายที่ว่ามา แต่ถึงอย่างไร หน้าร้อนก็ยังเป็นช่วงเวลาแห่งความสดใสสำหรับใครหลายคนอยู่ดี ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดในการป้องกันอาการเพลียแดดและลมแดดได้คือ ก่อนออกไปเผชิญหน้ากับสภาพอากาศที่ร้อนจัดนานๆ ควรดื่มน้ำให้เยอะๆ อยู่กลางแดดก็ให้จิบน้ำเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างน้ำที่สูญเสียออกไปจากร่างกายค่ะ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |






































..‼ วิ๊ง งเรย ย โห่ๆ ๆๆๆ
ร้อนอย่างเนี้ย ย
[center































|