









จากกรณี น.ส.วราพร ทวาแสน อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 283 หมู่บ้านฟ้ามิอาจกั้น ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่าลูกสาวชื่อ ด.ญ.สุรีย์ศรี ทวาแสน หรือ "น้องออย" อายุ 8 ขวบ นักเรียนชั้น ป.2 ร.ร.เมืองพัทยา 3 หายออกจากบ้านตั้งแต่ตอนเที่ยงวันที่ 5 พฤษภาคม ออกตามหาจนทั่วแต่ไม่พบ กระทั่งชาวบ้านพบเป็นศพนอนคว่ำหน้าเสียชีวิต อยู่ในสระน้ำของโรงแป้งมันเก่า ซอยบุญนาค หมู่ 4 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ในสภาพคอหัก ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 9 พ.ค. พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผกก.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมชาย ยศสมบัติ รอง ผกก.สส., พ.ต.ต.นิตย์ วิธินันทกิตต์ สว.สส.ร่วมกันจับกุม น.ส.มัลลิกา ผาจวง หรือ "นุ้ย" อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 256 หมู่ 6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี อาชีพสาวเสิร์ฟร้านอาหาร ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ และนำตัวมาสอบสวนขยายผลจนยอมเปิดปากรับสารภาพ เป็นคนลวง ด.ญ.สุรีย์ศรี หรือ "น้องออย" ไปบ่อน้ำที่เกิดเหตุจนทำให้ "น้องออย" จมน้ำตาย
น.ส.มัลลิกา ให้การว่า เช่าบ้านอยู่ติดกับบ้านของ ด.ญ.สุรีย์ศรี และรู้จักกันเป็นอย่างดี เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 5 พฤษภาคม เห็นน้องออยนั่งเล่นอยู่ที่ชิงช้าสนามเด็กเล่นในหมู่บ้าน จึงไปพูดคุยด้วยและสังเกตเห็นว่าน้องออย มีโทรศัพท์มือถือยี่ห้อแอลจีอยู่ 1 เครื่อง ด้วยความอยากได้จึงออกอุบายพาไปเดินเที่ยวที่ตึกคอม ย่านพัทยาใต้ แล้วพูดจาหว่านล้อมขอโทรศัพท์เพื่อนำไปขายจนได้เงินมา 500 บาท แต่ด้วยความกลัวว่าแม่เด็กจะทราบเรื่อง จึงวางแผนพาน้องออยไปเล่นน้ำที่สระน้ำของโรงแป้งมันเก่า ซอยบุญนาค ห่างจากบ้านพักประมาณ 3 กิโลเมตร เพื่อฆ่าปิดปาก
เมื่อไปถึงพยายามใช้วิธีที่แนบเนียน ทำทีให้เด็กลงไปเล่นน้ำโดยยื่นไม้ยาวประมาณ 3 เมตร ให้น้องออยจับประคองตัว แต่ภายหลัง จึงใช้ไม้ดังกล่าวยันให้ร่างของน้องออยลอยออกห่างจากตลิ่ง ขณะที่น้องออยพยายามร้องขอให้ช่วยชีวิตเนื่องจากกำลังจมน้ำแต่ไม่สนใจ ยืนมองดูเหตุการณ์จนกระทั่งเห็นเด็กที่กำลังตะเกียกตะกาย จมหายไปต่อหน้าต่อตา จึงเดินทางกลับบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
กระทั่ง น.ส.วราพร ทวาแสน แม่ของน้องออยทราบว่าลูกตัวเองหายไป จึงได้ร่วมกับญาติๆ ออกตามหาทั้งคืน ส่วนตนก็ทำทีเป็นห่วงใยและร่วมออกตามหาด้วย ไม่คิดว่าจะมีคนรู้เรื่อง กระทั่งตำรวจมาจับกุมในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ซึ่งเป็นคดีเก่า และสอบเค้นจนต้องยอมเปิดปากรับสารภาพดังกล่าว ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำไปเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ต้องการเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ ไม่ได้โกรธแค้นเด็กแต่อย่างใด
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว น.ส.มัลลิกา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ ท่ามกลางบรรดาไทยมุงและญาติของน้องออยประมาณ 300 คน ที่เดินทางมาดูการทำแผนฯ จนเจ้าหน้าที่วางกำลังตำรวจหลายสิบนายเพื่อดูแลผู้ต้องหา เพราะเกรงจะถูกรุมประชาทัณฑ์ แต่ปรากฏว่ามีเหตุการณ์วุ่นวายเล็กน้อย เพราะญาติน้องออยบางคนไม่พอใจ ตะโกนด่าสาปแช่งและตรงเข้ามาจะทำร้ายผู้ต้องหา ตำรวจจึงต้องรีบนำตัวกลับโรงพักโดยไม่ได้ขอขมาต่อหน้าศพ พร้อมกับเชิญ น.ส.วราพร ทวาแสน กับ นายสุรศักดิ์ เชิดแสง พ่อและแม่ของน้องออย เดินทางไปที่โรงพักเพื่อให้น.ส.มัลลิกาขอขมา จากนั้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และปกปิดซ่อนเร้นความผิด มีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต
ข้อมูลและภาพประกอบจาก










| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |































































































































































































น่าสงสารน้องจังเลย ประหารเลย ขอเค้าก็ให้แล้วยังฆ่าเค้าอีก



























เงินแค่นี้ถึงกับฆ่าเลยหรอค่ะ แบบนี้ต้องลงโทษขั้นเด็ดขาด









น่าสงสารเด็กมากเลย ทำไมคนเราถึงมีจิตใจโหดแบบนี้นะ เฮ้อ ช่างน่าเศร้าที่สดุ









แค่ เครื่อง ละ ไม่ เท่าไร ไป ฆ่า เด็ก เอา ไร วะ คิด
แสด มา เอา เงิน กับ กุ นิ สิ ให้ ละ Power by kip 



































มากนัก
ก็ไปขายหอ
บสระEสิว่ะ อีกดอออกอ ดอก


















น่าสงสารจัง จากโลกไปเเล้ว ยังเด็กอยู่เลย
ไม่น่าเลย 

























































































E-JON-500-SAD









ไม่มีสติสตังค์ยั้งคิดหรอก
เอ๊ยถ้าเป็นลูกหรือหลานตรูนะ
ไม่ตายสบายแน่ 
















