
จา พนม ยีรัมย์ : มีชื่อเสียง และโด่งดัง เพราะความสามารถ ไม่ใช่หน้าตา
หนุ่มบ้านนอกลูกอีสาน เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ วันดีคืนดีก็กลายมาเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศในมาดพระเอกนักบู๊และเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทุกเพศทุกวัย มีภาพลักษณ์เสมือนเป็น เฉินหลง ของเมืองไทยทีเดียว จากฝีไม้ลายมือทางการแสดงอันโดดเด่น โดยเฉพาะการแสดงคิวบู๊ที่ใช้ศิลปะการต่อสู้ของไทยผสมผสานกับสากลได้อย่างยอดเยี่ยม
จา พนม ยีรัมย์ ในสายตาของต่ายแล้วน่าจะเป็นพระเอกคนแรกของเมืองไทย ที่ทางผู้สร้างหนังไม่เน้นเรื่องความหล่อเหลาเป็นอันดับแรกในการคัดเลือกนักแสดงให้มารับบทเป็นพระเอก แต่กลับคัดเลือกจากบุคลิกและความสามารถของนักแสดงมาเป็นอันดับต้นๆ และ จา (ขอเรียกชื่อเล่นแล้วกัน) ก็เป็นผู้ชายคนแรกของต่ายเช่นกัน ที่ไม่ได้เป็นพระเอกที่หล่อเหลา มีคารมเป็นต่อ หรือเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม แต่กลับสามารถสร้างความประทับใจให้กับต่ายได้ ต้องบอกว่า ยอมรับในความสามารถของน้องเขามาก
เท่าที่รู้ๆ เค้าอยู่ในวงการหนังมานานแล้ว เริ่มจากการเป็นสตั้นคิวบู๊ และกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ต้องใช้เวลานานหลายปี ไม่แน่ใจว่าจะเกิน 10 ปีหรือเปล่า สำหรับการทุ่มเทในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการหมั่นฝึกฝนฟิตซ้อมศิลปะการต่อสู้ทุกรูปแบบอย่างหนักเพื่อที่จะนำมาใช้ในการแสดง การไขว้คว้าหาโอกาส เพื่อสร้างฝันของตัวเองให้เป็นจริง ต่ายคิดว่าเค้าน่าจะเจอกับคำว่าท้อหลายต่อหลายครั้งนะ แต่เค้าคงไม่ถอยและยืนหยัดที่จะสู้จนก้าวมาได้ถึงวันนี้ วันที่คนทั่วไปชื่นชมและยอมรับ ความสามารถทางการแสดงของเขา
องค์บาก เป็นหนังเรื่องแรกของ ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ไม่ทำให้คนดูผิดหวังเลย และทำให้เค้ากลายเป็นพระเอกเต็มตัว ที่สามารถครองใจผู้ชมทุกเพศทุกวัยในทันทีที่หนังเข้าฉาย และไม่เฉพาะแต่เพียงมีชื่อเสียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ จา ยังเป็นที่รู้จักในต่างประเทศอีกด้วย และมีข่าวว่าได้รับการทาบทามให้ไปเล่นหนังประกบกับเฉินหลง แต่ติดตรงที่ทางต้นสังกัดไม่อนุญาต ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นด้วยเหตุผลกลใด ได้แต่รู้สึกเสียดายแทน และเสียดายที่ศิลปะแบบไทยๆ น่าจะได้ไปเป็นที่รู้จักของคนชาติอื่นๆ ให้ได้ภาคภูมิใจว่าคนไทยมีความสามารถไม่แพ้ใคร แต่ก็นั่นแหละ ก็ยังมีความเชื่ออยู่ว่า ถ้า จา เค้ามีดวงที่จะได้โกอินเตอร์ เค้าก็ต้องได้ไปซักวันหนึ่ง ก็ขอเอาใจช่วยให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่หวังไว้
ตอนนี้มีข่าวว่ามีการสร้างภาคต่อของหนังเรื่อง องค์บาก ซึ่ง จา เป็นคนดูแลเรื่องคิวบู๊ด้วย ต่ายก็หวังอีกว่าจะมีเห็นผลงานที่ดีให้ได้ดูกันอีกครั้งหนึ่ง และอยากให้ จา อยู่ในวงการนี้ไปอีกนานๆ และก็อยากแนะนำว่า วงการบันเทิงนี้ไม่ได้สวยหรูอย่างที่เห็น สิ่งใดที่ได้มาแล้วไม่ว่าชื่อเสียง เงินทอง การยอมรับ ต้องรักษาไว้ให้ดี เพราะสิ่งเหล่านี้ถ้ารักษาไว้ไม่ดีแล้วมันก็อาจจะหมดไปแค่เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น และโอกาสที่จะเข้ามาในชีวิตนั้น
บางคนอาจจะเจอะเจอได้หลายครั้ง บางคนอาจจะมีพบเจอแค่ครั้งเดียว ดังนั้นความตั้งใจในการทำงาน การวางตัว และการใช้ชีวิตโดยที่ไม่ลืมความเป็นตัวจริง ความนอบน้อมถ่อมตน จะเป็นสิ่งที่ค้ำจุนให้อยู่ในวงการนี้ได้อีกยาวนาน นี่แหละ ผู้ชายของต่ายอีกคนที่แม้หน้าตาไม่หล่อเหลาเข้าขั้น แต่ก็มากไปด้วยความสามารถ ไม่ต้องขายรูปร่างหน้าตา แต่ก็สามารถครองใจผู้ชมได้ทั้งประเทศ เขาคือ จา พนม ยีรัมย์ หนุ่มลูกอีสานขนานแท้และดั้งเดิม
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต





