
db










หลังเกิด "พายุไซโคลน" ชื่อนาร์กีส พัดถล่ม 5 รัฐบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดี รวมถึงกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า เมื่อคืนวันที่ 2 พ.ค. เพียงถึงวันที่ 12 พ.ค. ก็มีรายงานอย่างไม่เป็นทางการว่ายอดตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจสูงถึงกว่า 100,000 คน สูญหายกว่า 40,000 คน ไร้ที่อยู่อาศัย ขาดน้ำ-ขาดอาหาร ล้มป่วย กว่า 1,000,000 คน ซึ่งหากสรุปตัวเลขอย่างเป็นทางการแล้ว ยอดจะสูงไปกว่านี้หรือไม่อย่างไร ยังต้องติดตาม...
หลังเกิด "แผ่นดินไหวรุนแรง" ประมาณ 7.8 ริคเตอร์ เขย่ามณฑลเสฉวน และพื้นที่ใกล้เคียง ในประเทศจีน เมื่อบ่ายวันที่ 12 พ.ค. เพียงถึงเช้าวันที่ 13 พ.ค. ก็มีรายงานของสำนักข่าวจีนว่ามียอดตัวเลขผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 9,200 คน สูญหายกว่า 60,000 คน อาคาร-ที่พักอาศัย พังถล่มกว่า 500,000 หลัง เบื้องต้นผู้คนหลายล้านคนต้องนอนตามที่โล่ง ตามข้างถนน ซึ่งเมื่อสรุปตัวเลขการสูญเสียแล้วยอดคงจะสูงขึ้นอีก...
"พายุร้ายแรง-แผ่นดินไหวรุนแรง" เกิดขึ้นไล่ ๆ กัน... เกิดขึ้นใกล้ไทย-สะเทือนถึงไทย...ไทยไม่สนใจไม่ได้ !!
กับเหตุการณ์ "ภัยธรรมชาติร้ายแรง" ที่เกิดขึ้น 2 ครั้งใน 2 ประเทศใกล้ไทย-ไม่ไกลจากไทยในระยะเวลาไล่เลี่ยกันนี้ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต สะท้อนผ่าน "สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์" ว่า... แม้เหตุการณ์ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั้งสองเหตุการณ์จะมีจุดกำเนิด สาเหตุการเกิด และลักษณะที่แตกต่างกัน แต่ก็ เป็นเสมือนกริ่งสัญญาณของธรรมชาติที่เตือนเราอีกครั้งว่า หายนะที่เกิดจากธรรมชาตินั้น มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และมีโอกาสที่จะทวีความรุนแรงขึ้น !!"
รศ.ดร.เสรีระบุว่า... เหตุการณ์ "แผ่นดินไหว" ในจีนนั้น แม้จุดศูนย์กลางจะห่างจากไทย แต่การสั่นของรอยเปลือกโลกก็ส่งผลทำให้เกิดการกระตุ้นที่ตะแกรงรอยเลื่อนของเปลือกโลก หรือที่เรียกกันว่าแอคทีฟ ฟอลท์ (Active Fault) ซึ่งย่อมส่งผลกระทบกับภูมิศาสตร์ของหลายประเทศที่ตั้งอยู่ในบริเวณด้วยเช่นกัน
สำหรับไทย พื้นที่ที่จะมีผลกระทบคือจังหวัดกาญจนบุรี ตาก และกรุงเทพฯ เนื่องจากมีลักษณะกายภาพเป็นดินอ่อน มีโอกาสยุบตัวง่าย โดยเฉพาะกาญจนบุรีอยู่ในบริเวณตะแกรงรอยเลื่อนของเปลือกโลกเดียวกัน ซึ่งโอกาสที่ไทยและพื้นที่แถบนี้จะเกิดแผ่นดินไหวมีอยู่ประมาณร้อยละ 15-20
"ความเสี่ยงจะมีมากขึ้น หากต้องเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวระดับ 6 ริคเตอร์ขึ้นไป ซึ่งเป็นแรงสั่นสะเทือนที่สามารถสร้างความเสียหายกับระบบโครงสร้าง" ...รศ.ดร.เสรีกล่าว
ในส่วนของภัย "พายุ" ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติระบุว่า... พื้นที่ทั่วโลก รวมถึงไทย โอกาสที่จะเกิดพายุก็น่าจะมีมากขึ้น ส่วนจะเกี่ยวกับ ภาวะโลกร้อน ด้วยหรือไม่นั้น ก็ยังเป็นเรื่องที่กำลังถกเถียงกัน แต่หากมองในแง่ของคำอธิบายทางกระบวนการฟิสิกส์ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ เกิดขึ้นได้ เนื่องจากเมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น ก็ย่อมส่งผลกระทบกับความกดอากาศ และส่งผลให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองบ่อยครั้งมากขึ้น
