
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม (อัตราจอมพล) กล่าวถึงกระแสข่าวการปฏิวัติว่า ถ้าประเทศชาติมีความสงบสุขก็จะไม่มีใครโหยหาการปฏิวัติ เวลานี้การเมืองไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ทุกคนจึงต้องโหยหาปฏิวัติแม้ว่าจะไม่ชอบการปฏิวัติก็ตาม เพราะการใช้อำนาจตามปกติไม่สามารถขจัดคนเลวได้ จึงต้องใช้อำนาจที่เฉียบขาดเพื่อขจัดคนเลว ซึ่งไม่มีหนทางใดทำได้ดีเท่ากับการปฏิวัติ
"ผมเชื่อว่ามีการปฏิวัติ แต่ไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนทำ เพราะหาคนที่เสียสละอย่างที่ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ พูดถึงนั้นไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนแบบมหาตมะ คานธี หรือเหมา เจ๋อตุง หรือบางคนมีแต่ไม่มีโอกาส ไม่มีอำนาจ แต่คนที่มีอำนาจก็หาคนที่เสียสละยาก เป็นความมืดมนที่มองไม่ออกว่าจะเป็นอย่างไร การเลือกตั้งที่ผ่านมาเต็มไปด้วยการซื้อเสียง ระบอบประชาธิปไตยไม่สามารถ ขจัดคนเลวที่อาศัยช่องว่างทางกฎหมาย ทำให้คนส่วนใหญ่โหยหาอยากให้มีการขจัดปัญหาที่เกิดขึ้น" อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการ คมช. ระบุ
พล.อ.สมเจตน์ กล่าวต่อว่า เวลานี้กลไกที่คิดล้มล้างสถาบันสูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นอันตรายสำหรับประเทศ การจาบจ้วงมีมา 4-5 ปีแล้ว และรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก่อนต้องปิดบัง เดี๋ยวนี้เปิดเผยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและกองทัพที่ต้องเข้ามาดูแลและปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
"ดูอย่างกรณีของนายจักรภพ ถ้าสมัยก่อนต้องออกมาขับไล่แล้ว แต่เวลานี้ไม่มีใครทำ เพราะคนที่ทำได้หรืออยากทำไม่มีอำนาจ ไม่มีเครื่องมือ แต่คนที่มีก็เพิกเฉย เรื่องแบบนี้ปล่อยไปไม่ได้ เราต้องรุกเร้าให้คนที่มีอำนาจเข้าไปจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ต้องเข้าไปดำเนินการ หากจะบอกว่าเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เป็นกลไกของรัฐ ดังนั้นรัฐบาลต้องแก้ไข ถ้าไม่แก้ไขอาจกลายเป็นว่าให้การสนับสนุนก็ได้ สถาบันไม่สามารถ ปกป้องตัวเองได้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและกองทัพ ถ้า 2 หน่วยงานไม่ปกป้องแล้วใครจะปกป้อง" ประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม กล่าว
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต





