IOD : หายนะจากมหาสมุทร



          เบื้องใต้มหาสมุทรอินเดียแผ่นน้ำใหญ่อันดับ 3 ของโลก ทิศเหนือติดกับตอนใต้ของทวีปเอเชีย ทิศตะวันตกติดกับคาบสมุทรอาหรับและทวีปแอฟริกา ทิศตะวันออกติดกับคาบสมุทรมลายู หมู่เกาะซันดา 

          และประเทศออสเตรเลีย ส่วนทิศใต้ติดกับมหาสมุทรใต้ มหานทีแห่งนี้กินพื้นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของผืนน้ำทั่วโลก และเป็นแหล่งกำเนิดมหันตภัยจากผืนน้ำนำหายนะอันน่าสะพรึงกลัวมาสู่ผู้คนบนพื้นโลก 

          "นาร์กีส" พายุไซโคลนจากอ่าวเบงกอลแห่งมหาสมุทรอินเดียอาจเป็นแค่สัญญาณเตือนภัย !



          "ตำแหน่งที่เกิดพายุนาร์กีสเป็นบริเวณเดียวกับที่เกิดปรากฏการณ์ Indian Ocean Dipole และยังเป็นบริเวณเดียวกันกับที่ก่อพายุที่ส่งผลกระทบทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มใน จ.อุตรดิตถ์ เมื่อปี 2549" ดร.วัฒนา กันบัว ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาทางทะเล กรมอุตุนิยมวิทยา ตั้งข้อสังเกต 

  Indian Ocean Dipole (IOD) คือ อะไร ? 

          Indian Ocean Dipole คือ ปฏิสัมพันธ์ของอากาศกับทะเลในมหาสมุทรอินเดีย เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นปกติ ไม่เกี่ยวข้องกับสภาวะโลกร้อน ปรากฏการณ์ Indian Ocean Dipole จะเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงขยายให้พายุมีความรุนแรงขึ้น 




          ตามสภาวะของ IOD เริ่มต้นจากการเย็นตัวลงอย่างผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลทางฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรอินเดียเขตร้อน แถบบริเวณชายฝั่งชวา ประเทศอินโดนีเซีย เชื่อว่าเป็นผลมาจากลมสินค้าตะวันออกเฉียงใต้ หรือลมที่พัดจากหย่อมความกดอากาศสูงบริเวณเส้นทรอปิก ออฟ แคบริคอร์น เข้าหาหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณเส้นศูนย์สูตรทวีความรุนแรง ขณะเดียวกันอุณหภูมิของผิวน้ำทะเลฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรอินเดียอุ่นขึ้นอย่างผิดปกติ 

          หมายถึงน่านน้ำสองฟากฝั่งของมหาสมุทรอินเดียมีสภาพความแตกต่างกันของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลอย่างชัดเจน ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ IOD นั่นเอง !?! 

          "เมื่อดูจากโมเดล Indian Ocean Dipole พื้นที่สีฟ้าเป็นกระแสน้ำเย็น ส่วนสีแดงเป็นกระแสน้ำอุ่น ช่วงที่เป็น Positive Dipole หรือบวก มีการก่อตัวของเมฆเป็นพายุและเคลื่อนที่ไปในทิศทางหนึ่ง พออีกปีมันจะเป็น Negative Dipole หรือเป็นลบ ทิศทางการเคลื่อนที่จะเลื่อนลงด้านล่าง" ดร.วัฒนา อธิบายการเกิด IOD ความแปรปรวนที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรอินเดีย 




          ปรากฏการณ์ IOD ค้นพบโดยสถาบัน JAMSTEC ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเคยศึกษาสภาวะความแปรปรวนบางประการของมหาสมุทรอินเดียเมื่อปี 2537 โดยเชื่อว่าปรากฏการณ์ IOD เกิดขึ้นจากความผิดปกติของลมพื้นผิวเหนือมหาสมุทรอินเดียเขตร้อน และเมื่อวิจัยต่อยอดก็สามารถพยากรณ์การเกิดปรากฏการณ์ IOD ได้สำเร็จ อีกทั้งยังพบว่าปรากฏการณ์ IOD มิได้มีความสัมพันธ์กับปรากฏการณ์เอ็นโซ่ (ENSO) ด้วย 

          เอ็นโซ่ (ENS0) เป็นคำที่ใช้อธิบายการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรและความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้ ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดปรากฏการณ์ "เอลนีโญ่" และ "ลานีญ่า

          กลุ่มนักวิทยาศาสตร์มักใช้คำว่า "สภาวะอุ่นของเอ็นโซ่" เพื่ออธิบายปรากฏการณ์เอลญีโญ่ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรอุ่นขึ้นผิดปกติ ทางกลับกัน "สภาวะเย็นของเอ็นโซ่" ก็ใช้อธิบายปรากฏการณ์ลานีญ่าที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรเย็นกว่าปกติ 




          หากช่วงปีที่เกิดปรากฏการณ์ IOD จะส่งผลกระทบต่อความแปรปรวนของมรสุมเขตร้อนและปริมาณฝนในกลุ่มประเทศต่างๆ ที่ตั้งอยู่รายรอบมหาสมุทรอินเดีย อาจเป็นสาเหตุของสภาพฝนตกหนักอย่างผิดปกติ ตั้งแต่บริเวณแอฟริกาฝั่งตะวันออกจนถึงเอเชียใต้ และตอนบนของคาบสมุทรอินโดจีน รวมถึงภาคเหนือและภาคกลางของไทยด้วย 

          ขณะเดียวกัน การเกิดสภาวะของ IOD เมื่อปี 2540 ยังเป็นสาเหตุในการเกิดปรากฏการณ์ ปะการังฟอกขาวตลอดแนวชายฝั่งทะเลอันดามันของไทยเนื่องจากมวลน้ำส่วนหนึ่งถูกพัดพาไปทางฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย ทำให้ระดับน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งอันดามันลดต่ำลง รังสียูวีและอนุภาคโฟตอนจากแสงอาทิตย์มีโอกาสถ่ายทอดผ่านน้ำทะเลสู่ตัวปะการัง ทำให้สาหร่ายที่อาศัยอยู่บนปะการังตาย เช่นเดียวกับปรากฏการณ์สัตว์น้ำในแนวปะการังตายแถบ จ.กระบี่ จ.ตรัง และ จ.สตูล เมื่อต้นปี 2550 ก็คาดว่าเกิดจากสาเหตุเดียวกัน 

          ปรากฏการณ์ IOD หากเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไร ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาทางทะเลบอกว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงของการศึกษาและวิจัย ที่ผ่านมาเคยรายงานผลกระทบจากปรากฏการณ์ IOD ต่อความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยถึงผู้บริหารกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ปีที่แล้ว เพื่อหาแนวทางลดความเปราะบางต่อภัยธรรมชาติเมื่อคนไทยต้องเผชิญในอนาคตอันใกล้นี้ โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคม มหันตภัยร้ายจากมหาสมุทรอินเดียในรูปของพายุจะพัดเข้าสู่พม่าและไทยเป็นประจำทุกปี 




          วันที่ 4 พฤษภาคม 2544 ดินถล่มที่ อ.วังชิ้น จ.แพร่ มีผู้ชีวิตและสูญหายร่วม 50 คน วันที่ 20 พฤษภาคม 2547 ดินถล่มที่ ต.แม่ระมาด อ.แม่ระมาด จ.ตาก มีผู้เสียชีวิต 5 คน บาดเจ็บร่วม 400 คน และวันที่ 23 พฤษภาคม 2549 อ.ลับแล อ.ท่าปลา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย และ อ.เมือง จ.แพร่ เกิดดินถล่มมีผู้เสียชีวิตและสูญหายกว่า 100 คน

          โศกนาฏกรรมจากภัยพิบัติที่เคยเกิดขึ้นกับคนไทย อาจเป็นผลพวงจากปรากฏการณ์ Indian Ocean Dipole (IOD) จากมหาสมุทรอินเดีย เช่นเดียวกับโศกนาฏกรรมหมื่นศพในประเทศพม่าจากฝีมือ "นาร์กีส" อสูรร้ายแห่งมหาสมุทรอินเดียนั่นเอง 

          "แหล่งกำเนิดพายุจะเป็นตัวประเมินความรุนแรงของพายุได้ ซึ่งการเกิดพายุได้นั้นอุณหภูมิน้ำทะเลต้องอยู่ระดับ 26-27 องศาเซลเซียส พายุส่วนใหญ่จึงเกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกเยอะมาก หากมองถึงการเกิดพายุในบ้านเราก็เหมือนบอลโลกมี 4 ปีครั้ง บ้านเราพายุเกิดขึ้นไม่บ่อย เพราะอุณหภูมิน้ำทะเลสูงกว่าระดับที่จะก่อตัวเป็นพายุได้ แต่หากอุณหภูมิวิกฤติจนก่อให้เกิดพายุจะทวีความรุนแรงมากกว่า เพราะเมื่อพายุเคลื่อนผ่านน้ำทะเลที่มีอุณหภูมิสูงก็จะเป็นเสมือนน้ำมันเชื้อเพลิงในการสะสมพลังงานของพายุนั่นเอง" ดร.วัฒนาอธิบายการเกิดพายุ และชี้ชัดว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นของน้ำทะเลทำให้พายุมีความรุนแรงมากขึ้น

          คล้ายๆ การเคลื่อนที่ของพายุหมุน "นาร์กีส" ซึ่งเริ่มก่อตัวเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2551 บริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลาง ระยะเริ่มแรกนาร์กีสเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนืออย่างช้าๆ และมีการสะสมพลังงานความร้อนแฝงจากมหาสมุทร ส่งผลให้พายุมีกำลังรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่วันที่ 29 เมษายน สภาพอากาศแห้งแล้งทำให้นาร์กีสอ่อนกำลังลง และเปลี่ยนทิศทางไปยังภาคตะวันออกของโลก ก่อนจะกลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง โดยมีความเร็วลมสูงสุด 160 กม./ชม. และเพิ่มระดับเป็น 190 กม./ชม. ก่อนจะขึ้นฝั่งที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี ประเทศพม่า คร่าชีวิตผู้คนนับแสนคนแต่ยังไม่ทำลายสถิติความรุนแรงของ "ไซโคลนโบลา" ที่เคยคร่าชีวิตชาวบังกลาเทศไปราว 5 แสนคน เมื่อ 38 ปีก่อน 

          IDO ปรากฏการณ์ความแปรปรวนของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรอินเดีย อาจเป็นปฐมเหตุแห่งการก่อกำเนิดพายุนาร์กีสและพายุอีกหลายๆ ลูกที่กำลังจะเกิดขึ้น 

          "พายุมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น มีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้เราต้องหันกลับมาดูว่า มีอะไรเปลี่ยนไป สิ่งแวดล้อม ป่าไม้ เปลี่ยนไปหรือไม่ เพราะป่าไม้คือตัวรักษาสมดุลของธรรมชาติทุกรูปแบบ ตอนนาร์กีสขึ้นฝั่งที่พม่าเราต้องขอบคุณพม่า เพราะบ้านเขามีป่าไม้จำนวนมาก พายุจึงมาไม่ถึงประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ทุกเดือนพฤษภาคมเป็นฤดูพายุที่ก่อตัวขึ้นบริเวณ Indian Ocean Dipole พอดี ตำแหน่งการเกิดพายุหรือเทรนด์การเกิดพายุเรารู้หมดแล้ว แต่เราจะเตรียมรับมืออย่างไร" ดร.วัฒนาตั้งคำถาม 

          มหันตภัยทางธรรมชาติหลากหลายรูปแบบกำลังถาโถมทำลายสรรพชีวิต เพียงเพื่อปรับสมดุลให้แก่โลก แล้วมนุษย์เคยสร้างสมดุลให้โลกใบนี้บ้างหรือเปล่า ?