ทั้งนี้ สำหรับระดับความรุนแรงในการเกิดพายุจะมากหรือน้อยนั้น จะขึ้นกับแต่ละพื้นที่ เนื่องจากจะมีอุณหภูมิแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ปัญหาในตอนนี้ก็คือ "ข้อมูลเก่า ๆ ที่เคยใช้กันมานานในการพยากรณ์การเกิดภัยธรรมชาติ ปัจจุบันต้องยอมรับว่าใช้งานได้ไม่มีประสิทธิภาพแล้ว !!" ทำให้ขณะนี้นักวิจัยทั่วโลกต่างต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นใหม่ในรอบระยะเวลา 5-10 ปีหลังมานี้ เพื่อติดตามสภาวะที่กำลังเปลี่ยนแปลง เพื่ออัพเดตข้อมูลเพิ่มเติมตลอดเวลา
เมื่อโฟกัสไปที่เหตุการณ์ภัยธรรมชาติ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง ในพม่า และในจีน ในเวลาไล่เลี่ยกัน รศ.ดร.เสรีมองว่า... สามารถสะท้อนให้เห็นความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในยุคนี้ได้อย่างดี
และแม้ว่าภัยธรรมชาติทั้ง 2 เหตุการณ์จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตามปกติ ตามสถิติความน่าจะเป็นที่มีการคาดการณ์กันไว้ แต่ก็ยิ่งต้องมองอย่างทบทวนว่า "ในอนาคตเหตุการณ์เหล่านี้จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งขึ้น หรือรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ และอะไรคือสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดในลักษณะนี้ ???"
อย่างไรก็ดี สิ่งที่สำคัญที่สุดคือควรจะมีการเตรียมการที่ดี มีแผนจัดการในภาวะฉุกเฉินรองรับภัยธรรมชาติที่จะเกิด มีระบบการเตือนภัยที่รวดเร็วแม่นยำเพียงพอ ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียลงได้มาก
"สิ่งที่คนไทยจะทำได้ในเวลานี้คือ ต้องเตรียมรับมือไว้ให้พร้อม โดยศึกษาจากสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่เคยเกิดขึ้น แต่ก็ควรเป็นไปในลักษณะการตื่นตัวแต่ไม่ใช่ตื่นตระหนกตกใจจนเกินไป และที่สำคัญควรจะให้ความสำคัญกับการศึกษาภายใต้สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้น จะได้รู้เท่าทัน และเปลี่ยนจากการตั้งรับเพียงอย่างเดียวมาเป็นการแก้ปัญหาแบบเชิงรุก" ...รศ.ดร.เสรีระบุปิดท้าย
ทั้งนี้และทั้งนั้น กับ "สึนามิ" ที่คนไทยไม่เคยรู้จักมาก่อน ก็ยังเกิดในไทยได้เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547 ดังนั้น พายุไซโคลนถล่มพม่าที่อยู่ชิดติดกับไทย และแผ่นดินไหวในจีนสะเทือนมาถึงไทย จึงมิใช่แค่เรื่องของประเทศอื่น มิใช่แค่เรื่องวิปโยคของคนพม่า-คนจีนเท่านั้น หากแต่มีนัยให้ประเทศไทย-คนไทยต้องพิจารณาด้วย
สัปดาห์กว่า ๆ ใน "จีน-พม่า" มีคนตายเป็นหมื่น-เป็นแสน สูญเสีย 2 ครั้งใหญ่จากธรรมชาตินี้ถือเป็น "ภัยเตือนภัย" เป็นเสมือน "รหัสแดงเตือนไทย" อย่าได้ประมาท !!!!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- แผ่นดินไหวในจีน รู้สึกได้ถึงกทม.
- ข้อควรรู้เมื่อเกิดแผ่นดินไหว
- ตะลึง! แผ่นดินไหวจีนตายแล้ว 3,000 - 5,000 ราย
- ยอดตายพุ่งกว่า8,500 ศพ เด็กนักเรียน 50 ชีวิต แผ่นดินไหว
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบจาก
- หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
- msnbc.msn.com
- news.yahoo.com
- iht.com









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |

















































































ถ้ามาสร้างบ้านตใต้ดิน นะค่ะ พี่น้อง ต้อง สร้าง ยังงี้ และ ครับ พี่น้อง ไม่งั้น พี่น้องตายนะ ค่ะ พีน้อง เตรียมตัวเตรียมใจ ด้ายเลยนะครับ พี่น้อง
ตายเพื่อจังหวัดของเราค่ะพี่น้อง
น่ากลัวมากค่ะพี่น้อง
น่ากลัวมากๆๆเลยนะค่ะพี่น้องค่ะ
เราจาตายไม่เนี่ย


















สาธุขออย่าให้มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดกับประเทศไทยของเราเลย แค่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็หนักหนาพอแล้วสาธุ









































|