  พายุหมุนทั่วโลก 

          ในรอบ 62 ปี (พ.ศ.2488-2550) เคยเกิดพายุหมุนเขตร้อนระดับ 5 ซึ่งมีพลังทำลายสร้างสูงสุด 224 ลูก ดังนี้ 

          - บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตกตอนเหนือ มีซูเปอร์ไต้ฝุ่น ระดับ 5 มากที่สุดอันดับ 1 ของโลก ทั้งสิ้น 161 ลูก คิดเป็น 71.87% 

          - บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ มีเฮอริเคน ระดับ 5 รวม 26 ลูก คิดเป็น 11.60% 

          - บริเวณมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ มีไซโคลน ระดับ 5 รวม 11 ลูก คิดเป็น 4.91% 

          - บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออกตอนเหนือ มีเฮอริเคน ระดับ 5 รวม 10 ลูก คิดเป็น 4.46% 

          - บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ มีไซโคลน ระดับ 5 รวม 9 ลูก คิดเป็น 4.01% 

          - บริเวณมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ มีไซโคลน ระดับ 5 รวม 4 ลูก คิดเป็น 1.78% 

          - บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกกลางตอนเหนือ มีเฮอริเคน ระดับ 5 รวม 3 ลูก คิดเป็น 1.33% 

          เมื่อกางแผนที่โลกออกมาจะพบว่า แหล่งกำเนิดพายุหมุนจะตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตกมากที่สุด มีอัตราการเกิดพายุหมุนเฉลี่ย 30 ลูก (38%) มหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันออก 14 ลูก (17%) มหาสมุทรแอตแลนติก 9 ลูก (11%) มหาสมุทรอินเดียตอนใต้ฝั่งตะวันตก 8 ลูก (10%) มหาสมุทรอินเดียตอนใต้ฝั่งตะวันออก และมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ 7 ลูก (9%) เท่ากัน อ่าวเบงกอล 4 ลูก (5%) ทะเลอาหรับ 1 ลูก (1%) 

          ย้อนมาดูสถิติการเกิดพายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยในคาบ 57 ปี (พ.ศ.2494-2550) รวม 182 ลูก เช่น เมษายน 1 ลูก พฤษภาคม 7 ลูก มิถุนายน 7 ลูก กรกฎาคม 12 ลูก สิงหาคม 20 ลูก กันยายน 45 ลูก ตุลาคม 51 ลูก พฤศจิกายน 30 ลูก และธันวาคม 9 ลูก 

          เป็นไปได้หรือไม่ ? ที่ปรากฏการณ์ IOD มิได้เกิดขึ้นในมหาสมุทรอินเดียเท่านั้น แต่ IOD ซึ่งเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงของพายุกำลังก่อตัวขึ้นทั่วโลก ในอนาคตพายุหมุนเขตร้อนอาจไม่ใช่แค่พายุดีเปรสชัน พายุโซนร้อน แต่จะทวีความรุนแรงเป็นพายุไซโคลน พายุไต้ฝุ่น พายุเฮอริเคน เกิดขึ้นถี่และรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลก !!! 



ข้อมูลจาก
 
ทีมรายงานพิเศษ : เรื่อง 
ศูนย์ภาพเนชั่น : ภาพ

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
IOD : หายนะจากมหาสมุทร โพสต์เมื่อ 18 พฤษภาคม 2551 เวลา 11:46:34 32,614 อ่าน
TOP
x close